posttoday
‘เก๊กหล่อ’รุกหนักเออีซี ฝัน 5 ปี ขึ้นแบรนด์ท็อปไฟว์

‘เก๊กหล่อ’รุกหนักเออีซี ฝัน 5 ปี ขึ้นแบรนด์ท็อปไฟว์

01 กันยายน 2558

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

โดย...พีรดา ปราศรีวงค์

ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา ภาคธุรกิจไทยเกือบทุกอุตสาหกรรมต่างปรับทัพรับมือการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กับการนับถอยหลังเข้าสู่การเปิดเสรีอาเซียนแบบเต็มรูปแบบในสิ้นปีนี้ เพราะนั่นหมายถึงโอกาสทางการตลาดที่จะนำสินค้าหรือบริการขยายตลาดในชาติอาเซียนตามกฎเกณฑ์ที่ผ่อนคลายลง พร้อมเอื้อประโยชน์แบบถ้อยทีถ้อยอาศัยกันมากขึ้นในกลุ่มสมาชิกทั้ง 10 ประเทศ

สรกฤต ลัทธิธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท รีสเพค วัน เบฟเวอเรจ ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มสมุนไพรแบรนด์เก๊กหล่อ เล่าว่า คนไทย นักธุรกิจตื่นตัวในการเปิดเออีซีครั้งนี้ เพราะถือเป็นช่องทางการตลาด เป็นเวทีการค้าที่ช่วยสร้างแบรนด์สินค้าให้เติบโตในต่างแดน แม้ว่าที่ผ่านมารัฐบาลได้เปิดพื้นที่ปลอดอากรภาษี (ฟรีเทรดโซน) มานาน แต่ผู้ประกอบการไม่ได้ให้ความนิยมหรือสนใจในวงกว้าง เท่ากับการเปิดเสรีทั้งภูมิภาคในครั้งนี้

“บริษัทลงพื้นที่สำรวจศักยภาพโอกาสทางการตลาด แนวทางการแข่งขัน จุดอ่อนจุดแข็งในแต่ละประเทศ พฤติกรรมการบริโภคเครื่องดื่มน้ำสมุนไพร เพื่อกำหนดแผนการตลาดในแต่ละพื้นที่ได้อย่างถูกต้องแม่นยำ สอดคล้องกับพฤติกรรมผู้บริโภคและวัฒนธรรมในแต่ละประเทศ”

สำหรับผลิตภัณฑ์เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรภายใต้แบรนด์เก๊กหล่อ มี 3 สูตร ได้แก่ เก๊กหล่อต้นตำรับผสมสมุนไพรแท้ 10 ชนิด เก๊กหล่อสูตรกระเจี๊ยบผสมพุทราจีน และเก๊กหล่อสูตรจับเลี้ยงผสมหญ้าหวาน ให้กับผู้ที่รักสุขภาพและไม่ต้องการความหวานจากน้ำตาล ซึ่งสมุนไพรที่นำมาเป็นส่วนผสมเป็นสมุนไพรเอเชียน ดริงก์ ที่ชาวเอเชียและอาเซียนคุ้นเคยกับรสชาติ จึงเชื่อมั่นว่าผลิตภัณฑ์สามารถขยายตลาดได้

บริษัทได้เริ่มวางจำหน่ายสินค้าที่ประเทศกัมพูชา สปป.ลาว ตั้งแต่เดือน พ.ย.ที่ผ่านมา ในรูปแบบการแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายประเทศละ 1 ราย ซึ่งเป็นคนท้องถิ่นที่มีความเชี่ยวชาญด้านการตลาด การวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์ ให้เข้ากับชีวิตปนระจำวันของแต่ละพื้นที่

การทำตลาดในแต่ละประเทศจะมุ่งโลคัล ไลฟ์ มาร์เก็ตติ้ง การชงชิม ณ จุดขาย การให้คำแนะนำตัวผลิตภัณฑ์ เพื่อให้ผู้บริโภคได้ลิ้มลองน้ำดื่มสมุนไพรเก๊กหล่อด้วยตัวเอง ในช่วงแรกของการเปิดตลาดมีผลตอบรับที่ดี ยอดขายตั้งแต่ทำตลาดเดือน พ.ย.-ส.ค.ที่ผ่านมา อยู่ที่ประมาณ 5,000-6,000 ลัง

“คนในประเทศเพื่อนบ้านอย่าง ลาว กัมพูชา รวมถึงเมียนมา เวียดนาม มองสินค้าที่ผลิตและส่งออกไปจากประเทศไทยเป็นสินค้าที่ดีมีคุณภาพ มีชื่อเสียงดี เช่นเดียวกับที่ครั้งหนึ่งคนไทยมองและยกย่องสินค้าที่มาจากประเทศญี่ปุ่นเป็นกลุ่มที่มีคุณภาพสูง ทำให้สินค้าไทยถูกมองว่าเป็นของดีมีระดับ”

นอกจากตลาดต่างประเทศที่เปิดตัวไปแล้ว ในปีนี้บริษัทเตรียมทยอยเปิดตลาดใหม่ในอาเซียนอย่างต่อเนื่อง ได้แก่ เมียนมา มาเลเซีย อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ตามลำดับ โดยตั้งเป้าปี 2560 จะครอบคลุมให้ครบประเทศดังกล่าว

สรกฤต อธิบายว่า กลยุทธ์การทำตลาดจะมีความแตกต่างกัน เพื่อให้เหมาะสมกับพฤติกรรมของผู้บริโภคในพื้นที่ ทั้งนี้มองว่าตลาดที่แตกต่างและเจาะเข้าค่อนข้างลำบากในตอนนี้ คือ มาเลเซีย สิงคโปร์ ถือเป็นกลุ่มที่มีความเจริญใกล้เคียงกับประเทศไทย ทำให้มีคู่แข่งที่แข็งแกร่งในตลาดเดิม

ขณะที่ประเทศเปิดใหม่ในกลุ่มกัมพูชา เมียนมา ลาว ยังเป็นตลาดที่ไม่ค่อยมีการแข่งขันสูงนัก ใครสามารถชิงตลาดเป็นรายแรก หากสินค้ามีความแข็งแกร่งโดนใจผู้บริโภค จะส่งผลดีต่อการเติบโตในระยะยาว

ความท้าทายอีกอย่างหนึ่งในการทำตลาดในต่างประเทศที่มองข้ามไม่ได้คือ ต้นทุนการขนส่ง โดยตอนนี้บริษัทอยู่ระหว่างการศึกษาตลาดเวียดนามอย่างจริงจัง เพื่อตัดสินใจรูปแบบการขนส่งสินค้าที่เหมาะสมที่สุดเพื่อป้อนสินค้าเข้าตลาดดังกล่าว เบื้องต้นอาจว่าจ้างโรงงานท้องถิ่นให้ผลิตสินค้าให้กับบริษัท แทนการขนส่งสินค้าจากไทยเข้าไป ขณะที่อินโดนีเซียอาจมีปัญหาเรื่องต้นทุนการขนส่งสูง เพราะเป็นประเทศที่มีหมู่เกาะจำนวนมาก

ปัจจุบันบริษัทมีสัดส่วนยอดขายในประเทศ 95-97% ต่างประเทศ 3% จากยอดขาย 200 ล้านบาท และในอีก 3 ปีข้างหน้าหลังการขยายตลาดอาเซียนอย่างจริงจัง คาดว่าสัดส่วนยอดขายต่างประเทศจะเพิ่มเป็น 30% ส่วนตลาดในประเทศอยู่ที่ 70% จากยอดขาย 500 ล้านบาท

โดยในปีนี้บริษัทมีแผนออกผลิตภัณฑ์ใหม่ในกลุ่มรักษาสุขภาพ หรือเฮลท์บิวตี้ เพิ่มขึ้นอีก 1 แบรนด์ เนื่องจากกระแสคนทั่วโลกให้ความนิยมในการดูแลสุขภาพ การรับประทานอาหารคลีนมีจำนวนเพิ่มขึ้น ผลิตภัณฑ์ที่เตรียมเปิดตัวจะสามารถตอบโจทย์ผู้บริโภคกลุ่มรักษาสุขภาพได้

สรกฤต บอกว่า เป้าหมายการทำธุรกิจในปี 2558-2563 บริษัทตั้งเป้าขยายตลาดแบรนด์เก๊กหล่อให้ครอบคลุมชาติอาเซียน และเป็นแบรนด์เครื่องดื่มน้ำสมุนไพรติดอันดับ 1 ใน 5 ที่คนอาเซียนรู้จัก

ขณะที่แผนตลาดในประเทศ ต้องการเป็นเครื่องดื่มสมุนไพรที่คนจีนรู้จัก โดยบริษัทมีแผนตั้งจุดจำหน่ายในแหล่งท่องเที่ยวหลักและรองที่ชาวจีนนิยมไปท่องเที่ยว เช่น พัทยา ภูเก็ต เพื่อเป็นการ
ปูทางส่งสินค้าไปจีนในอนาคต

สำหรับคาถาการทำธุรกิจที่ใช้ป้องกันอุปสรรคการขยายตลาดครั้งนี้ สรกฤต สรุปทิ้งท้ายว่า  หลักๆ คือ การเข้าใจสภาพตลาดระดับมหภาคของประเทศเป้าหมาย การศึกษาวัฒนธรรม ความเป็นอยู่ของคนท้องถิ่น การเข้าใจถึงการนับถือศาสนา และพฤติกรรมผู้บริโภค ซึ่งหลักเหล่านี้จะช่วยให้ตัดสินใจขยายธุรกิจได้อย่างมีทิศทางยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ โลกปัจจุบันที่มีเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ต ทีวีดิจิทัล ทำให้ข่าวสารของประเทศไทยเป็นที่สนใจของเพื่อนบ้าน ก็ถือเป็นตัวช่วยในการทำตลาดได้เป็นอย่างดีอีกทางหนึ่งด้วย

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69