posttoday
ผุดแผนใช้ก๊าซ-น้ำมันยาว20ปี

ผุดแผนใช้ก๊าซ-น้ำมันยาว20ปี

17 กันยายน 2558

บอร์ด กพช.ถกใหญ่แผนก๊าซ-น้ำมันระยะ 20 ปี คาดต้องนำเข้าแอลเอ็นจีแบบจัดหนัก จับตาขยับภาษีดีเซล-เบนซิน

บอร์ด กพช.ถกใหญ่แผนก๊าซ-น้ำมันระยะ 20 ปี คาดต้องนำเข้าแอลเอ็นจีแบบจัดหนัก จับตาขยับภาษีดีเซล-เบนซิน

แหล่งข่าวจากคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ (กพช.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ คณะกรรมการ กพช. ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะประชุมเพื่อพิจารณาแผนบริหารจัดการก๊าซธรรมชาติ พ.ศ. 2558-2579 และแผนบริหารจัดการน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2558-2579 ซึ่งเป็นการบูรณาการด้านพลังงานแห่งชาติระยะยาว (ปี 2558-2579) เพื่อสร้างความมั่นคงด้านพลังงานและการใช้ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

ทั้งนี้ แผนก๊าซจะเป็นเรื่องสำคัญ เพราะมีการประเมินว่าประเทศไทยจะพึ่งพาการนำเข้าก๊าซธรรมชาติเหลว (แอลเอ็นจี) มากขึ้น จึงกำหนดแนวทางไว้ 3 กรณี ได้แก่ 1.กรณีฐาน 2.กรณีชะลอโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินและแผนพัฒนาพลังงานทดแทนทำได้ 70% 3.กรณีสัมปทานที่จะสิ้นสุดอายุในปี 2565-2566

ทั้ง 3 กรณีมีการตั้งสมมติฐานว่าการจัดหาก๊าซจากแหล่งในประเทศมีแนวโน้มลดลงเนื่องจากปริมาณสำรองมีจำกัด โดยจะเริ่มทยอยลดลงตั้งแต่ปี 2567 ขณะที่อัตราการจัดหาก๊าซจากเมียนมามีแนวโน้มลดลงเช่นกัน คาดว่าเริ่มลดลงตั้งแต่ปี 2560 ทำให้ต้องนำเข้าก๊าซแอลเอ็นจีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง และจะสูงสุดในปี 2579 ปริมาณปีละ 22-31 ล้านตัน ซึ่งส่งผลให้ต้นทุนพลังงานของประเทศขยับสูงขึ้น เพราะราคาแอลเอ็นจีนำเข้าสูงกว่าที่ไทยผลิตได้

นอกจากนี้ ยังมีแผนลดปริมาณการใช้ก๊าซเพื่อลดการนำเข้าแอลเอ็นจี ประกอบไปด้วย 1.การปรับ Pool Pricingเพื่อให้ผู้ใช้ก๊าซธรรมชาติรายใหม่ลดการพึ่งพาก๊าซผลิตไฟฟ้ามาใช้ถ่านหิน เพิ่มการจัดหาไฟจากต่างประเทศ 2.ยืดอายุแหล่งผลิตก๊าซ เปิดสำรวจและผลิตปิโตรเลียมรอบใหม่ บริหารสัญญาสัมปทานที่จะสิ้นสุดในกรอบ 1 ปี 3.การหาแหล่งและบริหารจัดการแอลเอ็นจีที่มีประสิทธิภาพ เพิ่มจำนวนผู้จัดหาและจำหน่าย เพื่อการแข่งขันภายในประเทศ

ทั้งนี้ จะมีการเสนอให้ตั้งสำนักก๊าซแอลเอ็นจีขึ้นมาเพื่อบริหารจัดการ ดูแลความเสี่ยงในการจัดหา จัดสร้างฐานข้อมูล เพราะแอลเอ็นจีมีแนวโน้มราคาเพิ่มขึ้นอีก 12-15 เท่าจากปัจจุบัน คิดเป็นมูลค่านำเข้ากว่าปีละ 4 แสนล้านบาท 4.บริหารการแข่งขัน จัดหาก๊าซให้เพียงพอ

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า แผนน้ำมันจะให้ความสำคัญกับการใช้เอทานอลและไบโอดีเซล (บี100) ส่งเสริมใช้แก๊สโซฮอล์ อี20 และ บี20 ในรถบรรทุกขนาดใหญ่และต้องปรับราคาก๊าซเอ็นจีวีให้สะท้อนต้นทุนแท้จริง

นอกจากนี้ จะเสนอให้คณะกรรมการ กพช.พิจารณาถึงการปรับภาษีสรรพสามิตเพื่อให้มีความเป็นธรรมกับผู้ใช้น้ำมันในภาคขนส่ง ปรับอัตราภาษีสรรพสามิตของกลุ่มน้ำมันเบนซินและน้ำมันดีเซลให้ใกล้เคียงกันมากขึ้น โดยจะอยู่ในช่วง 2.85-5.55 บาท/ลิตร

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69