
รัฐ-เอกชนเร่งแก้ ปม ‘ไอยูยู-เทียร์3’
ทั้งปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ที่ถูกสหภาพยุโรปให้ใบเหลือง
โดย...เศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
ทั้งปัญหาการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการงานและไร้การควบคุม (ไอยูยู) ที่ถูกสหภาพยุโรปให้ใบเหลือง และการที่สหรัฐคงอันดับประเทศไทยอยู่ในเทียร์ 3 ของรายงานการค้ามนุษย์ ล้วนส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยและต้องจับตามาตรการอื่นๆ ที่จะตามมาหากแก้ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ภาคเอกชนห่วงมากกว่าหลังเหตุการณ์ระเบิดที่เกิดขึ้นกับกลุ่มที่เชื่อมโยงกับชาวต่างชาติครั้งนี้ คือ ด้านการท่องเที่ยว พรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า อยากให้รัฐบาลวางแผนด้านการท่องเที่ยวในระยะยาว โดยเฉพาะการประกาศนโยบายให้ชัดเจนว่าไทยเป็นประเทศที่ปลอดภัยสำหรับนักท่องเที่ยว
ทั้งนี้ โดยการลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมในแหล่งท่องเที่ยวหลัก เช่น ภูเก็ต ต้องเพิ่มเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย หากเจ้าหน้าที่ของรัฐไม่เพียงพอ ดูแลไม่ใช่แค่เหตุวินาศกรรม แต่ต้องดูแลในเรื่องชีวิต ทรัพย์สิน ป้องกันขโมย โจรที่แฝงเข้ามายิ่งหากเราพึ่งพารายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลัก เรื่องนี้ต้องเร่งดำเนินการ
ขณะที่เรื่องรายงานค้ามนุษย์ ที่ยังติดอยู่ในเทียร์ 3 ของสหรัฐ กระทบต่อความช่วยเหลือของรัฐบาลสหรัฐที่จะมีให้ประเทศไทย แต่
ผลกระทบต่อธุรกิจโดยตรงยังไม่มากนัก เพียงแต่ผู้ซื้อสินค้าจากไทยอาจเรียกร้องให้มีการพิสูจน์ว่าไม่ได้ใช้แรงงานผิดกฎหมาย ซึ่งเป็นต้นทุนที่ผู้ประกอบการต้องรับไป
สำหรับกรณีไอยูยู ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีประมาณเดือน ก.ย.-ต.ค. จะมีการประกาศจากสหภาพยุโรปอีกรอบ หากไทยถูกปลดจากใบเหลืองจะส่งผลดี แต่หากได้ใบแดงจะมีปัญหาตามมาอย่างแน่นอน
จุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า การแก้ไขปัญหาไอยูยูไทยคืบหน้าไปมากทั้ง พ.ร.บ.ประมง พ.ศ. 2558 ซึ่งมีการปรับปรุงแก้ไขเพื่อออกเป็น พ.ร.บ.ประมง ฉบับใหม่ การแก้ไขแผนระดับชาติในการแก้ไขปัญหาไอยูยู (เอ็นพีโอเอ-ไอยูยู) ให้มีแบบแผนกำหนดบทบาทภารกิจรัฐบาลในการแก้ปัญหาชัดเจน การเร่งรัดติดตั้งระบบติดตามเรือ (วีเอ็มเอส) การตั้งศูนย์แจ้งเรือเข้า-ออก (พีไอพีโอ) เพื่อควบคุมเรือที่ผิดกฎหมายจากการออกนอกฝั่ง
ที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่ารัฐบาลได้จัดระเบียบไม่ให้เรือประมงที่ไม่ถูกต้องออกจากท่าเรือเพื่อทำประมงทั่วประเทศ ซึ่งจะทำให้ผู้ประกอบการเรือประมงต้องทำตามกฎหมายทุกขั้นตอน ตั้งแต่ลูกเรือ ผู้คุมเรือ ไต๋เรือ ต้องมีใบนายท้าย ใบช่างเครื่อง ถ้าเป็นลูกเรือต่างด้าวต้องมีบัตรแรงงานถูกต้อง และทำสัญญาจ้างชัดเจน โดยศูนย์ควบคุมเรือประมงเข้า-ออกท่า 28 ศูนย์ ในพื้นที่ 22 จังหวัดชายทะเล หรือ Port In Port Out (PIPO) สำหรับเรือขนาด 60 ตันกรอสขึ้นไปซึ่งส่วนมากเป็นเรือที่ออกทำประมงนอกน่านน้ำ
“ปัญหาแรงงานประมงต้องยอมรับว่า ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมาแทบไม่มีคนไทยเข้ามาเป็นแรงงานประมง เนื่องจากเป็นงานหนัก เหนื่อย ทำให้แรงงานประมง 99% เป็นชาวเมียนมา กัมพูชา นายหน้าหาคนงานจึงพัฒนามาเป็นกระบวนการค้าแรงงานข้ามชาติ” จุมพล กล่าว
อารักษ์ พรหมณี รองปลัดกระทรวงแรงงาน มองว่า แม้ประเทศไทยจะมีปัญหาเกี่ยวกับไอยูยู หรือไอซีไอโอ แต่ไม่น่าจะเป็นผลกระทบที่เกิดจากการที่ไทยถูกจัดอันดับในเทียร์ 3 เรื่องการค้ามนุษย์ เพราะการจัดทำ TIP Report เป็นเรื่องของกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐ ซึ่งขณะนี้ยังไม่ได้ประกาศมาตรการอะไรออกมา ไทยจึงยังไม่มีผลกระทบจากเรื่องนี้อย่างไรก็ตาม เมื่อถูกจัดอันดับเช่นนี้ก็ต้องเร่งแก้ไข ซึ่งที่ผ่านมา ในส่วนของการควบคุมแรงงานได้มีการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าว 3 สัญชาติ ในปี 2558 มีแรงงานมาต่อทะเบียนแล้ว 1.04 ล้านคน พิสูจน์สัญชาติไปแล้ว 2.7 แสนคน นายจ้างส่งบัญชีขอพิสูจน์สัญชาติมาแล้ว 5.8 แสนคน และมีแรงงานประมงมาจดทะเบียนใหม่อีก 5.4 หมื่นคน นอกจากนี้ ยังออกกฎระเบียบคุ้มครองแรงงานประมงทะเลให้รัดกุมขึ้นทั้งในส่วนของสัญญาการจ้างงาน และการออกตรวจแรงงานประมง ขณะเดียวกัน สิ่งที่ต้องทำต่อไปคือเรื่องการคุ้มครองสิทธิของแรงงานต่างด้าวให้มากขึ้น โดยเฉพาะการเข้าถึงความช่วยเหลือทางกฎหมายหากถูกเอารัดเอาเปรียบ
“ในอนาคตการจัดการแรงงานต้องมียุทธศาสตร์ทั้งระบบ เพราะการเคลื่อนย้ายแรงงาน จะมีความซับซ้อนมากขึ้น มีแรงงานจากหลายสัญชาติเข้ามา ดังนั้น ควรตั้งหน่วยงานในลักษณะเดียวกับศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย(ศปมผ.) และศูนย์บัญชาการแก้ไขปัญหาการบินพลเรือน (ศบปพ.) เพื่อบริหารจัดการทั้งระบบ” อารักษ์ กล่าว







