
กสอ.ลุยปลุกแฟชั่นหัวเมือง
กสอ.เทงบ 100 ล้าน ดันแฟชั่นไทย ปลุกย่านการค้าใหม่ หัวเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา
กสอ.เทงบ 100 ล้าน ดันแฟชั่นไทย ปลุกย่านการค้าใหม่ หัวเมือง เชียงใหม่ ภูเก็ต พัทยา
นายประสงค์ นิลบรรจง รองอธิบดีกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม (กสอ.) เปิดเผยว่า ในปีงบประมาณ 2559 (ต.ค. 2558-ก.ย. 2559) กสอ.ได้เตรียมงบ 100 ล้านบาทสำหรับสนับสนุนอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยและทำโครงการปลุกย่านการค้า ที่มีแผนทำโครงการในย่านการค้าใหม่ในต่างจังหวัดประมาณ 3 แห่ง ได้แก่ จ.เชียงใหม่ ย่านนิมมานเหมินท์ จ.ภูเก็ต และ จ.ชลบุรี พัทยา
สำหรับ จ.เชียงใหม่ เลือกย่านนิมมานเหมินท์ เพราะมีความหลากหลายและมีจุดแข็งด้านการท่องเที่ยวพร้อมกับนำเสนอถึงความเป็นล้านนา ส่วน จ.ภูเก็ต และ จ.ชลบุรี ที่พัทยา จะเน้นความเป็นแฟชั่นที่อยู่ชายทะเล เชื่อว่าจะช่วยปลุกย่านการค้าแต่ละแห่งให้เติบโต สามารถพัฒนาผู้ประกอบการ เพิ่มมูลค่าของสินค้า และพัฒนาการดีไซน์ใหม่ๆ
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา กสอ.ได้พัฒนาย่านการค้าจำนวน 6 แห่ง ได้แก่ 1.ย่านการค้าผ้าไหมปักธงชัย จ.นครราชสีมา มีจำนวนสมาชิกรวม 19 กิจการ 2.ย่านการค้าเสื้อผ้ามุสลิม มีนบุรี มีสมาชิกรวม 16 กิจการ สามารถสร้างมูลค่าและเพิ่มยอดขายได้ 4-5% 3.ย่านการค้าเทอร์มินอล 21 มีสมาชิกรวม 15 กิจการ 4.ย่านการค้าตลาดนัดจตุจักร มีสมาชิกรวม 15 กิจการ 5.ย่านการค้าสำเพ็ง สมาชิกรวม 16 กิจการ และล่าสุด 6.ย่านการค้าสยามสแควร์ มีสมาชิก 15 กิจการ รวมทั้งหมดมีผู้ประกอบการเข้าร่วม 96 กิจการ ที่มุ่งผลิตและสร้างสรรค์สินค้าแปลกใหม่ ดึงความเชื่อมั่นให้ชาวไทยและต่างชาติกลับมาใช้จ่ายให้ย่านนี้กลับมาคึกคักขึ้น
นายประสงค์ กล่าวต่อว่า กสอ.มีเป้าหมายว่า ภายในปี 2560 อุตสาหกรรมแฟชั่นของประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่อันดับหนึ่งในอาเซียน จากปัจจุบันอยู่ในอันดับสอง รองจากสิงคโปร์ ส่วนอันดับในโลกปัจจุบันไทยอยู่ประมาณ 40 ของโลก จากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ไทยอยู่อันดับ 26 ของโลก แต่อันดับไทยลดลงมาเพราะไม่ได้มีการผลักดันและส่งเสริมต่อเนื่องและเป็นรูปธรรม
ขณะที่ภาพรวมการส่งออกสินค้าในอุตสาหกรรมแฟชั่นไทยในปี 2558 คาดว่าจะขยายตัวได้ 4-5% จากปี 2557 ที่มีมูลค่ารวมประมาณ 6.47 แสนล้านบาท โดยในช่วงไตรมาสแรกของปี 2558 ขยายตัว 2.3% โดยอุตสาหกรรมที่ขยายตัวได้ดี ได้แก่ อุตสาหกรรมเครื่องหนัง ส่วนกลุ่มอุตสาหกรรมที่ชะลอตัวลง ได้แก่ อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม ลดลง 9% อุตสาหกรรมอัญมณีและเครื่องประดับลดลงเช่นกันโดยเครื่องหนังเป็นความหวังของกลุ่มแฟชั่น







