
แฟรนไชส์สูตรอาหาร ธุรกิจใหม่ลงทุนน้อย
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
โดย...เบ็ญจวรรณ รัตนวิจิตร
ด้วยความที่ใช้ชีวิตเติบโตในวังพระราชฐานชั้นในตั้งแต่เด็ก ได้พักอาศัยอยู่ในตำหนัก ซึ่งต้องคอยช่วยคุณยายหน้าตำหนักทำขนม อาหารชาววัง และได้มีโอกาสเข้าไปทำงานอยู่ในส่วนงานห้องเครื่องเสวย ได้เห็นสูตรอาหาร และความละเมียดละไมในการทำอาหาร เมื่อเรียนจบคณะวิทยาการจัดการ จากมหาวิทยาลัยสวนดุสิต จึงมีโอกาสเข้ามาทำงานด้านตรวจสอบการจัดซื้อ และตรวจสอบวัตถุดิบที่นำมาใช้ทำอาหารในวัง
ด้วยระยะเวลากว่า 20 ปี ที่ เสาวลักษณ์ เขียวมีส่วน หรือแจ๊ส ใช้ชีวิตอยู่ในส่วนห้องเครื่องเสวย จึงเก็บเกี่ยวประสบการณ์และทักษะความรู้ด้านการทำอาหารมากพอที่จะแบ่งปันความรู้นั้นให้แก่ผู้อื่น เสาวลักษณ์จึงมีความคิดริเริ่มที่อยากจะทำธุรกิจเป็นของตัวเอง โดยเริ่มจากเปิดแฟรนไชส์ “หอยครก” ในรูปแบบสูตรอาหารแฟรนไชส์ แทนการเปิดร้านขายอาหารเป็นแฟรนไชส์แรก
“แจ๊สคิดว่าการเปิดร้านอาหารต้องใช้คนเยอะ ควบคุมได้ยาก สูตรอาหารที่ทำเราก็ไม่สามารถควบคุมสูตรอาหารนั้นได้เลย จึงทำให้เปิดทำธุรกิจในรูปแฟรนไชส์ จะทำให้ควบคุมสูตรอาหารที่เคล็ดลับความอร่อยนั้นได้ดีกว่า” เสาวลักษณ์ เล่าที่มาของธุรกิจ
สำหรับเมนูแรกที่ขายคือ “หอยครกซีฟู้ดส์” ที่มีสูตรแป้งที่กรอบอร่อย นำมาประยุกต์ทอดบนกระทะขนมครก ขายพร้อมสูตรน้ำจิ้มในราคาเริ่มต้นที่ 4,900 บาท เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2553 ที่มหกรรมแฟรนไชส์ ที่ศูนย์การค้าเดอะมอลล์ บางกะปิ ผลตอบรับที่ได้ถือว่าค่อนข้างดี จากนั้นอีกประมาณ 6 เดือน จึงเริ่มปล่อยสูตรแฟรนไชส์ขนมจีนสมุนไพร 7 สี ออกมาวางจำหน่าย พร้อมทำตลาดผ่านสื่อโฆษณาในนิตยสาร มีลูกค้าเข้ามา 3-4 ราย/เดือน มีรายได้ประมาณ 2 หมื่นบาท/เดือน
“ส่วนตัวมองว่ารายได้ค่อนข้างโอเค เพราะเราไม่ต้องลงทุนอะไร ใช้แค่ประสบการณ์ที่เราเคยเห็นมาตั้งแต่เด็ก มาสอนสูตรการทำอาหาร และสอนเคล็ดลับต่างๆ ให้ฟรี โดยแฟรนไชส์ของเราจะคิดแค่ค่าอุปกรณ์ วัตถุดิบ และป้ายร้านเท่านั้น และลูกค้าที่ซื้อแฟรนไชส์ของเราไปขาย ก็ไม่ต้องใช้เงินลงทุนมาก แถมทางแฟรนไชส์ยังแถมสูตรฟรีให้อีก 1 แฟรนไชส์ พร้อมป้ายร้านค้าให้อีกด้วย ส่วนกำไรที่ลูกค้าจะได้รับสูงถึง 50%”
จนเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2555 เริ่มรู้สึกว่าการลงสื่อนิตยสารและออกงานค่อนข้างจำกัดลูกค้า คนที่เข้ามาเป็นคนที่มาเดินงานแฟร์ และเป็นกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเท่านั้น ประกอบกับเป็นปีที่กระแสการทำ E-Commerce เริ่มได้รับความนิยมในเมืองไทย ไปไหนก็เห็นแต่คนใช้คอมพิวเตอร์และอินเทอร์เน็ต เริ่มค้นหาข้อมูลการทำอีคอมเมิร์ซจากเว็บไซต์ Google พร้อมกับเริ่มทำเว็บไซต์ www.tansthai.com โดยซื้อโฆษณา Google AdWords ที่ช่วยให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้น
เสาวลักษณ์ เล่าว่า นอกเหนือไปจากการทำโฆษณาทางการตลาด ธุรกิจต้องมีจุดเด่นที่น่าดึงดูดใจ ให้สามารถแข่งขันในตลาดธุรกิจแฟรนไชส์ที่มีอยู่ค่อนข้างมากในประเทศไทยได้ ในส่วนของ www.tansthai.com นั้น นอกจากสูตรอาหารที่มอบให้แก่ลูกค้าจะมีคุณภาพดี ราคาถูกแล้ว ยังเรียนรู้พฤติกรรมของคนไทยที่ชอบของแถม จึงมีการเสนอโปรโมชั่น ซื้อ 1 สูตรแถม 1 สูตร อีกทั้งยังสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้าด้วยการรับประกันคุณภาพสินค้า ลูกค้าในกรุงเทพฯ สามารถสั่งสินค้าและส่งถึงมือภายในเวลา 2-3 ชั่วโมง ในขณะที่ลูกค้าต่างจังหวัดขึ้นอยู่กับระยะทาง
นอกจากนี้ ลูกค้าที่อยู่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล หลังจากซื้อสูตรแล้วสามารถเข้ามาเรียนทำอาหารได้ที่ออฟฟิศแถวอนุสาวรีย์ฯ ในส่วนของลูกค้าต่างจังหวัด จะมี VCD สื่อการสอนที่ถ่ายทอดได้อย่างละเอียดทุกขั้นตอน
ปัจจุบันเว็บไซต์ www.tansthai.com มีแฟรนไชส์ด้านอาหารขยายถึง 5 แฟรนไชน์แล้ว คือ หอยครกซีฟู้ดส์ หอยทอดทะเลกระทะร้อน ขนมจีนสมุนไพร 7 สี ขนมครกชาววัง (หน้าธัญพืช 9 หน้า) และ Oshi takoyaki และสามารถสร้างรายได้ให้แก่ตนเองประมาณเดือนละ 1-1.2 แสนบาท มีลูกค้าติดต่อเข้ามาซื้อแฟรนไชส์ประมาณ 20-30 ราย/เดือน จนมีแฟรนไชส์ทั้งหมดประมาณ 300 สาขาแล้วในปัจจุบัน
ถือเป็นโมเดลธุรกิจใหม่ที่ลงทุนไม่มาก ใช้กลยุทธ์และวิธีการสมัยใหม่ในการเจาะเข้าถึงลูกค้าเป้าหมายได้โดยตรง และสร้างรายได้อย่างน่าพอใจ







