
สองพี่น้องรองเท้าดัง
สองพี่น้อง ชาร์ลและคีธ หว่อง นักธุรกิจและนักออกแบบชื่อดังชาวสิงคโปร์ ได้พลิกธุรกิจรองเท้าขนาดเล็กของครอบครัว
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
สองพี่น้อง ชาร์ลและคีธ หว่อง นักธุรกิจและนักออกแบบชื่อดังชาวสิงคโปร์ ได้พลิกธุรกิจรองเท้าขนาดเล็กของครอบครัว ให้กลายเป็นแบรนด์รองเท้าชื่อดังระดับโลก โดยใส่การออกแบบและสร้างแบรนด์ของตัวเองขึ้นมา
สองพี่น้องหว่องได้รับช่วงธุรกิจร้านรองเท้าสตรีขนาดเล็กของครอบครัวมาในช่วงปี 2533 เป็นร้านรองเท้าที่ซื้อสินค้าจากร้านค้าส่งมาขายต่อให้กับลูกค้า สินค้าส่วนใหญ่ผลิตออกมาจากโรงงานเดียวกันในจีนและมาเลเซีย ทั้งสองคนมองว่าธุรกิจแบบนี้คงแข่งขันต่อไปได้อีกไม่นานและคงไม่เติบโตในอนาคต
การได้ติดต่อสื่อสารกับลูกค้าโดยตรง ทำให้ทั้งสองทราบว่าลูกค้าส่วนใหญ่ที่เข้ามาในร้าน จะมีข้อคิดเห็นเกี่ยวกับการออกแบบรองเท้า แต่การซื้อสินค้าจากร้านค้าส่งมานั้นไม่เปิดช่องทางให้พวกเขานำการออกแบบไปให้กับซัพพลายเออร์ได้ หรือหากทำได้ก็จะมีต้นทุนสูง ราคาสินค้าแข่งขันในตลาดไม่ได้
ในทางกลับกัน การได้ติดต่อกับพ่อค้าส่ง หรือซัพพลายเออร์ต่างๆ ทำให้ทั้งสองได้เรียนรู้การทำธุรกิจรองเท้า และเห็นช่องทางการทำธุรกิจใหม่ๆ ได้มากขึ้น
ดังนั้น ในปี 2540 สองพี่น้องจึงตัดสินใจพลิกโฉมธุรกิจครั้งใหญ่ โดยการเป็นผู้ดูแลการออกแบบรองเท้าด้วยตัวเอง รวมถึงจัดตั้งบริษัทและสร้างแบรนด์ “ชาร์ลแอนด์คีธ” ขึ้นมา เพื่อให้สินค้ามีแบรนด์เป็นของตัวเอง ชาร์ลจะเป็นฝ่ายขาย ขณะที่คีธจะเป็นผู้ออกแบบ โดยมุ่งเจาะตลาดแฟชั่นสตรีต่อไป เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพสูง
นอกจากการสร้างแบรนด์รองเท้า ทั้งสองยังพยายามสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า โดยหลีกเลี่ยงการซื้อวัตถุดิบจากร้านค้าส่งในสิงคโปร์ แล้วหันไปซื้อวัตถุดิบจากจีนโดยตรง
การปรับปรุงในครั้งนั้นส่งผลให้ธุรกิจเติบโตขึ้นอย่างมาก จนกระทั่งแบรนด์ชาร์ลแอนด์คีธเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก ธุรกิจมีอัตราการเติบโตเฉลี่ย 30% ต่อปี โดยรองเท้ามีราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 20-60 เหรียญสหรัฐ/คู่ และปัจจุบันได้ขยายสาขาออกไปยัง 21 ประเทศทั่วโลก รวมถึงขยายการผลิตไปยังกลุ่มสินค้ากระเป๋าและเครื่องประดับ
นอกจากการขยายธุรกิจและสร้างแบรนด์จนเป็นที่ยอมรับแล้ว รูปแบบธุรกิจของชาร์ลแอนด์คีธยังช่วยพัฒนาอุตสาหกรรมภายในประเทศให้ดีขึ้น หลายธุรกิจใช้โมเดลการทำธุรกิจแบบนี้เป็นตัวอย่าง โดยเน้นการพัฒนา ออกแบบสินค้าและสร้างแบรนด์ด้วยตัวเอง แทนการผลิตสินค้าลอกเลียนแบบ หรือรับซื้อสินค้าจากโรงงานมาขายต่อ
โมเดลธุรกิจดังกล่าวจึงเป็นต้นแบบการทำธุรกิจในสิงคโปร์ เป็นแรงผลักดันให้รัฐบาลสิงคโปร์หันมาสนับสนุนผู้ประกอบการหน้าใหม่ให้เน้นการสร้างแบรนด์ และใช้พลังของการออกแบบสินค้าที่แตกต่างไปแข่งขันกับสินค้าในเวทีโลก
ปัจจุบันชาร์ลแอนด์คีธมีทีมนักออกแบบมากกว่า 70 คน ส่วนใหญ่เป็นชาวสิงคโปร์ มาเลเซีย และจีน โดยจะออกแบบสินค้าให้กับแบรนด์ชาร์ลแอนด์คีธและแบรนด์เปโดร ซึ่งเป็นอีกแบรนด์ภายใต้การดูแลของบริษัท นักออกแบบส่วนใหญ่จะอยู่ที่จีน แหล่งผลิตรองเท้าหลัก โดยบริษัทจะจัดงบประมาณราว 3% ของรายได้ เพื่อใช้ในการฝึกอบรมนักออกแบบและส่งไปร่วมงานแฟชั่นโชว์ทั่วโลก
บริษัทยังเริ่มขยายธุรกิจในรูปแบบแฟรนไชส์ในปี 2547 เพื่อใช้เป็นโมเดลในการขยายธุรกิจออกไปยังต่างประเทศ ประเทศที่มีร้านชาร์ลแอนด์คีธมากที่สุด คือซาอุดิอาระเบีย มีสาขามากกว่า 22 แห่ง มากกว่าในสิงคโปร์







