posttoday
มองหาช่องว่างตลาด

มองหาช่องว่างตลาด

26 สิงหาคม 2558

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

โดย...วันเพ็ญ พุทธานนท์

ในวันที่เศรษฐกิจไทยเองยังไม่ฟื้นตัว และยังโดนกระหน่ำซ้ำจากเศรษฐกิจโลกอย่างเช่นทุกวันนี้ สิ่งที่น่าตั้งคำถาม คือ แล้วธุรกิจจะต้องปรับตัวอย่างไรเพื่อความอยู่รอด

แน่นอนว่า ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เศรษฐกิจไทยประสบปัญหา นั่นย่อมหมายถึงประสบการณ์ที่มากขึ้นของผู้ประกอบการเช่นกัน เพียงแต่ต้องนำประสบการณ์ที่เคยมีมาปรับใช้ให้เหมาะกับสภาพการณ์ปัจจุบันให้มากที่สุด

สำหรับภาวะปัจจุบันที่กำลังซื้อรากหญ้ายังไม่ฟื้นตัวภาคธุรกิจก็ต้องปรับแผนรองรับ ขณะที่เฝ้ารอความหวังจากคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ที่เพิ่งแต่งตั้งไปหมาดๆ ว่าจะเครื่องร้อนเดินเร็วเพียงใด โดยเฉพาะนโยบายของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ถูกเรียกตัวเข้ามาช่วยคุมทีมเศรษฐกิจ เทน้ำหนักไปที่การเร่งช่วยเหลือคนรากหญ้า เกษตรกร คนต่างจังหวัด เพื่อให้เศรษฐกิจพื้นฐานขับเคลื่อนไปได้

แต่ในวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ ดั่งที่เห็นจากวิกฤตเมื่อครั้งที่ผ่านๆ มา และในครั้งนี้ก็เช่นกัน หากมองหาโอกาสนั้นเจอ รู้จักปรับตัวให้เร็วแต่ระมัดระวัง เห็นตัวอย่างได้จาก วิริยะ พึ่งสุนทร ประธานกรรมการบริหารและผู้ก่อตั้ง บริษัท เนเจอร์ทัช อินเตอร์เนชั่นแนล และต้องแปลกใจเมื่อได้ฟังว่า ธุรกิจของเนเจอร์ทัช ซึ่งเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสปา กลับเชื่อมั่นว่าจะเติบโตได้ถึง 25% ในปีนี้

การเติบโตของเนเจอร์ทัช มาจากการบาลานซ์ตลาดเพื่อลดความเสี่ยงให้เกิดขึ้นน้อยที่สุด เช่น ที่ผ่านมาเนเจอร์ทัชผลิตสินค้าเพื่อจำหน่ายในประเทศเพียง 30% เน้นจำหน่ายเข้าช่องทางโรงแรมเป็นหลัก และส่งออกถึง 70% ซึ่งรวมถึงการรับจ้างผลิตให้ผู้ประกอบการรายอื่นภายใต้แบรนด์อื่น หรือโออีเอ็ม

เหตุที่เลือกทำตลาดในประเทศในสัดส่วนน้อยกว่าต่างประเทศ วิริยะ เล่าว่า เพราะการแข่งขันในตลาดสินค้าเพื่อสุขภาพและความงามในช่องทางค้าปลีกของไทยรุนแรงมาก บริษัทจึงต้องการไปสร้างชื่อในต่างประเทศที่เปิดรับสินค้าแบรนด์ใหม่มากกว่าหากคุณภาพได้รับการยอมรับจะมีโอกาสประสบความสำเร็จเร็วกว่า

นอกจากนี้ การเลือกจำหน่ายเข้าช่องทางโรงแรมระดับบน ยังลดความเสี่ยงจากภาวะเศรษฐกิจทั่วไปที่กำลังซื้อระดับรากหญ้ามักได้รับผลกระทบก่อน ทำให้แม้เศรษฐกิจไทยจะซบเซา แต่ยอดขายของบริษัทยังเติบโตเนื่องจากธุรกิจโรงแรมและท่องเที่ยวยังเติบโตได้ และแม้ว่าเหตุการณ์ระเบิดกลางเมืองจะส่งผลกระทบต่อธุรกิจท่องเที่ยว ก็เชื่อว่าจะไม่กระทบกับแหล่งท่องเที่ยวในต่างจังหวัด ซึ่งบริษัทก็พร้อมบุกโรงแรมต่างจังหวัดเพิ่ม และเมื่อตลาดฝั่งยุโรปซบเซา บริษัทก็หันไปรุกตลาดญี่ปุ่น เป็นต้น

นี่เป็นตัวอย่างของผู้ประกอบการขนาดกลางที่พร้อมปรับตัวรับสถานการณ์และหาช่องว่างทางการตลาดอยู่เสมอ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ