posttoday
คาดดัชนีปีหน้าเหลือ915 จุด

คาดดัชนีปีหน้าเหลือ915 จุด

14 กรกฎาคม 2553

ยุโรป-การเมืองเสี่ยง นักวิเคราะห์กดดัชนีปีหน้าเหลือ915จุด 

ยุโรป-การเมืองเสี่ยง นักวิเคราะห์กดดัชนีปีหน้าเหลือ915จุด 

 
นายสมบัติ นราวุฒิชัย เลขาธิการสมาคมนักวิเคราะห์ เปิดเผยผล สำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ล่าสุดว่า นักวิเคราะห์ได้ปรับลดดัชนีปี 2554  ลงเหลือ 915  จุด จากผลการสำรวจเมื่อเดือนมี.ค. 2553  มองไว้ที่ 946 จุดหรือกดดัชนีลง 31  จุดเพราะ ตลาดหุ้นยังมีความเสี่ยงจากปัญหาปัญหาเศรษฐกิจและหนี้สินของยุโรป  ขณะที่การเมืองไทยก็ยังมีความเสี่ยงโดยเฉพาะการตัดสินคดียุบพรรคประชาธิปัตย์เพราะผลของคดีอาจจะส่งผลกระทบเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศได้ โดยเฉพาะในเรื่องของขั้วรัฐบาล

เลขาธิการสมาคมกล่าวว่า ในส่วนของเป้าหมายดัชนีสิ้นปี 2553 นั้นนักวาเคราะห์เสียงส่วนใหญ่ได้ขยับเป้าหมายดัชนีเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 849  จุดจากผลการสำรวจ เมื่อเดือนมี.ค.2553 มองไว้ที่ 827 จุด หรือปรับเพิ่มขึ้น 22 จุด โดยให้เหตุลของการปรับขึ้นดัชนีนั้นมาจากการที่เศรษฐกิจของประเทศเติบโตดีขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี)ของไตรมาส แรกของปีที่โตประมาณ  12% ส่งผลให้คาดว่าปีนี้จีดีพีทั้งปีน่าจะโตได้ประมาณ  เฉลี่ยเกิน3%และปัญหาการเมืองช่วงทีผ่านมารัฐบาลสามารถจัดการได้ในเวลาค่อนข้างเร็ว

" ขณะนี้นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ได้ปรับจีดีพีปีนี้เป็น  5.2% จากการสำรวจก่อนหน้ามองไว้ที่ 4% และประเมินว่าปี2554 จีดีพีจะโต 4.3%หดตัวลงเล็กน้อยจากการสำรวจก่อนหน้าที่มองว่าจะโต 4.5%"

สำหรับทิศทางอัตราดอกเบี้ยนั้นยังคงมองว่าสิ้นปีอัตราดอกเบี้ยในตลาดซื้อคืนพันธบัตร(R/P)จะอยู่ที่ 1.8 %เท่ากับการสำรวจครั้งก่อนแต่ประเมินว่าในช่วงครึ่งหลังของปีแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยจะปรับตัวเพิ่มขึ้น   ซึ่งหากดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นก็จะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้นบ้าง  ส่วนตัวเลขเงินเฟ้อประเมินว่าจะอยู่ที่ 3.3%และตัวเลขอัตราแลกเปลี่ยนสิ้นปีจะอยู่ที่ 32.1 บาทต่อเหรียญสหรัฐและสิ้นปี2554 จะอยู่ที่ 31.4 บาทต่อเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตามในการสำรวจครั้งนี้ได้เปิดให้นักวิเคราะห์เสนอข้อเสนอแนะให้รัฐบาลเร่งดำเนินการโดยเร็วเพื่อเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจสังคมและตลาดทุนอันดับแรกคือเร่งดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยเฉพาะอย่างยิ่งโครงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานและโครงการไทยเข้มแข็ง  รองลงมาคือเรื่องการเมืองและสุดท้ายคือมาตรการด้านตลาดทุน เช่นมาตรการภาษีสนับสุนให้มีบริษัทจดทะเบียนในตลาดเพิ่มขึ้น เช่นนำรัฐวิสาหกิจเข้าตลาดเป็นต้น

ส่วนปัญหาที่รัฐบาลต้องติดตามอย่างใกล้ชิดและเตรียมการรองรับอันอันดับแรกยังคงเป็นเรื่องปัญหาการเมือง ทั้งในเรื่องของเสถียรภาพรัฐบาล และความที่จะเกิดความรุนแรงต่อเนื่อง รองลงมาคือปัญหาเศรษฐกิจโลก ที่ยังผันผวนและอาจเกิดวิกฤตรอบสองซึ่งจะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย และสุดท้ายคือปัญหาราคาสินค้าแพง จากแนวโน้มเงินเฟ้อที่เพิ่มสูงขึ้น และปัญหาความน่าช้าในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและเบิกจ่ายงบประมาณ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ