
เร่งรัฐพาบุกตลาดเพื่อนบ้าน
ส.อ.ท.กระตุ้นรัฐ เร่งพาเอสเอ็มอีบุกตลาดเพื่อนบ้านฟื้นเศรษฐกิจ
ส.อ.ท.กระตุ้นรัฐ เร่งพาเอสเอ็มอีบุกตลาดเพื่อนบ้านฟื้นเศรษฐกิจ
นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล ประธานสถาบันวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมอุตสาหกรรมการผลิต (เอสเอ็มไอ) สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า สิ่งที่ภาครัฐต้องดำเนินการเร่งด่วนเพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการเอสเอ็มอี คือ พาไปบุกตลาดประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะกัมพูชา ลาว เมียนมา และเวียดนาม (ซีแอลเอ็มวี) เพราะมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่ดีกว่าประเทศไทย โดยเฉลี่ยจีดีพีขยายตัว 5-6%
“ประเทศเพื่อนบ้านของไทย โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวีมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่ดี มีกำลังซื้อ ที่สำคัญภักดีต่อแบรนด์ไทย ภาครัฐต้องอาศัยจังหวะนี้ พาเอสเอ็มอีไปบุกตลาดให้ได้ เพราะผู้ประกอบการยังไม่รู้ว่าจะไปเจาะตลาดอย่างไร” นายศักดิ์ชัย กล่าว
ทั้งนี้ แนวโน้มการค้าชายแดนไทย-ประเทศเพื่อนบ้าน มีอัตราการเติบโตที่ดี โดยในช่วงแรกของปีนี้ (ม.ค.-มิ.ย. 2558) มีมูลค่าการค้า 6.28 แสนล้านบาท คาดว่าสิ้นปีจะมียอดการค้า 1.3 ล้านล้านบาท รัฐบาล โดยกระทรวงพาณิชย์ ต้องเร่งนำผู้ประกอบการไปบุกตลาด หาคู่ค้า และตัวแทนจำหน่ายในแต่ละประเทศ
นอกจากนี้ อยากให้รัฐบาลผลักดันจัดตั้งกองทุนจัดซื้อเครื่องจักรเพื่อทดแทนแรงงานคน หรือแมชชีน ฟันด์ เบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินทุนประมาณ 1 หมื่นล้านบาท เพื่อให้ผู้ประกอบการกู้เพื่อซื้อเครื่องจักรใหม่ เพื่อทดแทนต้นทุนแรงงานคน รวมทั้งเป็นการพัฒนาสินค้าให้มีคุณภาพ เพื่อเพิ่มโอกาสการแข่งขันในตลาดโลก
นายศักดิ์ชัย กล่าวว่า การชูประเด็นเรื่องเอสเอ็มอีของนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เชื่อว่าจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีที่สุดในขณะนี้ เพราะเอสเอ็มอีมีผู้ประกอบการกว่า 2 ล้านราย หากช่วยให้เอสเอ็มอีค้าขายได้ จะทำให้มีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอทีเอสเอ็มอี) และประธานที่ปรึกษาสภาเอสเอ็มอี กล่าวว่า อยากให้รองนายกรัฐมนตรีเน้นให้ภาคธุรกิจรายเล็กได้มีส่วนร่วมนำเสนอแนวทางและให้ร่วมทำงานด้วยกัน เพื่อวางนโยบายผลักดันให้เอสเอ็มอีที่มีศักยภาพสามารถเติบโต และกลายเป็นผู้ประกอบการที่แข็งแกร่งและสามารถช่วยเอสเอ็มอีขนาดเล็กได้ต่อไป
ขณะที่นโยบายระยะสั้นในการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก เพิ่มกำลังซื้อ เชื่อว่าจะช่วยทำให้ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีมีรายได้มากขึ้น







