
หนุนเอสเอ็มอี ดีต่อแบงก์
โดย...บล.เอเซีย พลัส
โดย...บล.เอเซีย พลัส
ผลจากการที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติโครงการปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ หรือซอฟต์โลน ให้กับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) วงเงิน 1 แสนล้านบาท อัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 4% ต่อปี นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส มองว่า น่าจะสร้างบรรยากาศเชิงบวกต่อธนาคารพาณิชย์ ทำให้ภาพรวมของการปล่อยสินเชื่อน่าจะเติบโตได้เกินจากเป้าหมายที่นักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส ประเมินไว้ที่ 7.48% ในปี 2558 และ 7.17% ในปี 2559
โดยเฉพาะธนาคารที่มีฐานลูกค้าเอสเอ็มอีในสัดส่วนที่สูง ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) ให้มูลค่าที่เหมาะสม 232 บาท ธนาคารทหารไทย (TMB) มูลค่าที่เหมาะสม 2.30 บาท ซึ่งมีสัดส่วนสินเชื่อเอสเอ็มอีราว 38% และ 37% ของสินเชื่อรวม ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาในเรื่องปัจจัยพื้นฐานทั้งสัดส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) และโอกาสปรับขึ้น พบว่า KBANK มี พี/อี ต่ำเพียง 10.3 เท่า ในปีนี้ และ 8.8 เท่า ในปีหน้า และมีโอกาสปรับขึ้นสูงสุด 30% จึงเลือกเป็นหุ้นแนะนำ
แผนกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นจะมีส่วนช่วยให้อัตราเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ(จีดีพี) มีแนวโน้มฟื้นตัวตั้งแต่งวดไตรมาส 4 ปี 2558 และ บล.เอเซีย พลัสมีแนวโน้มจะปรับเพิ่มจีดีพีในปี 2558 จากที่ประเมินไว้ 2.5% เล็กน้อย โดยน่าจะอยู่ระหว่าง 2.8-3% และในปี 2559 คาดว่าน่าจะแตะระดับใกล้ 4% ทำให้เชื่อมั่นว่าความเสี่ยงต่อการปรับลดประมาณการกำไรตลาดในปี 2558 และ 2559 มีน้อยลง หลังจากที่มีการปรับลดประมาณถึง 3 ครั้ง นับจากต้นปี 2558
ทั้งนี้ จากการสำรวจความคิดเห็นของนักวิเคราะห์ บล.เอเซีย พลัส มีโอกาสปรับเพิ่มกำไรในบางกลุ่ม โดยเฉพาะหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ ได้แก่ กลุ่มธนาคารพาณิชย์ที่ คาดว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐน่าจะเริ่มมีผลอย่างเร็วสุดคืองวดไตรมาส 4 ก่อนที่จะส่งผลชัดเจนตั้งแต่ปี 2559 เป็นต้นไป โดยคาดยอดสินเชื่อจะเติบโตสูงกว่าประเมินไว้ที่ราว 7% และการตั้งสำรองหนี้ฯ อาจลดลง จากเดิมที่ทำไว้สูงขึ้น ทั้งนี้คาดว่า KBANK, TMB จะได้ประโยชน์จากแนวโน้มการปล่อยสินเชื่อเอสเอ็มอีได้เพิ่มขึ้น
ขณะที่บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป (TISCO) บริษัท ทุนธนชาต (TCAP) และธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) เริ่มเห็น บรรยากาศเชิงบวกมากขึ้น ทั้งการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ใหม่และรถเก่าในปี 2559 รวมถึงการตั้งสำรองหนี้ฯ สำหรับผลขาดทุนจากการขายรถยึดที่ลดลงจากเดิมมาก หากภาครัฐสามารถแก้ไขหลักเกณฑ์การระบายรถมือสองเพื่อส่งออกไปยังประเทศเพื่อนบ้านได้มากขึ้น
กลุ่มเช่าซื้อที่มีแนวโน้มปรับเพิ่มประมาณการ บริษัท สหการประมูล (AUCT) บริษัท ลีซ อิท (LIT) ในปี 2559 เนื่องจากได้ประโยชน์จากการปล่อยสินเชื่อรถมืองสองมากขึ้น รวมทั้งส่งเสริมการส่งออกรถยนต์มือสองไปยังตลาดต่างประเทศ
ขณะที่กลุ่มอื่นๆ มีแนวโน้มคงประมาณการ ได้แก่ กลุ่มรับเหมาก่อสร้างและกลุ่มวัสดุก่อสร้าง เหล็ก นิคมอุตสาหกรรม บันเทิง สื่อสาร ขนส่งทางอากาศ รวมถึงกลุ่มที่อิงเศรษฐกิจโลก คือ กลุ่มพลังงานและปิโตรเคมี เช่นเดียวกับกลุ่มส่งออก ก็มีแนวโน้มคงประมาณการเช่นกัน
กลุ่มเกษตร-อาหาร ที่กำลังซื้อในประเทศและราคาผลิตภัณฑ์สัตว์บกที่ยังอยู่ในระดับต่ำ อาจกดดันผลประกอบการ แต่ได้ตัดลดประมาณการไปล่วงหน้าแล้ว จึงคาดว่าช่วงที่เหลือของปี 2558 ไม่น่าจะมีการปรับลดประมาณการอย่างมีนัยสำคัญ
กลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ แม้งวดไตรมาส 3 จะเป็นช่วงฤดูกาลของธุรกิจของอุตสาหกรรมส่งออก แต่จากภาวะที่เศรษฐกิจจีน ซึ่งเป็นผู้นำเข้าชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของโลกชะลอตัวลง ส่งผลให้คำสั่งซื้อต้องมีการเลื่อนหรือชะลอออกไป
อย่างไรก็ตาม ฝ่ายวิจัย บล.เอเซีย พลัส ได้ปรับลดประมาณไปแล้วล่วงหน้า จึงคาดว่าช่วงที่เหลือของปีไม่น่าจะมีการปรับประมาณการเพิ่มเติม







