
เมืองไทยมีทุกอย่าง แต่ทำไมคนส่วนใหญ่จน
“เมืองไทยมีทุกอย่าง แต่ทำไมคนไทยส่วนใหญ่จน” อันนี้เป็นคำถามที่น่าถามมาก และก็น่าตอบมาก ก่อนตอบต้องถามว่า “แล้วประเทศอิสราเอลไม่มีอะไรเลย ทะเลทราย กลางสนามรบชัดๆ และอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของโลก ทำไมเขาเจริญ”
“เมืองไทยมีทุกอย่าง แต่ทำไมคนไทยส่วนใหญ่จน” อันนี้เป็นคำถามที่น่าถามมาก และก็น่าตอบมาก ก่อนตอบต้องถามว่า “แล้วประเทศอิสราเอลไม่มีอะไรเลย ทะเลทราย กลางสนามรบชัดๆ และอยู่ท่ามกลางความขัดแย้งของโลก ทำไมเขาเจริญ”
“ประเทศสิงคโปร์ เกาะเล็กกระจิ๋ว ไม่มีทรัพยากรเลย ทำไมเขาเจริญอันดับต้นๆ ของโลก”
“ประเทศญี่ปุ่นเป็นเกาะอยู่ท่ามกลางภัยธรรมชาติ ทรัพยากรก็น้อย ที่ดินก็น้อย คนเยอะ แย่งกันกินแบ่งกันใช้ แต่ทำไมเขาเจริญ”
พอถามหลายๆ คำถาม ก็เริ่มได้คำตอบ สิงคโปร์เขาตอบว่า ประเทศเขาไม่มีอะไรเลย แต่เจริญเพราะมีคนสิงคโปร์ไง โอ้โห!! พูดแบบนี้มันขึ้น …มาไขว้กันเลยดีกว่า
“แล้วตกลงประเทศไทยมีทุกอย่าง ขาดอะไรล่ะ” ผมว่าไม่แปลก มันเป็น The curse of resource คือ คำสาปของทรัพยากร ...ดูแอฟริกาสิ เป็นทวีปที่อุดมสมบูรณ์และมีทรัพยากรมากกว่าไทย นั่นแหละ โคตรล้าหลังเลย
พวกอาหรับประเทศไม่เคยสงบ ก็เพราะมีน้ำมันไง จริงๆ คำถามนี้มันสอน “ธรรมะ” ยังไงก็ไม่รู้นะ
คุณคิดดูสิ คนที่เกิดมาพร้อมทุกอย่างโดยมากจะขี้เกียจ เพราะรู้ว่ายังไงฉันก็มีกิน ก็ชิล เป็นธรรมดา แต่คนที่รวยในประเทศไทยส่วนใหญ่ก็คือคนจีน เพราะเขานั่งเรือมา โดนดูถูก มีความกดดัน ต้องสู้ชีวิตอย่างลำบาก และเป็นคนชั้นสองมาตั้งแต่โบราณ ...วันนี้ผลแห่งความขยันและอดทน เขาเปลี่ยนครอบครัวเขาให้เป็นตระกูลเจ้าสัวไปหมดแล้ว
ก็เหลือแต่คนไทยล่ะ ว่าวันนี้กดดันพอหรือยัง “ถ้ากดดันถึงขีดสุด เดี๋ยวก็น่าจะดี มันไม่มีหรอกที่ใครเกิดมาสบายแล้วจะขึ้นมาสู้ชีวิต จะเหนื่อยทำไม ในเมื่อเลือกได้ว่าสบาย จริงไหม?”
หลายคนอาจจะแย้งว่า เดี๋ยวนี้เห็นลูกคนจีนมีเงิน ทำไมเขายังขยัน ไม่แปลก ผมเห็นคนจีนบางบ้านเลี้ยงลูกโคตรโหด คือ ให้สู้เอง กดดันทุกอย่าง สุดท้ายมันเป็นเหตุเป็นผลซึ่งกันและกัน
คนที่ร่างกายสบายล้วนลำบากใจ เพราะต้องสู้ในจิตใจเพื่อที่จะฝ่าฟัน ส่งผลให้เขาเป็นคนเก่ง คนสู้ ผมเรียนรู้เรื่องเหล่านี้จากประสบการณ์ตรง
ตัวผมเอง ตอนเด็กๆ ชิลมากๆ เพราะผมคิดว่า ผมเรียนๆ ให้จบเดี๋ยวก็จะมารับช่วงต่อธุรกิจครอบครัว ง่ายจะตาย ...ก็เตรียมมาเป็นเจ้าของ เท่สุดๆ ส่งผลให้วัยเด็กผมชิลตลอด ไม่ค่อยฝ่าฟันเท่าไหร่ ...แต่จุดเปลี่ยนมันมาสมัยที่ผมอยู่มัธยมปลาย แล้วพ่อเดินมาบอกว่า “พ่อเลิกธุรกิจแล้วนะ”
“เหมือนสายฟ้าฟาด ...ผมมึนไป 3 วัน คราวนี้ไม่รู้แล้วว่าจะทำอะไร เพราะก่อนหน้านั้นไม่เคยคิดว่า อยู่ดีๆ คุณพ่อจะมาเลิกทำธุรกิจกลางคัน”
นั่นแหละจุดเปลี่ยนของผม หลายคนถามว่า แล้วจุดเปลี่ยนของทุกๆ คนมันเหมือนหรือต่างกันอย่างไร ผมว่าจุดเปลี่ยนของแต่ละคนต่างกัน คนที่ชีวิตโหด จุดเปลี่ยนแรง พวกนี้มักจะเก่ง มันเหมือนเหล็กกล้าที่โดนตีอย่างร้อนและรุนแรง
ส่วนคนที่ชีวิตไม่มีจุดเปลี่ยนก็มีเยอะ พวกนี้ชีวิตก็ไปเรื่อยๆ ไม่ต้องคิดอะไรมาก เพราะรู้ว่ายังไงอนาคตแน่นอน
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มนึง เขียนโคตรแรง เขาเขียนว่า คนที่ชอบความมั่นคงก็ไม่ต่างจากนักโทษ คือ รู้แน่ว่าวันพรุ่งนี้ก็คือ มีข้าวกิน มีที่ซุกหัวนอนแน่นอน ...มั่นคงสุดๆ ใช่!! “ในคุกไง” ...โห!! แรงอ่ะ
จริงนะครับ ชีวิตคนก็คือการผจญภัย ใครอยากเป็นคนเก่งก็ลุยให้เยอะ พวกฝรั่งนี่ไม่มีวัยกลางคนนะ จากเด็กปั๊บแก่เลย ไปดูดิ เพราะมันสุดๆ กับชีวิต
เอาไอดอลผมนี่ สตีฟ จ็อบส์ สำเร็จสุดขีดในชีวิต พออายุ 50 ปี ตายเลย ผมว่าเขาต้องใช้ชีวิตสุดโต่งมากๆ แน่นอน วันนี้ถ้าถามว่า ทำไมคนไทยยังไม่รวย ตอบง่าย คือ “ชิลไปไง” ...กดดันตัวเองสิ กดดันเข้าไป เมื่อพลังมันถึงขีดสุด เดี๋ยวมันระเบิดให้เราเก่งเอง -- จัดไป!!







