posttoday
กองสมุยบุรีฯส่อแววยืดเยื้อ

กองสมุยบุรีฯส่อแววยืดเยื้อ

16 กันยายน 2558

กองสมุยบุรีฯ อาการหนัก เร่งแจงผู้ถือหน่วย ตลท. ขอให้ศึกษาข้อมูลก่อนร่วมประชุม

กองสมุยบุรีฯ อาการหนัก เร่งแจงผู้ถือหน่วย ตลท. ขอให้ศึกษาข้อมูลก่อนร่วมประชุม

เมื่อวันที่ 15 ก.ย. 2558 ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ประกาศเตือนผู้ถือหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์ สมุยบุรี (SBPF) ศึกษาข้อมูลอย่างรอบคอบและเข้าร่วมประชุมผู้ถือหน่วยลงทุน เพื่อพิจารณาแนวทางดำเนินการของกองทุน และซักถามผลกระทบที่จะเกิดขึ้น จากกรณีผู้เช่าทรัพย์สินไม่ปฏิบัติตามสัญญาเช่า

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ในฐานะบริษัทจัดการของกอง SBPF จะจัดประชุมผู้ถือหน่วยลงทุนในวันที่ 18 ก.ย. 2558 เวลา 10.00 น. ณ ห้องประชุมสุรศักดิ์ 1 ชั้น 11 โรงแรมอีสติน แกรนด์ สาทร ถนนสาทรใต้ เขตสาทร กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ผู้เช่าทรัพย์สินคือ บริษัท สมุยบุรีบีช รีสอร์ท ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขของสัญญาเช่าโดยผิดนัดชำระค่าเช่ารวม 69.25 ล้านบาท และธนาคารปฏิเสธการจ่ายเงินตามภาระค้ำประกันวงเงิน 67 ล้านบาท

โดยเมื่อวันที่ 4 เม.ย. 2558 บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ได้บอกเลิกสัญญาเช่าและสรรหาผู้เช่ารายใหม่ แต่ไม่มีผู้สนใจยื่นข้อเสนอเป็นผู้เช่ารายใหม่

นอกจากนี้ ผู้เช่าได้ปฏิเสธการส่งมอบทรัพย์สินที่เช่าคืนแก่ SBPF โดยยังคงใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินอย่างต่อเนื่อง

“เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลกระทบในด้านลบต่อผลประกอบการของ SBPF อย่างมีนัยสำคัญ เนื่องจาก SBPF จะไม่มีรายได้ เพื่อนำมาจ่ายผลตอบแทนให้กับผู้ถือหน่วยลงทุนและระยะเวลาดำเนินการต่างๆ จะขึ้นอยู่กับการพิจารณาของศาล” ตลท.ชี้แจงในประกาศเตือนผู้ถือหน่วย

พร้อมกับให้ข้อมูลต่อว่า “ผู้สอบบัญชีของ SBPF ให้ข้อสังเกตว่า การผิดนัดชำระค่าเช่าของผู้เช่าการบอกเลิกสัญญาเช่าและหยุดรับรู้รายได้ค่าเช่า การปฏิเสธการจ่ายเงินตามภาระค้ำประกันของธนาคารและความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลของคดีที่กองทุนถูกฟ้องร้องโดยผู้เช่า ปัจจัยดังกล่าวแสดงให้เห็นว่ามีความไม่แน่นอนที่มีสาระสำคัญ ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดข้อสงสัยอย่างมีนัยสำคัญเกี่ยวกับความสามารถในการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องของกองทุน”

นายสุทธิพันธ์ กรีมหา ผู้อำนวยการอาวุโส หัวหน้าฝ่ายกองทุนรวมอสังหาริมทรัพย์และทรัสต์ เพื่อการลงทุนอสังหาริมทรัพย์ บลจ.ซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล ชี้แจงว่า กองทุนจะสามารถจ่ายเงินปันผลให้ผู้ถือหน่วยได้ หลังจากที่กองทุนสามารถบังคับหลักประกันต่างๆ และได้รับชำระเงินตามคำพิพากษาแล้ว

“ระยะเวลาในการบังคับนี้ขึ้นอยู่กับกระบวนการทางศาล ซึ่งในเบื้องต้นกระบวนการทางศาลในแต่ละชั้นจะมีระยะเวลาประมาณ 1-2 ปี สำหรับศาลชึ้นต้นประมาณ 2-3 ปี ในชั้นอุทธรณ์ และ 3-5 ปี ในชั้นฎีกา” นายสุทธิพันธ์ ให้ข้อมูล

ในขณะที่การสรรหาผู้เช่ารายใหม่และหาผู้สนใจมาเสนอซื้อทรัพย์สินจากกองทุนรวมจะสามารถทำได้ หลังจากกระบวนการทางกฎหมายสิ้นสุดก่อน โดยอาจจะใช้เวลาประมาณ 3-6 เดือน หากมี
ผู้สนใจยื่นข้อเสนอ

นอกจากนี้ ในปัจจุบันกองทุนมีสภาพคล่องคงเหลือประมาณ 1 ล้านบาท และต้องหยุดบันทึกการรับรู้รายได้ค่าเช่าและรายได้อื่นตั้งแต่วันที่ 4 เม.ย. 2558 ทำให้ไม่สามารถจ่ายเงินปันผลได้จนกว่าจะได้รับค่าเช่าจากผู้เช่าเดิมหรือบังคับหลักประกันตามสัญญาเช่า

“เพื่อเป็นการบรรเทาภาระและเพื่อให้กองทุนสามารถดำรงสถานะและดำเนินการต่อไปได้ ระหว่างนี้บริษัทจัดการจะเลือกเก็บค่าธรรมเนียมการจัดการและนายทะเบียนออกไปก่อน ส่วนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ถ้ากองทุนไม่มีสภาพคล่องเพียงพอ บริษัทจัดการจะสำรองค่าใช้จ่ายแทนกองทุน” นายสุทธิพันธ์ ชี้แจง

ในปัจจุบันกองทุนมีค่าใช้จ่ายประมาณ 6 ล้านบาท/ปี

ข่าวล่าสุด

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน

“วราวุธ” ลุยปราบขยะพิษ จ่อแก้กฎหมายเพิ่มโทษปรับ 10 ล้าน