
ชสอ.ขอเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ
ชสอ.เดินหน้าร้องสรรพากร ขอเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือคิดเท่าแบงก์ 0.01%
ชสอ.เดินหน้าร้องสรรพากร ขอเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ หรือคิดเท่าแบงก์ 0.01%
นายเฉลิมพล ดุลสัมพันธ์ ประธานชุมนุมสหกรณ์ออมทรัพย์แห่งประเทศไทย (ชสอ.) เปิดเผยว่า ชสอ.ได้ขอให้กรมสรรพากรสนับสนุนและผลักดันให้สหกรณ์ออมทรัพย์ได้รับการยกเว้นการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะ เกี่ยวกับการลงทุนของสหกรณ์ในรูปแบบอื่นๆ เช่น การลงทุนในตราสารหนี้ เพราะหากกรมสรรพากรคิดภาษีเฉพาะจะกระทบกับการดำเนินธุรกิจของสหกรณ์ทั้งระบบ
นายเฉลิมพล กล่าวว่า ชสอ.ได้ดำเนินการผลักดันการแก้ไขปัญหาดังกล่าวมาตั้งแต่ปี 2557 โดยมีการเข้าพบหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และได้ทราบสาเหตุว่า การที่สหกรณ์ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะกรณีที่มีการให้กู้ยืมแก่สมาชิกหรือสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นนั้น เป็นบทบัญญัติที่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2511 ที่มีการกำหนดอำนาจกระทำการและการลงทุนของสหกรณ์ไว้ในวงจำกัด ต่อมาได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติสหกรณ์ พ.ศ. 2542 โดยเพิ่มเติมอำนาจกระทำการและการลงทุนของสหกรณ์ให้มากขึ้น แต่กฎหมายที่เกี่ยวกับการยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะมิได้แก้ไขเพิ่มเติมไปตามกัน ดังนั้น จึงได้ขอให้มีการผ่อนผันว่าการลงทุนอื่นๆ ของสหกรณ์ก็ควรได้รับการยกเว้นภาษีเฉพาะด้วยเช่นกัน
“ตามกฎหมายภาษีธุรกิจเฉพาะกำหนดการจัดเก็บภาษีในอัตรา 3.3% ของกำไรจากการลงทุน อย่างน้อยถ้ากรมสรรพากรจะคิดภาษีมูลค่าเฉพาะกับสหกรณ์ ก็ควรคิดอัตราเดียวกับธนาคารพาณิชย์คือ 0.01% เช่นกัน” นายเฉลิมพล กล่าว
ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้กรมสรรพากรได้มีหนังสือที่ กค 0702/4583 ลงวันที่ 6 พ.ค. 2558 ส่งมายังกรมส่งเสริมสหกรณ์ เรื่อง ภาษีธุรกิจเฉพาะ กรณีการประกอบกิจการของสหกรณ์ออมทรัพย์ โดยสรุปได้ว่า “มาตรา 91/3 แห่งประมวลรัษฎากร กำหนดให้ยกเว้นสำหรับกิจการสหกรณ์เฉพาะการให้กู้ยืมแก่สมาชิกหรือสหกรณ์ออมทรัพย์อื่นเท่านั้น” ดังนั้น สหกรณ์จึงมีหน้าที่เสียภาษีธุรกิจเฉพาะฯ
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาในขณะที่กรมส่งเสริมสหกรณ์และ ชสอ.ได้ส่งหนังสือถึงกรมสรรพากร เพื่อให้สนับสนุนและผลักดันให้สหกรณ์ออมทรัพย์ได้รับยกเว้นการจัดเก็บภาษีธุรกิจเฉพาะในกรณีอื่นๆ นั้น ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการพิจารณาของกรมสรรพากร แต่ขณะเดียวกัน กรมส่งเสริมสหกรณ์ก็มีหนังสือที่ กษ 1115/6184 ลงวันที่ 9 มิ.ย. 2558 เรื่อง การเสียภาษีธุรกิจเฉพาะของสหกรณ์ สาระสำคัญสรุปว่า “ให้สหกรณ์จังหวัดกำชับให้สหกรณ์ที่อยู่ในความรับผิดชอบทุกแห่งดำเนินการเสียภาษีธุรกิจเฉพาะดังกล่าวให้ถูกต้อง เพื่อมิให้ถูกลงโทษย้อนหลังต่อไป”







