ปิดประตูส่งน้ำ ห้ามทำนาปรัง
เกษตรกรเจอแล้งหนัก ปิดสถานีสูบน้ำทั่วประเทศใช้กิน-ใช้เท่านั้น คาดเงินหาย 3.7 หมื่นล้าน
เกษตรกรเจอแล้งหนัก ปิดสถานีสูบน้ำทั่วประเทศใช้กิน-ใช้เท่านั้น คาดเงินหาย 3.7 หมื่นล้าน
แหล่งข่าวจากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า จะเสนอมาตรการบริหารจัดการน้ำในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. 2558-30 เม.ย. 2559 ให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันนี้ เพื่อปิดสถานีสูบน้ำ ประตูน้ำทั่วประเทศ ป้องกันการสูบน้ำเข้าพื้นที่การเกษตร
ปัจจุบันไทยมีปริมาณน้ำในเขื่อนหลักเหลืออยู่ 2,200 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) และในสิ้นฤดูฝนจะมีน้ำเพียง 3,500 ล้าน ลบ.ม. ซึ่งไม่เพียงพอใช้ในการเกษตร ต้องสงวนไว้เพื่อการอุปโภคบริโภคซึ่งเฉลี่ยวันละ 12 ล้าน ลบ.ม.เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้สั่งให้ชะลอเรื่องการเสนอ ครม.ให้พิจารณามาตรการเยียวยาเกษตรกร และมาตรการจ้างงานเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกร โดยให้ทุกกระทรวงเสนอโครงการที่เกิดการจ้างงานทั้งหมด และให้มีคณะกรรมการโครงการ 1 ชุด มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน
นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ รองอธิบดีกรมชลประทาน กล่าวว่า ได้ประชุมร่วมกับการประปานครหลวง (กปน.) การประปาส่วนภูมิภาค (กปภ.) โดยให้ 2 องค์กรจัดทำแผนความต้องการใช้น้ำทั้งหมดจนถึงวันที่ 30 เม.ย. 2559 และให้คำนวณแหล่งน้ำสำรองทั้งหมดว่ามีที่ไหนบ้าง แต่ละแห่งจะใช้ได้กี่วัน โดยการประปาทั้งสองแห่งใช้น้ำวันละ 11-12 ล้าน ลบ.ม.
นอกจากนี้ ได้ให้สำนักชลประทานทั่วประเทศแจ้งพิกัดสถานีสูบน้ำทั่วประเทศและจัดทำรายละเอียดสถานีสูบน้ำ ปริมาณการใช้น้ำขององค์การบริหารส่วนตำบล องค์การบริหารส่วนจังหวัด ภายในวันที่ 15 ก.ย.นี้ ห้ามพลาดแม้แต่แห่งเดียว
นายสุเทพ กล่าวว่า ครั้งนี้เกษตรกรจะปลูกข้าวนาปรัง 15 ล้านไร่ไม่ได้อีกแล้ว
ทั้งนี้ มีการประเมินว่าการลดการทำนาปี 2558 และงดส่งน้ำทำนาปรัง 2558/2559 คาดว่าจะทำให้ข้าวเปลือกลดลง 7-8 ล้านตันเม็ดเงินหายไป 3.7 หมื่นล้านบาท


