
เชิญชวนมาร่วมด้วยช่วยกันคิด เพื่อพิชิตปัญหาหนี้ครัวเรือน
จากสถานะปัจจุบันของหนี้ครัวเรือน ณ ไตรมาส 1/2558 เท่ากับ 10.5 ล้านล้านบาท เทียบกับ GDP 13 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของ GDP สาเหตุที่หนี้มันมีการเพิ่มสูงจากปีก่อนหน้าและมีการโตในช่วงหลังมาปีละประมาณ 1 ล้านล้าน/ปี มาจากสาเหตุหลักๆ ที่มีการศึกษาโดยธนาคารกลางและตามความเห็นผู้เขียนดังนี้คือ
จากสถานะปัจจุบันของหนี้ครัวเรือน ณ ไตรมาส 1/2558 เท่ากับ 10.5 ล้านล้านบาท เทียบกับ GDP 13 ล้านล้านบาท คิดเป็น 80% ของ GDP สาเหตุที่หนี้มันมีการเพิ่มสูงจากปีก่อนหน้าและมีการโตในช่วงหลังมาปีละประมาณ 1 ล้านล้าน/ปี มาจากสาเหตุหลักๆ ที่มีการศึกษาโดยธนาคารกลางและตามความเห็นผู้เขียนดังนี้คือ
1.อัตราดอกเบี้ยต่ำ ทำให้เป็นการเชื้อเชิญให้ใครต่อใครเข้ามากู้เพื่อไปใช้ ไปซื้อทรัพย์สิน เพราะคิดว่าผ่อนไหว ไปได้ ไม่น่าจะมีปัญหา จนบางทีมันเกินเลยขีดความสามารถในการชำระหนี้ หากมีการกระตุกจากดอกเบี้ยที่เพิ่มหรือเศรษฐกิจที่ชะลอตัวลง
2.นโยบายการกระตุ้นของภาครัฐ โครงการภาครัฐที่มาเร่งให้กู้มากินมาใช้มาซื้อทรัพย์สินในขณะที่อาจจะยังไม่พร้อม
3.การแข่งขันการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงิน เพราะว่าหลังปี 2540 ได้เปลี่ยน biz model จาก Corporate banking มาเป็น Universal banking ที่มุ่งไปยัง SME banking และ Consumer banking อันเป็นผลมาจากแรงกดดันในการสร้างผลตอบแทนจากผู้ถือหุ้น เพราะว่าองค์กรเป็นกิจการในตลาดหลักทรัพย์
หลักคิดของความริเริ่มในการแก้ไข
1.ทำอย่างไรให้คนมีรายได้น้อยมีความสามารถในการหารายได้เพิ่ม มีความรู้เพื่อป้องกันตัวเองได้บ้าง
2.ทำอย่างไรให้คนที่มีรายได้ปานกลางไม่ก่อหนี้มากินใช้แบบขาดสติ หลงไปกับมายาคติทางการตลาดจนมีสมการชีวิตว่า มีรายได้แล้วบวกยังต้องไปหาเงินมาอีกก้อนเพื่อใช้หนี้ จึงเท่ากับรายจ่ายในเดือนนั้นๆ
3.ทำอย่างไรให้ทุกช่วงชั้นวัยมีความรู้เรื่องทางการเงิน เพื่อให้มีความรู้รับมือกับการตลาดในบริการทางการเงินที่เข้าถึง ได้ทุกซอกทุกมุมของกิเลสและจิตใจ
วิธีการที่มีการทำในต่างประเทศที่ได้ผล เช่น ไต้หวัน ซึ่งเคยมีปัญหาดังนี้
1.กำกับดูแลธุรกิจและวิธีการตามหนี้อย่างเป็นธรรม มีค่าบริการต่ำ ไม่ใช้ความรุนแรง หรือดูถูกดูแคลนในความเป็นคนด้วยกัน
2.กำกับดูแลการสื่อสารในบริการทางการเงิน บนหลักที่ว่าจะเสนอขายสิ่งใดควรต้องบอกความจริงให้สิ้นสงสัยในบริการที่เสนอขายนั้นกับลูกค้า
3.มีกระบวนการที่โปร่งใสในเรื่องการทำสัญญาระหว่างเจ้าหนี้ลูกหนี้ มากกว่าการบังคับให้ทำในเรื่องรูปแบบสัญญา
4.กำหนดให้มีหลักสูตรความรู้เรื่องทางการเงินทุกช่วงวัยผ่านวิชาเสริมสร้างประสบการณ์ วิชาการเงินส่วนบุคคล เป็นต้น
5.จัดให้มีเครื่องมือที่เรียกว่า Early warning signal for Household debt แล้วสื่อสารสัญญาณมาเป็นระยะ ซึ่งเรื่องนี้ได้เคยมีการระบุในแผนแม่บททางการเงินฉบับที่สองมาแล้ว หรือทำแบบในต่างประเทศ เช่น การใช้ Debt burden ratio คุมยอดหนี้การอุปโภคบริโภคที่ไม่มีหลักประกันเป็นจำนวนเท่าของรายได้
ให้มีการสร้าง Credit scoring for consumer loan and SME Loan เพื่อช่วยในการคิดและตัดสินใจ
6.จัดให้มีองค์กรเป็นศูนย์ประสานงานแบบเบ็ดเสร็จ เพื่อการประนอมหนี้ครัวเรือนสำหรับประชาชน คู่ไปกับคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินนอกระบบ โดยพัฒนาจาก One stop shop ที่มุ่งช่วยการให้กู้ได้สะดวกดังที่ผ่านมา
7.จัดให้มีรูปแบบมาตรฐานกระบวนการ ขั้นตอนการประนอมหนี้ ปรับโครงสร้างหนี้แบบเบ็ดเสร็จ มีสัญญามาตรฐานการปรับหรือประนอมหนี้ แบบลูกหนี้หนึ่งรายกับเจ้าหนี้ทุกราย บนต้นทุนของลูกหนี้ที่น้อยกว่าในปัจจุบันแบบไม่ต้องวิ่งไปวิ่งมาหาทุกเจ้าหนี้จนไม่สามารถทำมาหากินได้8.จัดให้มี Superboard ทางด้านการเงิน เพื่อให้การขับเคลื่อนทั้งหมดข้างต้นเป็นจริง
ท่านผู้อ่านลองคิด พิจารณานะครับ เราลองมาร่วมด้วยช่วยกันคนละความคิด ผิดถูกไม่มีใครรู้แต่ดีกว่า จะนิ่งดูดายกันเพราะชั่วดีถี่ห่างเราก็เป็นคนในประเทศเดียวกันครับ...







