
ครม.ไฟเขียวด่านภูดู่ ใช้ที่ป่าไม้1,800ไร่
ด้วยพื้นฐานภูมิศาสตร์ติดชายแดนประเทศลาว ซึ่งสามารถเชื่อมโยงต่อไปยังจีนตอนใต้ รวมทั้งเวียดนาม
โดย...ด่านภูดู่
ด้วยพื้นฐานภูมิศาสตร์ติดชายแดนประเทศลาว ซึ่งสามารถเชื่อมโยงต่อไปยังจีนตอนใต้ รวมทั้งเวียดนาม อีกทั้งยังมีศักยภาพในการเป็นจุดเชื่อมโยงกลุ่มประเทศอินโดจีนไปยังด้านตะวันออก สู่ทะเลอันดามันในประเทศเมียนมา ทำให้จุดผ่านแดนช่องภูดู่ ต.ม่วงเจ็ดต้น อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ กำลังได้รับความสนใจจากหลายชาติ
ล่าสุด ช่วงกลางเดือน ส.ค.ที่ผ่านมา ตัวแทนภาครัฐและเอกชนจากประเทศเมียนมา ลาว และจีน จัดประชุมร่วมกันที่ จ.อุตรดิตถ์ เพื่อวางยุทธศาสตร์และแผนการร่วมมือทางการค้าการลงทุนโดยมีด่านภูดู่เป็นจุดศูนย์กลาง
อย่างไรก็ตาม ข้อจำกัดของด่านภูดู่ คือ ที่ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนทำให้การพัฒนาในด้านต่างๆ ทำได้ยาก
พีระศักดิ์ พอจิต รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 กล่าวว่า ล่าสุดที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุญาตให้ จ.อุตรดิตถ์ ใช้ประโยชน์พื้นที่ดังกล่าวได้แล้ว
“หลังจากเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ผมพร้อมคณะได้เดินทางไปรับทราบข้อมูลเกี่ยวกับการใช้ประโยชน์และการก่อสร้างถนนบริเวณจุดผ่านแดนช่องภูดู่ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำปาดจำนวน 1,800 ไร่ แม้จะมีการก่อสร้างอาคารสำนักงานของส่วนราชการ อาคารเพื่อจำหน่ายสินค้า แต่ยังไม่มีการอนุญาตให้ใช้ประโยชน์แต่อย่างใด จึงทำให้ภาคธุรกิจไม่กล้าเข้าไปลงทุนหรือดำเนินธุรกิจเท่าที่ควร เพราะเกรงว่าจะเข้าไปบุกรุกป่าสงวนแห่งชาติหากมีการตรวจสอบขึ้นมา”
พีระศักดิ์ กล่าวว่า กระทั่งช่วงกลางปีที่ผ่านมา สนช.จัดเวที สนช.พบประชาชนที่ จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งมี สนช.หลายคนเข้ามารับทราบข้อมูลปัญหาความเดือดร้อนของชาว จ.อุตรดิตถ์ และเรื่องหนึ่งที่คณะ สนช.
ลงดูพื้นที่จริง นั่นคือปัญหาการใช้ประโยชน์บริเวณด่านการค้าชายแดนไทย-ลาว บริเวณช่องภูดู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถนนที่เชื่อมชายแดนราว 1 กิโลเมตร ที่มีสภาพไม่ดีนัก เพราะติดที่อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ คณะ สนช.นำเรื่องนี้เสนอไปยังกระทรวงมหาดไทยเพื่อนำเข้าสู่การพิจารณาของ ครม. กระทั่ง ครม.มีมติอนุญาตดังกล่าว
ทั้งนี้ ในปัจจุบันการค้าชายแดนด่านภูดู่เพิ่มขึ้นจากเดิมปีละประมาณ 200-300 ล้านบาท ขยับขึ้นมาถึงระดับ 700-1,000 ล้านบาท จากความได้เปรียบของทำเลที่ตั้งติดกับแขวงไซยะบุรี ซึ่งกำลังพัฒนาในทุกด้านและเชื่อมต่อไปยังแขวงหลวงพระบาง แหล่งท่องเที่ยวเมืองมรดกโลกของลาว
ในอนาคต จ.อุตรดิตถ์ ได้กำหนดแนวทางการพัฒนาใน 4 ประเด็นหลัก ประกอบด้วย 1.การพัฒนาด่านภูดู่เพื่อเปิดการค้ากับประเทศลาว 2.การพัฒนาให้ จ.อุตรดิตถ์ เป็นจุดพักสินค้าทั้งทางรถไฟ รถยนต์ 3.การส่งเสริมการท่องเที่ยว เชื่อมโยงเมืองมรดกโลกได้ทั้ง จ.กำแพงเพชร สุโขทัย และหลวงพระบาง ในประเทศลาว นอกจากนี้ ยังสามารถเชื่อมโยงจาก จ.เชียงใหม่ อุตรดิตถ์ และนครเวียงจันทน์ ระยะทางเพียง 600 กิโลเมตรเท่านั้น และ 4.การพัฒนาให้ จ.อุตรดิตถ์ เป็นเมืองอุตสาหกรรมการเกษตร เสมือนครัวของประเทศ







