posttoday
ปักหมุดย้ำไทยเสี่ยงภัยพิบัติ

ปักหมุดย้ำไทยเสี่ยงภัยพิบัติ

18 กันยายน 2558

เอสแอนด์พีจัดไทยเสี่ยงภัยพิบัติรุนแรง “อานนท์” ชี้หมดหวังหลุดโผจ่ายเบี้ยแพง

เอสแอนด์พีจัดไทยเสี่ยงภัยพิบัติรุนแรง “อานนท์” ชี้หมดหวังหลุดโผจ่ายเบี้ยแพง

บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ (เอสแอนด์พี) ออกรายงานเรื่องภัยพิบัติธรรมชาติกับการฉุดอันดับเครดิตประเทศว่า ประเทศไทยติดอันดับ 1 ใน 10 ประเทศที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยพิบัติธรรมชาติครั้งรุนแรงที่อาจส่งผลกระทบต่ออันดับเครดิตประเทศตามมา โดยเป็นความเสี่ยงภัยในประเภทอุทกภัยครั้งใหญ่ที่อาจฉุดเครดิตประเทศลงถึง 1.6%

การจัดอันดับครั้งนี้ซึ่งใช้ข้อมูลจาก สวิส รี บริษัทรับประกันภัยต่อที่ใหญ่ที่สุดในโลก ระบุว่า ความเสี่ยงตามที่ระบุไว้นั้นไม่ได้วัดจากปริมาณความถี่ แต่วัดจากความเป็นไปได้ที่จะเกิดภัยพิบัติขนาดใหญ่ที่สามารถฉุดอันดับเครดิตประเทศลง โดยมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดขึ้นทุกๆ 1 ครั้ง ในรอบ 250 ปี

สำหรับในกลุ่มท็อปเทนนั้นยังมีเวียดนามที่ติดอันดับด้วยในประเภทความเสี่ยงพายุเขตร้อนและสตอร์ม เซิร์จ ซึ่งอาจฉุดอันดับเครดิตประเทศถึง 1.8% แต่ประเทศส่วนใหญ่ในโผล้วนเป็นความเสี่ยงประเภทแผ่นดินไหวเป็นหลัก ซึ่งรวมถึง ชิลี ญี่ปุ่น และไต้หวัน แต่มีประเทศไทยเพียงประเทศเดียวเท่านั้นที่เสี่ยงต่อภัยน้ำท่วมใหญ่

ทั้งนี้ ไทยอยู่ในอันดับ 10 ของประเทศที่มีความเสียหายจากภัยพิบัติธรรมชาติรุนแรงที่สุด จากการประเมินของ สวิส รี โดยมีมูลค่าความเสียหายที่ 6.68 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ขณะที่อันดับ 1 คือ ญี่ปุ่น มีความเสียหาย 9.49 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ด้าน นายอานนท์ วังวสุ นายกสมาคมประกันวินาศภัยไทย เปิดเผยว่า จากการถูกจัดอันดับให้ไทยเป็นประเทศที่มีความเสี่ยงสูงด้านภัยพิบัติน้ำท่วมในปีนี้อีกนั้น เป็นการตอกย้ำว่าไทยคงไม่มีโอกาสหลุดพ้นจากประเทศที่มีความเสี่ยงภัยพิบัติ หลังจากที่เกิดอุทกภัยครั้งใหญ่ขึ้นในปี 2554 ที่ผ่านมา แต่ก็คงไม่ทำให้เบี้ยประกันภัยพิบัติของไทยถูกปรับเพิ่มขึ้นอีก เพราะปัจจุบันถือว่าถูกปรับขึ้นสูงแล้ว

“ไทยติดอันดับดังกล่าวมาตั้งแต่หลังเกิดน้ำท่วมเมื่อปลายปี 2554 แล้ว ทำให้ประกันภัยต่อมีการแยกภัย น้ำท่วม แผ่นดินไหว และพายุ ออกจากภัยอื่นๆ ต่างหาก ส่งผลให้เบี้ยประกันภัยเพิ่มขึ้นกว่า 10% และยังจำกัดวงเงินความคุ้มครองอีก ไม่ได้รับไม่อั้นเหมือนช่วงก่อนปี 2554” นายอานนท์ กล่าว

นายกสมาคมฯ กล่าวด้วยว่า การที่ไทยถูกจัดให้เป็นพื้นที่เสี่ยงต่อภัยพิบัติน้ำท่วม เพราะเป็นที่ราบลุ่มและมีความเสี่ยงจากสภาวะโลกร้อน โดยมีสถาบันต่างประเทศวิเคราะห์ว่า ไทยจะเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความเสี่ยงในการเป็นเมืองใต้บาดาล

“เบี้ยจะไม่ปรับขึ้นมากกว่านี้แล้ว เพราะปัจจุบันอัตราเบี้ยที่ 10% ของวงเงินความคุ้มครองก็นับว่าแพงมากอยู่แล้ว” นายอานนท์ กล่าว

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน