posttoday
ติดเครื่อง ‘ทวาย’ เฟสแรก

ติดเครื่อง ‘ทวาย’ เฟสแรก

10 กันยายน 2558

หลังจากหยุดชะงักไประยะหนึ่ง ตอนนี้โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายได้เริ่มเดินหน้าอีกครั้ง

โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล

หลังจากหยุดชะงักไประยะหนึ่ง ตอนนี้โครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายได้เริ่มเดินหน้าอีกครั้ง หลังจากกลุ่มธุรกิจไทย ได้แก่ บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ บริษัท สวนอุตสาหกรรมโรจนะ และบริษัท แอลเอ็นจี พลัส อินเตอร์เนชั่นแนล ได้ลงนามในสัญญากับคณะกรรมการบริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย (DSEZMC) เพื่อพัฒนาโครงการระยะแรกครอบคลุมพื้นที่ 27 ตร.กม.

“โพสต์ทูเดย์” ได้ลงพื้นที่ติดตามความคืบหน้าของการพัฒนาดังกล่าว และได้พูดคุยกับผู้เกี่ยวข้อง โดย สรจักร กิจทองพิศิษฐ ผู้จัดการฝ่ายพัฒนาธุรกิจจากบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ ให้สัมภาษณ์ว่า โครงการพัฒนาทวายระยะแรกมีความคืบหน้าไปมาก เห็นได้จากมีการเคลียร์ทางทำถนน 2 เลน จากด่านบ้านพุน้ำร้อน จ.กาญจนบุรี เข้ามายังบ้านทิกิ เมืองทวาย ของเมียนมา รวมระยะทาง 150 กม.

ขณะที่พื้นที่พัฒนาระยะแรก 27 ตร.กม. หรือประมาณ 1.6 หมื่นไร่ จากพื้นที่โครงการทั้งหมด 196 ตร.กม.นั้น ได้เริ่มพัฒนาเฟสเอเพื่อขายพื้นที่ให้เอกชนแล้ว ซึ่งขณะนี้มีนักลงทุนจากไทย สิงคโปร์ เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น และอินเดีย ในกลุ่มอุตสาหกรรมห้องเย็น ยางและแปรรูปยางพารา สิ่งทอและเสื้อผ้า

“เรากำลังรวบรวมข้อมูลบริษัทที่จะเข้ามาลงทุน เพื่อส่งให้คณะกรรมการของเมียนมาพิจารณา เพื่อออกเอกสารการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินจากรัฐบาลเมียนมา คาดว่าจะเริ่มเห็นการก่อสร้างโรงงานในพื้นที่โครงการทวายระยะแรกได้ในเดือน พ.ย.นี้” สรจักร กล่าว

ระหว่างนี้จะพัฒนาสาธารณูปโภคภายในโครงการเพื่อรองรับการลงทุน ประกอบด้วย ถนนเข้าสู่โครงการตั้งแต่หน้าด่านและภายในโครงการรวม 138 กิโลเมตร โครงการท่าเรือขนาดเล็กซึ่งขณะนี้เสร็จแล้ว สามารถรองรับเรือบรรทุกขนาด 1.3 หมื่นตัน เบื้องต้นเป็นเรือขนส่งสินค้าระหว่างย่างกุ้ง-สิงคโปร์

นอกจากนี้ ยังมีโรงไฟฟ้าที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิงขนาดเบื้องต้น 1 เมกะวัตต์ ท่าเทียบเรือสำหรับขนถ่ายก๊าซปิโตรเลียมเหลว (แอลเอ็นจี) อ่างเก็บน้ำ ระบบโทรคมนาคม และที่พักสำหรับคนงาน ทั้งหมดนี้คาดว่าจะพร้อมสำหรับการเดินเครื่องจักรผลิตของโรงงานภายใน 2 ปี และคาดว่าจะขายพื้นที่ให้นักลงทุนได้หมดภายในปี 2567

ด้าน เนวิน สินสิริ ผู้อำนวยการสำนักงานความร่วมมือพัฒนาเศรษฐกิจกับประเทศเพื่อนบ้าน (องค์กรมหาชน) หรือเนด้า ให้ข้อมูลว่า ทวายจะเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษที่ใหญ่ที่สุดของเมียนมา และเป็นอันดับ 1 ของเขตเศรษฐกิจพิเศษในเอเชีย ห่างจากกรุงเทพฯ เพียง 300 กม. ห่างจากอีสต์เทิร์นซีบอร์ด 450 กม. ย่างกุ้ง 600 กม. ท่าเรือเวียงเต่า เวียดนาม 1,000 กม. และท่าเรือเชนไน อินเดีย 1,600 กม.

“ทวายน่าสนใจมาก เป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญที่ไทยจำเป็นต้องมีส่วนร่วม เพราะมีศักยภาพเชื่อมกับอีสต์เทิร์นซีบอร์ด เป็นประตูการค้าทางตะวันตก เป็นแหล่งวัตถุดิบ มีค่าแรงถูกกว่าไทย มีสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) และยังได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐบาลเมียนมาที่ส่งเสริมการลงทุน” เนวิน กล่าว

ปัจจัยเหล่านี้ทำให้การพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายมีความสำคัญ เพราะจะเป็นแหล่งผลิตสำคัญ และศูนย์กลางการส่งออกสำคัญของภูมิภาค ซึ่งหากโครงการทวายเกิดได้เต็มรูปแบบ ก็จะกลายเป็นโอกาสของธุรกิจอื่นๆ ตามมาด้วย เช่น ท่องเที่ยวและโรงแรม

ขณะที่ตอนนี้อุตสาหกรรมที่จะดึงเข้ามาลงทุนมี 4 คลัสเตอร์หลัก ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมเหล็ก-ยานยนต์ 2.อุตสาหกรรมที่เน้นใช้แรงงานเป็นหลัก เช่น สิ่งทอและเสื้อผ้า อิเล็กทรอนิกส์ 3.อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับวัตถุดิบในพื้นที่ เช่น ไม้ ยางพารา น้ำมันพืชจากปาล์มน้ำมัน แร่ธาตุ อาหารเกษตรแปรรูป และ 4.อุตสาหกรรมปิโตรเคมี ทั้งโรงกลั่น ปุ๋ย  พลาสติก และยา

บุญญะพัฒน์ จันทรอุไร รอง ผวจ.กาญจนบุรี กล่าวว่า  หากแจ้งเกิดโครงการทวายได้สำเร็จจะช่วยกระตุ้นให้เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดน จ.กาญจนบุรี เกิดและสำเร็จตามไปด้วย ซึ่งจะทำให้พื้นที่นี้เป็นจุดเปลี่ยนถ่ายสินค้าที่สำคัญของไทยและภูมิภาค ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจภายในจังหวัดด้วย

ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ ทำให้โครงการทวายมีความสำคัญ และจำเป็นที่ไทยจะต้องพยายามไปมีส่วนร่วม เพื่อไม่ให้ “ตกขบวน” การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของภูมิภาค

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ