
ลมใต้ปีก 'ไลอ้อน แอร์'
โดย...สมหทัย โมสิกะ
โดย...สมหทัย โมสิกะ
“ตอนผมไปกระทรวงคมนาคมเพื่อขอใบอนุญาตสายการบิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายจดทะเบียนรายหนึ่งพูดเยาะผม พร้อมกับแนะนำให้เปิดโรงงานผลิตถุงยางอนามัย แทนที่จะเปิดสายการบิน” ผู้ก่อตั้งสายการบินไลอ้อน แอร์ เล่าประสบการณ์ความยากลำบากช่วงเริ่มต้นทำธุรกิจผ่านเว็บไซต์ฟอร์บส์
แม้วันนี้ “รัสดี คิรานา” จะไม่ได้นั่งอยู่ในเก้าอี้ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร หรือซีอีโอของ “ไลอ้อน แอร์” สายการบินโลว์คอสต์สัญชาติอินโดนีเซียแล้ว แต่เขาก็ยังมีบทบาทสำคัญต่อสายการบินในฐานะประธานกรรมการของบริษัท
รัสดี เริ่มชีวิตการทำงานด้วยการเป็นพนักงานขายเครื่องพิมพ์ดีดยี่ห้อ “บราเธอร์” ก่อนที่จะจับมือกับพี่น้องร่วมสายเลือดตั้งบริษัทตัวแทนท่องเที่ยว และก่อตั้งสายการบินไลอ้อน แอร์ เมื่อปลายปี 2542 ด้วยเงิน 9 แสนเหรียญสหรัฐ และเครื่องบินเพียงลำเดียว จนเปิดดำเนินการเต็มตัวในช่วงกลางปี 2543 ซึ่งเป็นช่วงที่ประเทศอินโดนีเซียกำลังดิ้นรนเพื่อฟื้นตัวจากวิกฤตเศรษฐกิจเอเชีย
พี่น้องตระกูลคิรานา สืบทอดจิตวิญญาณของความเป็นผู้ประกอบการจากพ่อ ซึ่งเคยเป็นเจ้าของโรงงานเสื้อผ้าเล็กๆ พวกเขามีความฝันตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสายการบินว่า ต้องการปลุกปั้นธุรกิจการบินของตัวเองให้ประสบความสำเร็จ
ทุกวันนี้ ไลอ้อน แอร์ กลายเป็นสายการบินใหญ่ที่สุดของประเทศหากวัดจากจำนวนผู้โดยสารและฝูงบิน อีกทั้งเขายังตั้งเป้าว่าจะนำบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ในอนาคต เว็บไซต์ฟอร์บส์ ระบุว่า จากการประเมินล่าสุด ไลอ้อน แอร์ มีมูลค่าประมาณ 2,000 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือมากกว่ามูลค่าของสายการบิน “การูด้า อินโดนีเซีย” เกือบเท่าตัว
ในแง่การทำงาน รัสดี ถือเป็นคนที่มุ่งมั่นทำงานหนัก แต่ก็เป็นที่รู้กันว่าเขาเป็นคนเรียบง่ายและติดจะสมถะ สามารถเข้ากับคนได้ง่าย ซึ่ง รัสดี บอกว่า ทุกอย่างที่เขาเป็นเกิดจากพื้นฐานทางครอบครัว
ผู้ก่อตั้งไลอ้อน แอร์ เคยบอกว่าธุรกิจของเขาประสบความสำเร็จได้ เพราะเขาพยายามสร้างความพึงพอใจให้กับคนอื่นๆ เสมอ
รัสดี บอกว่า เขาไม่เคยฝันว่าจะเป็นเจ้าของบริษัทมูลค่าหลายพันล้าน และสายการบินเอกชนรายใหญ่ที่สุดของประเทศ พร้อมบริษัทในเครืออีก 7 บริษัทในอาณาจักร “ไลอ้อน กรุ๊ป”
เมื่อปี 2556 ไลอ้อน กรุ๊ป มีรายได้ประมาณ 1,600 ล้านเหรียญสหรัฐ ให้บริการผู้โดยสารราว 38 ล้านคน ขณะที่ฟอร์บส์ อินโดนีเซีย ประเมินว่าในปีเดียวกัน ไลอ้อน กรุ๊ป มีกำไรสุทธิอย่างต่ำ 200 ล้านเหรียญสหรัฐ
ด้านสำนักข่าวรอยเตอร์สให้ข้อมูลว่า เมื่อปี 2556 ไลอ้อน แอร์ ครองส่วนแบ่งในตลาดการบินภายในประเทศอินโดนีเซียประมาณ 45% โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ ราคาตั๋วสุดประหยัด สอดคล้องกับคำขวัญที่ว่า “We Make People Fly” และบริษัทตั้งเป้าว่าจะสามารถครองส่วนแบ่งในตลาดเพิ่มเป็น 60% ในอนาคต
นอกจากเป็นนักธุรกิจแถวหน้าของประเทศแล้ว เมื่อปีที่แล้ว รัสดี คือชาวอินโดนีเซียเชื้อสายจีนเพียงไม่กี่คนที่ได้เข้าไปโลดแล่นในวงการการเมืองของประเทศ โดยได้รับตำแหน่งรองประธานพรรคการเมืองอิสลาม เนชั่นแนล อะเวกเคนนิ่ง และเป็นที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดี โจโก วิโดโด ของอินโดนีเซีย







