posttoday
ไทยลงทุนกัมพูชาพุ่ง124เท่า

ไทยลงทุนกัมพูชาพุ่ง124เท่า

02 กันยายน 2558

ไทยลงทุนกัมพูชาสูงลิ่ว เฉลี่ยอาเซียน 5 ประเทศ 21 เท่า คาดยอดบุกโตต่อเนื่อง

ไทยลงทุนกัมพูชาสูงลิ่ว เฉลี่ยอาเซียน 5 ประเทศ 21 เท่า คาดยอดบุกโตต่อเนื่อง

น.ส.รัชดา เจียสกุล หุ้นส่วนและผู้อำนวยการกลุ่มที่ปรึกษาเศรษฐกิจและธุรกิจ บริษัท โบลลิเกอร์ แอนด์ คอมพานี (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า การลงทุนของไทยในกัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม และอินโดนีเซีย (ซีแอลเอ็มวีไอ) เติบโตอย่างมากในช่วง 6 ปีที่ผ่านมา โดยประเทศที่เติบโตที่สุดคือกัมพูชา จากที่เคยลงทุนเพียง 19.6 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2552 กลายเป็น 2,444 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557 หรือเติบโตราว 124.7 เท่า

ขณะที่ภาพรวมการเติบโตในกลุ่มซีแอลเอ็มวีไอ เติบโตขึ้น 21.9 เท่า จาก 539.67 ล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2552 เพิ่มเป็น 1.18 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2557

สำหรับอุตสาหกรรมที่ไทยเข้าไปลงทุนในช่วง 6 ปีดังกล่าว ได้แก่ อุตสาหกรรมเหมืองแร่ 32% ตามด้วยธุรกิจการเงินและประกันภัย 24% อุตสาหกรรมการผลิตอื่นๆ 11% อุตสาหกรรมการผลิตอาหาร 8% อุตสาหกรรมเคมีและเคมีภัณฑ์ 7% ธุรกิจก่อสร้าง 7% ธุรกิจค้าส่ง ค้าปลีก รวมถึงซ่อมบำรุงยานยนต์ 4% อุตสาหกรรมสิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม 3%

“ฐานมูลค่าการลงทุนของเราในประเทศต่างๆ ยังอยู่ในระดับค่อนข้างต่ำ และจำกัดอยู่ในเฉพาะบางอุตสาหกรรม เชื่อว่าในช่วง 5 ปีจากนี้ยังมีโอกาสเติบโตต่อเนื่องในอัตราเดียวกัน” น.ส.รัชดา กล่าว

น.ส.รัชดา กล่าวว่า สาเหตุที่นักลงทุนไทยจำเป็นต้องเข้าไปลงทุนใน 5 ประเทศดังกล่าวได้แก่ 1.มีต้นทุนต่ำกว่าไทย โดยเฉพาะด้านค่าแรงและโอกาสด้านโลจิสติกส์ 2.ทำให้ได้รับสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากประเทศพัฒนาแล้ว 3.เป็นตลาดขนาดใหญ่ ประชากรรวมกันกว่า 400 ล้านคน และยังเติบโตต่อเนื่อง 4.แต่ละประเทศมีความสัมพันธ์กับไทยมายาวนาน 5.มีการค้าระหว่างกันเติบโตเฉลี่ย 15.45% ในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา

ทั้งนี้ อุตสาหกรรมที่ไทยมีโอกาสจะเข้าไปลงทุนในประเทศเหล่านี้ ได้แก่ 1.อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเข้มข้น 2.อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับทรัพยากรธรรมชาติ 3.ธุรกิจบริการ และ 4.อุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับสาธารณูปโภคพื้นฐาน

“ประเทศในกลุ่มนี้ยังต้องการเทคโนโลยี นวัตกรรมใหม่ๆ การลงทุนจากต่างชาติที่เข้าไปช่วยให้ความรู้แก่คนของเขายังเป็นเรื่องสำคัญ” น.ส.รัชดา กล่าว

นอกจากนี้ ประเทศดังกล่าวยังมีนักลงทุนยักษ์ใหญ่หลากสัญชาติ อาทิ สหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่น ไทย เข้าไปลงทุนแล้ว ผู้ประกอบการรายกลางและรายย่อยอาจใช้โอกาสนี้เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทาน ผลิตสินค้าป้อนบริษัทเหล่านี้

ด้าน นางหิรัญญา สุจินัย เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) กล่าวว่า กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีไอเป็นตลาดที่มีการขยายตัวสูง มีจีดีพีเติบโตเฉลี่ยปีละ 10% มีมูลค่าการค้าเติบโตเฉลี่ยปีละ 16% โดยในช่วงปี 2553-2556 มีการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามาในตลาดซีแอลเอ็มวีไอ กว่า 1.17 แสนล้านเหรียญสหรัฐ

ขณะที่การส่งเสริมการลงทุนในไทยนั้น บีโอไอกำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาปรับปรุงสิทธิประโยชน์เพื่อกระตุ้นการลงทุนเพิ่มเติม เช่น สิทธิประโยชน์สำหรับการลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ และได้ประสานกับภาคการศึกษา เพื่อให้ผลิตบุคลากรตรงตามความต้องการ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ