
จุฬาฯแนะดูแลผู้สูงอายุรอบด้าน
โดย วารุณี อินวันนา
โดย วารุณี อินวันนา
จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติระบุว่า ประเทศไทยได้ถูกจัดให้เป็นประเทศที่อยู่ในสังคมผู้สูงอายุตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 และจนถึงปัจจุบัน ข้อมูล ณ วันที่ 3 ก.ค. 2558 โดย สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล สัดส่วนของประชากรที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไปมีจำนวนถึง 10,353,940 คน ซึ่งถือว่ามีจำนวน 15.9% ของจำนวนประชากรทั้งหมด 65,105,855 คน
ขณะที่ สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้พยากรณ์ว่าประเทศไทยจะมีผู้สูงอายุถึง 1 ใน 4 ของประชากรภายในปี พ.ศ.2571 นั่นคือข้อมูลที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ประเทศไทยได้ก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุอย่างรวดเร็ว
น.ส.คัคนางค์ มณีศรี คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มองว่า ประเทศไทยของได้ก้าวเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หรือที่เรียกว่า Aging Society และนับจากนี้ไปจะยิ่งทวีความเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ เพราะจะไปถึง ขั้น Aged Society หรือขั้น Hyper-aged Society ซึ่งมีสัดส่วนผู้สูงวัยในระดับที่สูงขึ้นอีก จากภาวะและผลพวงของการเปลี่ยนแปลงนี้ จึงเล็งเห็นว่านอกเหนือจากประเด็นทางการเงินแล้ว ยังน่าจะมีประเด็นอื่นๆ ที่สมควรพิจารณาในการจัดองค์ความรู้ให้กับหน่วยงานที่ตระหนักถึงความสำคัญและความจำเป็นในการช่วยดูแลสังคมผู้สูงอายุให้รอบด้าน ทั้งด้านจิตใจ การเงิน สังคม และ สุขภาพ
ปัจจุบัน บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) ได้ติดต่อเข้ามาเพื่อขอความรู้ด้านวิชาการในเรื่องดังกล่าว จึงได้ร่วมกันกำหนดหลักสูตร"ผู้วางแผนการเกษียณ"ให้ตรงกับความต้องการของผู้ที่จะนำไปใช้ โดยจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ให้การสนับสนุนด้านวิชาการ และ ผลการวิจัยต่างๆ ที่ทางมหาวิทยาลัยศึกษามาอย่างต่อเนื่อง เพราะตระหนักว่าคนที่จะไปวางแผนเกษียณต้องมีความรู้รอบด้าน
นอกจาก คณะจิตวิทยาแล้วก็ยังมีคณาจารย์จากสาขาวิชาต่างๆ อีก 4 สาขาวิชาที่มาร่วมกันถ่ายทอดความรู้ ประสบการณ์ และงานวิจัยที่มีเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการเรียนรู้ดังกล่าว โดยคณะแพทย์ศาสตร์ จะให้ความรู้ด้านโรค ภัยไข้ เจ็บของผู้สูงอายุ คณะเศรษฐศาสตร์ ให้ความรู้ด้านการเงิน คณะจิตวิทยา ให้ความรู้ด้านการดูแลทางจิตใจ และให้ความรู้ด้านประชากรศาสตร์ ที่มีเรื่องของการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร
"ในเชิงจิตวิทยา ในภาวะทั่วไปนั้นผู้สูงวัยเป็นผู้ที่เผชิญกับการเปลี่ยนแปลง และเป็นการเปลี่ยนแปลงขาลง มีแต่ข่าวร้ายและการสูญเสีย เช่นเสียงาน เสียรายได้ เสียคู่ครอง เลยไปถึงการเสื่อมสภาพของร่างกาย แขน-ขา-อวัยวะ โรคภัยรุมเร้า หรือต้องนอนติดเตียงซึ่งต้องการคนดูแล เหล่านี้ คนรอบข้างก็ต้องเข้าใจ และเจ้าตัวเองก็ต้องเตรียมความพร้อมในทุกๆ ด้าน”คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าว
นายสมโพชน์ เกียรติไกรวัล รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทโตเกียวมารีนประกันชีวิต (ประเทศไทย) กล่าวว่า โตเกียวมารีนประกันชีวิตต้องการที่จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างการตระหนักรู้ให้กับสังคมไทย จำเป็นอย่างยิ่งที่ประชาชนจะต้องเร่งให้ความสำคัญและใส่ใจในเรื่องการเก็บออมเงินเพื่อเตรียมความพร้อมที่จะรับมือกับการมีอายุยืนในอนาคต สิ่งสำคัญที่สุดคือ จะทำอย่างไรให้เงินออมที่สะสมมาตลอดชีวิตการทำงานยังคงอยู่อย่างปลอดภัย ไม่ต้องเผชิญความเสี่ยงกับการผันผวนจากการลงทุน และยังคงพอมีรายได้ไว้ใช้จ่ายในช่วงชีวิตหลังเกษียณได้อย่างต่อเนื่องยาวนาน เพื่อให้สามารถบรรเทาภาระการพึ่งพิงบุคคลในครอบครัว หรือไม่สร้างภาระให้กับภาครัฐ
ทั้งนี้ เพื่อยกระดับมาตรฐานความรู้ให้กับตัวแทน ได้พัฒนาหลักสูตร “ผู้วางแผนการเกษียณ” (CRP: Certified Retirement Planner) ด้วยความร่วมมือกับคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งทางจุฬาฯ ได้ระดมอาจารย์ผู้เชี่ยวชาญจากสาขาต่างๆที่เกี่ยวข้องมาให้ความรู้กับทางตัวแทน รวม 160 แล้วที่เข้าอบรมหลักสูตรดังกล่าว โดยใช้ระยะเวลาในการฝึกอบรม 5 วัน รวมจำนวนชั่วโมงทั้งหมด 33 ชั่วโมงและมีการสอบวัดผลข้อเขียน โดยผู้เข้าอบรมจะต้องผ่านเกณฑ์การประเมิน 70% ขึ้นไป จึงจะได้รับประกาศนียบัตรผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนี้ สำหรับการฝึกอบรมครั้งนี้ถือเป็นรุ่นที่ 2 หลังจากมีการฝึกอบรมรุ่นแรกผ่านไปจำนวนหนึ่ง และมุ่งหวังที่จะเพิ่มจำนวนตัวแทนที่เข้ารับการอบรมอย่างต่อเนื่องต่อไป
สำหรับ เนื้อหาของการอบรมประกอบไปด้วยองค์ความรู้ในหลากหลายมิติ อันได้แก่ มิติทางด้านการเงินและกระบวนการวางแผน มิติด้านสังคม-การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และเศรษฐกิจ รวมถึงนโยบายภาครัฐ มิติด้านการดูแลสุขภาพทั้งกายและใจ และประเด็นการดูแลผู้สูงอายุ และมิติด้านกฎมายที่มีต่อผู้สูงอายุ วัตถุประสงค์สำคัญของการทำโครงการฝึกอบรมนี้ คือการที่ตัวแทนของโตเกียวมารีนประกันชีวิตเป็นผู้ที่มีศักยภาพ มีความรอบรู้เพียงพอที่จะวางแผนการเกษียณอย่างถูกต้องรอบครอบ ซึ่งแน่นอนว่าลูกค้าจะได้ประโยชน์จากการทำงานที่มีประสิทธิผลนี้ นอกจากจะได้รับคุณวุฒิวางแผนการเกษียณนี้แล้ว สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ได้ให้การรับรองการฝึกอบรมนี้ไปใช้ต่อใบอนุญาต ครั้งที่ 4 ได้อีกด้วย
คณบดีคณะจิตวิทยา จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สรุปว่า การยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุ จำเป็นต้องเตรียมตัวให้รอบด้านทั้งด้านสังคม จิตใจ การเงิน และสุขภาพ ซึ่งทั้ง 4 ด้านมีความสำคัญพอๆ กัน ในการทำให้ชีวิตสมดุล







