
ทุบยอดส่งออกอาหารปี'60
เอกชนคาดส่งออกอาหารทรงตัว 3 ปี สถาบันอาหารหดเป้าปี 2560 เหลือ 1.3 ล้านล้าน
เอกชนคาดส่งออกอาหารทรงตัว 3 ปี สถาบันอาหารหดเป้าปี 2560 เหลือ 1.3 ล้านล้าน
นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล ที่ปรึกษาคณะกรรมการหอการค้าไทย เปิดเผยว่า มูลค่าการส่งออกอาหารของไทยในปี 2558 น่าจะอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท ลดลงจากปี 2557 เล็กน้อย และน่าจะทรงตัวอยู่ในระดับเดิมไปอีก 2-3 ปี เนื่องจากไทยเผชิญปัญหากฎระเบียบว่าด้วยการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่รายงาน และไร้การควบคุม (ไอยูยู) ทำให้การส่งออกกุ้งชะลอตัว ราคาข้าวในตลาดโลกก็ปรับตัวลดลง
ด้าน นายยงวุฒิ เสาวพฤกษ์ ผู้อำนวยการสถาบันอาหาร กระทรวงอุตสาหกรรม กล่าวว่า ขณะนี้ได้ปรับเป้าหมายการส่งออกอาหารไทยในปี 2560 ลงมาอยู่ที่ 1.33 ล้านล้านบาท จากเดิมเมื่อ 5 ปีก่อนรัฐบาลไทยเคยตั้งเป้าภายใต้ยุทธศาสตร์ครัวไทยสู่ครัวโลกไว้ที่ 2 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ การปรับเป้าหมายดังกล่าวถือเป็นการปรับไปตามสภาวะเศรษฐกิจและกลไกการค้าโลกที่เปลี่ยนแปลงไป แต่ในเชิงปริมาณการส่งออกน่าจะยังเติบโตได้ปีละ 7-8%
“ขณะนี้สินค้าบางตัวก็มียอดส่งออกดีขึ้น บางตัวก็ลดลง มูลค่าการส่งออกจะเติบโตมากหรือน้อยไม่ได้มีเพียงปัจจัยการสนับสนุนของไทยอย่างเดียว ยังขึ้นกับนโยบาย มาตรการกีดกันทางการค้าที่มิใช่ภาษี หรือเอ็นทีบีของประเทศอื่นๆ ด้วย” นายยงวุฒิ กล่าว
ทั้งนี้ สถาบันอาหารจะเร่งดำเนินการ 3 ด้าน เพื่อให้ไปถึงเป้าหมาย 1.3 ล้านล้านบาท ได้แก่ 1.สนับสนุนข้อมูลความเปลี่ยนแปลงของสินค้าอาหารประเภทต่างๆ เพื่อให้เอกชนไทยปรับตัวได้ทัน 2.ช่วยโปรโมทคุณค่าอาหารไทย ความปลอดภัย โภชนาการของสินค้าประเภทต่างๆ ในประเทศตลาดหลัก 3.ทำงานร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงพาณิชย์ เพื่อผลักดันให้ยอดส่งออกเติบโต
ตลาดหลักที่จะช่วยส่งเสริมยอด ได้แก่ ตลาดจีน ซึ่งเติบโตปีละ 15-20% ตลาดอาเซียน ซึ่งปัจจุบันนำเข้าอาหารจากไทยมากที่สุด หลังเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) เชื่อว่าผู้ประกอบการไทยจะมีโอกาสเพิ่มขึ้น และมีศักยภาพแข่งขันกับมาเลเซีย อินโดนีเซีย เวียดนาม ซึ่งเป็นประเทศส่งออกอาหารเหมือนกันได้
ข้อมูลของสถาบัน ระบุว่า การส่งออกอาหารครึ่งปีแรกของปี 2558 อยู่ที่ 4.24 แสนล้านบาท คาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้จะอยู่ที่ 9 แสนล้านบาท ลดลงจากปีที่ผ่านมา 1.7%
นางอรรชกา สีบุญเรือง รมว.อุตสาหกรรม กล่าวว่า เมื่อเปิดเออีซีจะเป็นโอกาสการส่งออกของผู้ประกอบการไทยและโอกาสสร้างเครือข่ายการผลิตระดับภูมิภาคไปพร้อมกัน สินค้าอาหารที่น่าจะเติบโตได้อย่างรวดเร็ว ได้แก่ สินค้ากลุ่มฟังก์ชันนัลฟู้ดส์และอาหารฮาลาล
ด้าน น.ส.รุ้งเพชร ชิตานุวัตน์ ผู้อำนวยการฝ่ายจัดการธุรกิจ บริษัท ยูบีเอ็ม เอเชีย (ประเทศไทย) กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารไทยยังคงเป็นที่สนใจของชาวต่างชาติ การจัดงานฟู้ด อินกรีเดียนส์ เอเชีย 2015 ในไทย มีบริษัทผู้ผลิตและผู้จัดจำหน่ายส่วนผสมอาหารทั้งไทยและต่างประเทศเข้าร่วม 650 ราย จาก 40 ประเทศ มีผู้เข้าร่วมงานกว่า 1.5 หมื่นคน มาจากอาเซียน 2,400 คน และน่าจะช่วยให้เกิดการจับคู่ธุรกิจไม่ต่ำกว่า 7,200 นัด







