
รถไฟไทย-จีน‘ดีเลย์’ ถก‘ค่าก่อสร้าง’ไม่จบ
โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วปานกลาง เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 873 กม. วงเงินลงทุนร่วม 4 แสนล้านบาทเศษ
โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐโพสต์ทูเดย์
โครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วปานกลาง เส้นทางกรุงเทพฯ-แก่งคอย-นครราชสีมา-หนองคาย และแก่งคอย-มาบตาพุด ระยะทาง 873 กม. วงเงินลงทุนร่วม 4 แสนล้านบาทเศษ หรือรถไฟไทย-จีน มีแนวโน้มล่าช้าออกไปจากกำหนดการเดิม หลังการเจรจาความร่วมมือด้านรถไฟระหว่างไทย–จีน ครั้งที่ 7 วันที่ 11 ก.ย.ที่ผ่านมา ระหว่าง อาคม เติมพิทยาไพสิฐ รมว.คมนาคม ร่วมกับ หวังเซียวเถา หัวหน้าคณะฝ่ายจีน ไม่สามารถตกลงในข้อสรุปที่เป็นสาระสำคัญ
วาระการประชุมครั้งนี้ ได้มีการหารือกันถึงรายงานการศึกษาออกแบบเบื้องต้นในการก่อสร้างโครงการเฟส 1 ซึ่งประกอบด้วย ช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย และช่วงที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา รวมระยะทาง 252 กม. ซึ่งทางจีนส่งผลการศึกษามาให้ไทยแล้วตั้งแต่วันที่ 31 ส.ค.ที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังมีประเด็นถกเถียงกันหนักเป็นเรื่องต้นทุนการก่อสร้างที่ยังไม่สามารถสรุปตัวเลขกันได้
ฝ่ายจีนได้สำรวจออกแบบและรวมโครงสร้างโครงการแอร์พอร์ตลิงค์ช่วงพญาไท-ดอนเมือง เข้าไปด้วย อีกทั้งยังไม่ได้แยกศูนย์ก่อสร้างระหว่างเฟส 1 (ช่วงที่ 1 และช่วงที่ 3) กับเฟสที่ 2 (ช่วงที่ 2 และช่วงที่ 4) ทำให้ค่าก่อสร้างช่วงที่ 1 และช่วงที่ 3 มีมูลค่าสูงมาก จึงต้องศึกษาต้นทุนที่แท้จริงให้ชัดเจนมากขึ้น โดยฝ่ายจีนจะต้องทำเฉพาะส่วนของรถไฟไทย-จีนเท่านั้น
“ฝ่ายจีนไม่ได้จงใจรวบงานก่อสร้างทั้งหมดเข้าด้วยกัน แต่ในทางเทคนิคการก่อสร้างอาจทำให้ฝ่ายจีนเข้าใจว่าควรทำเช่นนั้น ฝ่ายไทยจึงต้องหารือเรื่องนี้ให้ละเอียด เพื่อความชัดเจนในการออกแบบก่อสร้าง” แหล่งข่าวจากที่ประชุม กล่าว
อาคม กล่าวว่า ในส่วนของมูลค่าการลงทุนช่วงที่ 1 กรุงเทพฯ-แก่งคอย และช่วงที่ 3 แก่งคอย-นครราชสีมา ทางฝ่ายไทยยืนยันว่าต้องการให้มีการตั้งที่ปรึกษาทางการเงินเพื่อประเมินราคา โดยฝ่ายจีนจะเป็นผู้ประเมินและไทยจะพิจารณาว่าราคาเหมาะสมเพียงใด โดยใช้ราคาวัสดุในไทยเป็นหลัก ส่วนการร่วมลงทุนทางการเงินระหว่างไทย-จีน เป็นลักษณะนิติบุคคลเฉพาะกิจ (เอสพีวี) รวมทั้งรูปแบบและเทคโนโลยีการก่อสร้างจีนจะเป็นผู้ออกแบบ แต่ในขั้นตอนการก่อสร้างจะเป็นผู้รับเหมาไทย ซึ่งจะต้องแยกรายการให้ชัดเจน
“เราจะดูรายละเอียดผลการศึกษาสำรวจออกแบบช่วงที่ 1 และช่วงที่ 3 ว่าต้นทุนเท่าไร เพื่อศึกษาออกแบบรายละเอียดให้มากกว่านี้ ส่วนช่วงที่ 2 เส้นทางแก่งคอย-มาบตาพุด และช่วงที่ 4 นครราชสีมา-หนองคาย นั้น ทางจีนจะศึกษารายละเอียดแล้วเสร็จเดือน ธ.ค.นี้” รมว.คมนาคม กล่าว
ทั้งนี้ แม้การประชุมจะเสร็จสิ้นลง แต่ประเด็นเรื่องต้นทุนค่าก่อสร้างเส้นทางช่วงที่ 1 และ 3 ยังไม่มีข้อสรุป ดังนั้น คาดว่าเรื่องตัวเลขจะมีความชัดเจนขึ้นในการประชุมครั้งที่ 8 วันที่ 28-29 ต.ค. 2558 ที่กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน และคาดว่าจะสรุปมูลค่าการลงทุนทั้งตลอดเส้นทางได้ในเดือน พ.ย.
หลังจากนั้นจึงจะได้ข้อสรุปเรื่องรูปแบบการลงทุน สัญญาการก่อสร้าง เบื้องต้นน่าจะตอกเสาเข็มได้เดือน ธ.ค. หากไม่มีอะไรคลาดเคลื่อน
“หากคิดมูลค่าโครงการเป็นส่วนๆ ไม่เห็นภาพรวม ตัวเลขผลตอบแทนที่ได้ก็จะไม่มาก ผมได้คอมเมนต์เรื่องมูลค่าโครงการ ปริมาณผู้โดยสาร ประมาณการต้นทุน ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจกับฝ่ายจีนไปแล้ว เพราะประเด็นสำคัญต้องคิดให้ครบ รูปแบบการลงทุนขึ้นกับผลตอบแทนที่ได้” อาคม กล่าว
นอกจากเรื่องมูลค่าการลงทุนเฟส 1 แล้ว ประเด็นเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ในการก่อสร้างโครงการก็ยังต้องต่อรองกันต่อไป โดย อาคม ให้ข้อมูลว่า ขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง แต่ฝ่ายจีนยอมรับมาตรฐานการกู้เงินของไทยแล้วและยืนยันจะทำให้ดีที่สุด
เช่นเดียวกับประเด็นเรื่องการเวนคืนที่ดินในขณะนี้ก็ยังมีบางจุดที่ไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากมีการเบี่ยงแนวเส้นทางบ้างเล็กน้อย และขยายจุดที่จะต้องก่อสร้างอุโมงค์ จึงอาจจะต้องเวนคืนที่ดินเพิ่มเติม แต่เบื้องต้นมีข้อมูลจากการศึกษาอยู่แล้วว่าจะต้องเวนคืนส่วนใดบ้าง คงต้องรอความชัดเจนหลังได้ข้อสรุปผลการศึกษาและออกแบบแล้วเสร็จ แล้วจึงสรุปรายงานเพิ่มเติมส่งสำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากร ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพิจารณา







