
ชัยวุฒินำทีมรัฐ-เอกชนโรดโชว์สหรัฐฟื้นเชื่อมั่น
ชัยวุฒิเตรียมจัดทัพภาครัฐและเอกชนเดินสายโรดโชว์สหรัฐสร้างความเชื่อมั่นเดือนก.ย.นี้
ชัยวุฒิเตรียมจัดทัพภาครัฐและเอกชนเดินสายโรดโชว์สหรัฐสร้างความเชื่อมั่นเดือนก.ย.นี้
นายชัยวุฒิ บรรณวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยภายหลังนายเอริก จี. จอห์น เอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยเข้าพบว่า ขณะนี้สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน(บีโอไอ) อยู่ระหว่างเตรียมแผนการเดินทางไปโรดโชว์ประเทศสหรัฐ ซึ่งคาดว่าร่วมกับคณะของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีที่มีกำหนดเยือนสหรัฐในเดือน ก.ย.2553 เพื่อเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนสหรัฐ
ทั้งนี้จากการหารือร่วมกับฑูตสหรัฐยังได้แจ้งให้ทราบว่าสหรัฐต้องการความร่วมมือทางเศรษฐกิจกับประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทขนาดใหญ่ของสหรัฐเข้ามาลงทุนในไทยต่อเนื่อง เช่น ฟอร์ด ดาวเคมีคอล ซีเกต แต่เมื่อเทียบกับประเทศในอาเซียน เช่น เวียดนาม อินโดนีเซีย แล้วในช่วงหลังการลงทุนในไทยขยายตัวน้อยกว่า โดยสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐประจำประเทศไทยพยายามชี้แจงนักลงทุนสหรัฐอย่างต่อเนื่องให้มั่นใจการลงทุนในไทย แต่การชี้แจงนักลงทุนเริ่มยากขึ้นจึงต้องการเชิญรัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมและ บีโอไอ ไปโรดโชว์เพื่อชี้แจงให้นักลงทุนสหรัฐเชื่อมั่นการลงทุนในไทย
นอกจากนี้ ยังต้องการดึงภาคเอกชนและนักวิชาการในสหรัฐมาสร้างความร่วมมือในการกระจายการลงทุนของนักธุรกิจสหรัฐให้ไปต่างจังหวัดมากขึ้น เพราะปัจจุบันการลงทุนของสหรัฐกระจุกตัวอยู่ในกรุงเทพมหานครและจังหวัดระยอง โดยเห็นว่าในพื้นที่ต่างจังหวัดของไทยสามารถลงทุนในอุตสาหกรรมที่นักธุรกิจสหรัฐถนัดได้และสร้างมูลค่าเพิ่มได้ เช่น อุตสาหกรรมเกษตร ไอที
นายชัยวุฒิ กล่าวว่า สหรัฐมีความกังวลเกี่ยวกับปัญหาแรงงานมีฝีมือ เพราะในอนาคตหากนักธุรกิจสหรัฐเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นจะทำให้ความต้องการแรงงานขยายตัวตามไปด้วย โดยในอีก 2 ปีข้างหน้า ฟอร์ดมีแผนขยายการลงทุนในไทย ซึ่งในเรื่องดังกล่าวทางวกระทรวงอุตสาหกรรมมีความร่วมมือกับกระทรวงแรงงานและกระทรวงศึกษาธิการในการผลิตช่างฝีมืออยู่แล้ว เพื่อผลิตบุคลากรให้ตรงกับความต้องการของภาคอุตสาหกรรม โดยมีคณะกรรมการร่วมภาครัฐและภาคเอกชน (กรอ.) ด้านการศึกษาเข้ามาวางแผนร่วมกัน
ด้าน นางอรรชกา สีบุญเรือง เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวถึงการจัด กิจกรรมชักจูงการลงทุนในประเทศ ภายใต้ปีงบประมาณ 2553 ว่า ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา บีโอไอส่วนกลางและศูนย์เศรษฐกิจการลงทุนทั้ง 7 แห่งทั่วประเทศ ได้จัดกิจกรรมสัมมนาให้ความรู้ และสร้างเครือข่ายเชื่อมโยงการลงทุนในจังหวัดต่างๆ รวม ทั้งสิ้น 42 ครั้ง ครอบคลุม จังหวัดในพื้นที่ภาคกลาง ภาคตะวันออก ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคใต้ ซึ่งมีผลตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ประกอบการในต่างจังหวัด โดยมีผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) เข้าร่วมกิจกรรมของบีโอไอมากมาย
ทั้งนี้ในส่วนของการจัดสัมมนาเชื่อมโยงการลงทุนในพื้นที่ภาคกลางนั้น มีผู้ประกอบการสนใจจะยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุนจากบีโอไอรวม 13 โครงการคิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 140 ล้านบาท อาทิ สหกรณ์ชาวไร่สับปะรดสามร้อยยอด จำกัด ยื่นคำขอรับการส่งเสริมการลงทุนในกิจการผลิตน้ำมันปาล์มดิบ มูลค่าการลงทุน 40 ล้านบาท การเชื่อมโยงการลงทุนในพื้นที่ภาคเหนือ มีผู้สนใจยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุน รวมทั้งสิ้น 64 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 2,992 ล้านบาท ขณะที่การเชื่อมโยงการลงทุนในพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีผู้สนใจยื่นขอรับการส่งเสริมลงทุน 44 โครงการ คิดเป็นเงินลงทุนทั้งสิ้น 3,345 ล้านบาท เป็นต้น







