
ซอฟต์แวร์เถื่อนกับการโจรกรรมข้อมูล
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
โดย...ณัฏฐ์ธยาน์ สุทธิเจริญ
ตั้งแต่ต้นปี 2558 เจ้าหน้าที่ตำรวจกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญา กรรมทางเศรษฐกิจ (บก.ปอศ.) เข้าตรวจค้นและดำเนินคดีกับองค์กรธุรกิจกว่า 150 แห่ง ในข้อหาใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ในการดำเนินธุรกิจ ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นการทำผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังทำให้องค์กรธุรกิจตกอยู่ในความเสี่ยง
พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ ปิงเมือง ผู้บังคับการ บก.ปอศ. กล่าวว่า ทีมตำรวจได้เข้าตรวจค้นและดำเนินคดีบริษัทค้าปลีกเครื่องสำอางข้ามชาติ ที่มีรายได้รวมปีละกว่า 850 ล้านบาท พบว่าใช้งานซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ของผู้ผลิตซอฟต์แวร์ชื่อดังอย่าง ออโตเดสก์ (Autodesk) ไทยซอฟท์แวร์เอ็นเตอร์ไพรส์ (Thai Software Enterprise) และไมโครซอฟท์ (Microsoft) คิดเป็นมูลค่าราว 13 ล้านบาท ประเมินจากเครื่องคอมพิวเตอร์ จำนวน 184 เครื่อง ถือเป็นคดีที่ใหญ่ที่สุดของปีนี้
“องค์กรธุรกิจหลายแห่งตระหนักดี ว่า การใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์นั้นผิดกฎหมาย แต่กลับละเลยและไม่ปรับเปลี่ยนวิธีปฏิบัติ ซึ่งซอฟต์แวร์ที่ละเมิดลิขสิทธิ์นั้น ส่งผลให้ความปลอดภัยในการใช้งานระบบไอทีขององค์กรกำลังตกอยู่ในความเสี่ยง เพราะอาชญากรไซเบอร์ จะมองหาช่องโหว่ในการรักษาความปลอดภัย และเข้าไปใช้ประโยชน์จากข้อมูลธุรกิจสำคัญ” พล.ต.ต.ปิยะพันธ์ กล่าว
ปัจจุบันองค์กรธุรกิจเริ่มหันมาใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีในยุคดิจิทัล เพื่อดำเนินธุรกิจ หากไม่ใช้ซอฟต์แวร์ที่ถูกลิขสิทธิ์แล้ว ระบบไอทีและข้อมูลสำคัญก็จะตกอยู่ในความเสี่ยง ซึ่งทาง บก.ปอศ.ได้เพิ่มวิธีและช่องทางการสื่อสารผ่านทางเว็บไซต์และสื่อสังคมออนไลน์ เพื่อให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความเสี่ยง จากการใช้ซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์ ทั้งในด้านกฎหมายและความปลอดภัย
อย่างไรก็ตาม ยังมีซอฟต์แวร์ลิขสิทธิ์อีกมาก ที่มีความสามารถในการทำงานที่ดี และการใช้งานซอฟต์แวร์ที่เหมาะสมจะช่วยให้องค์กรได้รับการช่วยเหลือ และแก้ไขปัญหาได้ทันท่วงทีหากเกิดการขโมยข้อมูล ดังนั้นผู้บริหารองค์กรจึงควรตระหนัก เพราะการโจรกรรมข้อมูลไม่ใช่แค่การเรียกร้องเงินค่าเสียหายเพียงชั่วคราว แต่ยังเป็นความเสี่ยงด้านฐานข้อมูลที่สำคัญของลูกค้าด้วย







