posttoday
“พาณิชย์” เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วน 4 ด้าน

“พาณิชย์” เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วน 4 ด้าน

28 สิงหาคม 2558

“พาณิชย์” เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วน 4 ด้าน ทั้งค่าครองชีพ รายได้เกษตรกร ผลักดันส่งออก และแก้กฎหมาย

“พาณิชย์” เดินหน้าแก้ปัญหาเร่งด่วน 4 ด้าน ทั้งค่าครองชีพ รายได้เกษตรกร ผลักดันส่งออก และแก้กฎหมาย   

นางอภิรดี ตันตราภรณ์ รมว.พาณิชย์ เปิดเผยว่า งานเร่งด่วน 4 เรื่องที่กระทรวงพาณิชย์ต้องดำเนินการคือ การแก้ปัญหาค่าครองชีพประชาชน โดยจะดูว่า ภายหลังจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิงลดลงแล้ว เหตุใดราคาสินค้าที่มีต้นทุนเกี่ยวกับน้ำมันยังไม่ลด ซึ่งจะต้องทำให้เกิดความเป็นธรรม ไม่มีใครเอารัดเอาเปรียบใคร ส่งเสริมให้มีร้านขายสินค้าราคาถูกที่เพียงพอ และจัดกิจกรรมขายสินค้าราคาถูกอย่างทั่วถึง

ทั้งนี้ จะต้องเร่งสร้างรายได้เกษตรกร และผู้มีรายได้ร้อย รวมถึงพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่น โดยเร่งยกระดับราคาสินค้าเกษตรด้วยการผลักดันการส่งออก เพิ่มมูลค่าจากการแปรรูปสินค้า เร่งพัฒนาธุรกิจท้องถิ่น โดยพัฒนาสินค้าโอทอป สินค้าเกษตรอินทรีย์ และสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (จีไอ) เพราะมีมูลค่าเพิ่มมากกว่าสินค้าเกษตรทั่วไป เป็นต้น

“ตอนนี้ รายได้เกษตรกรไทยตกต่ำ จากราคาสินค้าเกษตรที่ตกต่ำไปทั่วโลก กระทรวงฯจะเร่งยกระดับราคาสินค้าด้วยการมุ่งส่งออกให้มากขึ้น โดยเฉพาะข้าว และยางพารานั้น จะเร่งเจรจากับประเทศต่างๆ ให้ซื้อสินค้าจากไทย รวมถึงเร่งรัดการส่งออกข้าว และยางพารา ที่ได้เจรจากับประเทศคู่ค้าใหญ่ๆ ไปแล้ว เมื่อมีการส่งออกได้มากขึ้น ราคาในประเทศก็จะสูงขึ้นได้ ตามความต้องการซื้อที่เพิ่มขึ้น”

นอกจากนี้ จะเร่งผลักดันการส่งออกสินค้าไทย โดยจะทำงานร่วมกับภาคเอกชน และบูรณาการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นให้ใกล้ชิดมากขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกอย่างทันที และเร่งแก้ปัญหาอุปสรรคด้านการส่งออก คาดว่า คณะกรรมการพัฒนาการส่งออก ที่มีนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน จะเริ่มประชุมนัดแรกในเร็วๆ นี้ เพื่อแก้ปัญหาคอขวดของการส่งออกไทย รวมถึงเจรจากับประเทศ และภูมิภาคต่างๆ เพื่อลดปัญหาและอุปสรรคทางการค้า ทำยุทธศาสตร์การค้าอาเซียแบบเจาะลึกเป็นรายประเทศ เร่งพัฒนาการค้าบริการให้มีมูลค่าเพิ่ม และพัฒนานักรบเศรษฐกิจใหม่ โดยพัฒนาผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ให้เข้มแข็ง ส่งเสริมการทำธุรกิจผ่านระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

นางอภิรดี กล่าวว่า กระทรวงฯจะเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการภาครัฐ และปรับปรุงกฎหมาย และกฎระเบียบต่างๆ ที่ล้าสมัย โดยในเร็วๆ นี้ จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบการแก้ไขเพิ่มเติมพ.ร.บ.แข่งขันทางการค้า ที่กระทรวงฯได้จัดทำเสร็จแล้ว ส่วนพ.ร.บ.การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวพ.ศ.2542 คงต้องพิจารณาก่อนว่าจะปรับปรุงใหม่อย่างไร

อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าภายใน 3 เดือนแรกของทีมเศรษฐกิจ ที่มีนายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมนั้น ในส่วนของกระทรวงพาณิชย์ จะเห็นการแก้ปัญหาในด้านต่างๆก่อน โดยเฉพาะการแก้ปัญหาปากท้อง ยกระดับราคาสินค้าเกษตร และการส่งออก แต่คงไม่สามารถชี้วัดได้ว่า เกษตรกรจะขายสินค้าเกษตรได้ในราคาสูงขึ้นเท่าไร หรือกินดีอยู่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด คงต้องใช้เวลาอีกสักระยะ แต่น่าจะเห็นภาพชัดในด้านการหาตลาดส่งออก การผลักดันการส่งออก

ด้านนายสุวิทย์ เมษินทรีย์ รมช.พาณิชย์ กล่าวว่า ภารกิจของทีมเศรษฐกิจชุดนี้คือการสร้างสมดุลระหว่างปัจจัยภายในและภายนอกประเทศให้กับเศรษฐกิจไทย เพราะปัญหาขณะนี้คือ ไทยเพิ่งการส่งออกมาก เมื่อโลกเกิดปัญหา เศรษฐกิจไทยก็เกิดปัญหาตาม หากสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจภายใน ทั้งในภาคประชาชน ภาคธุรกิจขนาดเล็ก แม้โลกจะเกิดปัญหา แต่เศรษฐกิจไทยจะยืนหยัดอยู่ได้ ขณะเดียวกัน ไทยต้องส่งออกสินค้าบริการให้มากขึ้น เพราะปัจจุบัน ยังมีการส่งออกน้อย ทั้งที่ภาคบริการของไทยเข้มแข็งมาก         

”ในระยะสั้น จะมุ่งให้ประชาชนอยู่ดีกินดี มีเงินใช้จ่ายก่อน จากนั้นจะหันมาปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต หรือเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน หากไม่ทำ แม้คนไทยอยู่ดีกินดี แล้ว เศรษฐกิจก็ยังน่าเป็นห่วง ส่วนการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นนั้น จะต้องทำให้เกิดการจ้างงาน การลงทุน และการใช้จ่ายภายในท้องถิ่น เพื่อให้ท้องถิ่นเข้มแข็ง”

นายสุวิทย์ กล่าวว่า ตามตำราเศรษฐศาสตร์ มีเรื่องนโยบายประชานิยมทั้งสิ้น เพียงแต่จะมีระดับการใช้เงินต่างกัน มีทั้งประชานิยมแบบอ่อน แบบเข้ม ไม่มีรัฐบาลใดในโลกไม่ใช้นโยบายประชานิยม เพียงแต่ต้องใช้ให้ถูกจังหวะ ไม่ใช้เงินมากเกินไป และต้องใช้ในระยะสั้นเท่านั้น อย่างเงินกองทุนหมู่บ้าน ไม่ได้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนเอาเงินไปใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย แต่เพื่อให้นำไปใช้ทำประโยชน์ เช่น ลงทุนในท้องถิ่น เพื่อให้ออกดอกผลเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ในวันที่ 31 ส.ค. นี้ นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรีจะเรียกประชุมทีมเศรษฐกิจของรัฐบาล เพื่อหามาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจและการทำงานของกระทรวงที่เกี่ยวข้องในด้านเศรษฐกิจ เช่น กระทรวงพาณิชย์, คลัง,อุตสาหกรรม,ต่างประเทศ, คมนาคม,เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร และวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี  มาทำงานแบบบูรณาการมากขึ้น เพื่อให้เศรษฐกิจดีขึ้นภายใน 3  เดือน

“ทีมเศรษฐกิจจะให้ความสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจท้องถิ่นมากขึ้นเพื่อให้เกษตรกรและผู้มีรายได้น้อยมีความเข้มแข็ง เช่น การผลักดันการจ้างงานในชุมชนของแต่ละท้องถิ่นให้เข้มมา รวมถึง การพัฒนาผู้ประกอบการโอทอปก้าวมาเป็นเอสเอ็มอี ซึ่งตรงนี้ก็จะให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาช่วยเหลือเช่น กระทรวงอุตฯ เข้ามายกระดับ, กระทรวงคลังดูแลเรื่องสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ และ พาณิชย์ก็จะดูตลาดเพื่อให้ผู้ประกอบการสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้”

 

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69