posttoday
เคาะแล้ว!ซื้อน้ำตาลโควตา ค ล็อตแรกคืน 7.43 หมื่นตัน

เคาะแล้ว!ซื้อน้ำตาลโควตา ค ล็อตแรกคืน 7.43 หมื่นตัน

13 กรกฎาคม 2553

สอน. เคาะซื้อน้ำตาลโควตา ค ล็อตแรกคืน 7.43 หมื่นตัน ในราคาเฉลี่ย 705-720 เหรียญสหรัฐต่อตัน วงเงินรวม 1,700 ล้านบาท พร้อมกระจายสู่ผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด ในราคาควบคุมที่กำหนด

สอน. เคาะซื้อน้ำตาลโควตา ค ล็อตแรกคืน 7.43 หมื่นตัน ในราคาเฉลี่ย 705-720 เหรียญสหรัฐต่อตัน วงเงินรวม 1,700 ล้านบาท พร้อมกระจายสู่ผู้บริโภคโดยเร็วที่สุด ในราคาควบคุมที่กำหนด

นายประเสริฐ ตปนียางกูร เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการอ้อยและน้ำตาลทราย (สอน.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการจัดซื้อน้ำตาลทราย ได้เปิดประมูลซื้อน้ำตาลทรายโควตา ค (น้ำตาลเพื่อการส่งออก) กลับคืนมา โดยมีผู้ค้าต่างประเทศ (เทรดเดอร์) เสนอขายน้ำตาลมาจำนวน 7 ราย จาก 25 ราย เข้าหลักเกณฑ์ 6 ราย และเสนอราคาต่ำที่สุดจำนวน 3 ราย ซึ่งคณะกรรมการได้รับซื้อน้ำตาลทรายทรายขาว และน้ำตาลทรายขาวบริสุทธิ์จำนวน 7.43 หมื่นตัน ราคาเฉลี่ยที่ 705-720 เหรียญสหรัฐต่อตัน รวมค่าพรี่มี่ยม 110 เหรียญสหรัฐต่อตัน โดยได้ต่อรองราคาซื้อขายทุกรายแล้ว รวมวงเงินที่กองทุนอ้อยและน้ำตาลทราย (กท.) ต้องจ่ายทั้งหมด 1,700 ล้านบาท

ทั้งนี้ น้ำตาลจำนวนดังกล่าวที่ซื้อเข้ามาคิดเฉลี่ยเท่ากับ 23 บาทต่อกิโลกรัม ซึ่งกองทุนฯ จะรีบกระจายสู่ประชาชน ผ่านคณะกรรมการขายน้ำตาลทราย ที่มีนายวิฑูรย์ สิมะโชคดี ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน โดยจะกระจายให้ทั่วถึงและเร็วที่สุด ซึ่งราคาขายในประเทศกำหนดไว้ในราคาหน้าโรงงานที่ 19-20 บาทต่อกิโลกรัม ที่เป็นราคาควบคุม ส่งผลให้มีส่วนต่างราคาประมาณ 3- 4 บาทต่อกิโลกรัม รวมเป็นเงินที่กองทุนฯจะต้องเข้าไปอุดหนุนประมาณ 223-297 ล้านบาท

“แนวทางทั้งหมดได้ผ่านการเห็นชอบจากคณะกรรมการบริหารกองทุนอ้อยและน้ำตาลทรายหรือบอร์ดกองทุนอ้อยแล้วโดยราคาทั้งหมดได้มีการต่อรองกันเพื่อให้ได้ราคาที่ต่ำสุด ซึ่งการเปิดประมูลในสัปดาห์นี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม เพราะสามารถประหยัดเงินไปได้ 15-25 เหรียญสหรัฐต่อตัน จากราคาน้ำตาลในสัปดาห์ก่อน เนื่องจากราคาน้ำตาลในตลาดโลกปรับตัวลดลง” นายประเสริฐ กล่าว

ขณะที่น้ำตาลจำนวนที่เหลืออีกประมาณ 2,000 กว่าตัน จากเดิมที่กำหนดซื้อคืนมา 1 แสนตันนั้น คงจะต้องรอดูสถานการณ์น้ำตาลภายในประเทศด้วย หากพบว่าภาวะน้ำตาลตึงตัวก็อาจจะจัดประมูลซื้อเพิ่มได้อีก ซึ่งการดำเนินงานครั้งนี้ถือว่ากองทุนฯได้เข้ามามีส่วนช่วยเหลือประชาชนในการดูแลปริมาณน้ำตาลอย่างเพียงพอแต่ท้ายสุดแล้วจะมีการเพิ่มปริมาณน้ำตาลโควตา ก (น้ำตาลเพื่อบริโภคในประเทศ) อีกหรือไม่คงจะอยู่ที่ระดับนโยบายของกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นสำคัญ

สำหรับผู้ที่ได้รับการคัดเลือกเพื่อส่งมอบน้ำตาลทรายดังกล่าวประกอบด้วย 1. บริษัทออร์กัส ทอฟเฟอร์(August Topfer) จากเยอรมนี 2. บริษัทบุงกี้ (Bunge) จากสหรัฐอเมริกาและ 3. บริษัทหลุยส์ เดอร์ฟัส (Louis Dreyfus) สวิสเซอร์แลนด์ รวมประมาณน้ำตาลรับซื้อ 7.44 หมื่นตัน โดยในจำนวนดังกล่าวเป็นขาวธรรมดา 5,250 ตัน ที่เหลือเป็นขาวบริสุทธิ์ ซึ่งน้ำตาลทรายล็อตดังกล่าวจะส่งมอบในเดือนก.ค.-ก.ย. 2553 ราคา ณ ส่งมอบอาจเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยตามภาวะอัตราแลกเปลี่ยน

อย่างไรก็ตามการหารือครั้งนี้ได้เชิญตัวแทนจากกรมสรรพกรมาพิจารณาด้านภาษีซึ่งพบว่าเป็นการซื้อขายโดยตรงไม่ผ่านนายหน้าจึงไม่จำเป็นจะต้องจ่ายภาษีเงินได้นิติบุคคลแต่อย่างใด แต่จะต้องจ่ายภาษีมูลค่าเพิ่มตามปกติ

 

 

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ