
‘น้ำดำ’ บูมผลิต
โดย...สมหทัย โมสิกะ
โดย...สมหทัย โมสิกะ
แม้ว่าเศรษฐกิจของหลายประเทศกำลังซบเซา แต่การเดินหน้าลงทุนใน “กัมพูชา” ของบริษัทต่างชาติสะท้อนชัดถึงความต้องการบริโภคภายในประเทศที่สูงขึ้น พร้อมๆ กับการผงาดขึ้นเป็นฐานการผลิตเพื่อส่งออกสำคัญแห่งหนึ่งของโลก
เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา บริษัทน้ำดำยักษ์ใหญ่ของโลกอย่าง “โคคา-โคลา” ได้ฤกษ์สร้างโรงงานแห่งใหม่ในเขตเศรษฐกิจพิเศษพนมเปญมูลค่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะก่อสร้างเสร็จในเดือน ก.ค. 2559 และจะมาแทนโรงงานเก่าที่บริษัทจะปรับไปเป็นสำนักงานและฝ่ายสนับสนุนแทน
ในแง่ของการผลิตนั้น เดวิด วิกเกิลส์เวิร์ธ ผู้จัดการทั่วไปของแคมโบเดีย เบฟเวอเรจ คอมปะนี ในเครือของโคคา-โคลา อธิบายว่า เมื่อโรงงานแห่งใหม่สร้างเสร็จในปีหน้า บริษัทตั้งเป้าว่าจะเพิ่มการผลิตจากปัจจุบันอีกเท่าตัวในช่วง 6 ปีข้างหน้า และมีความเป็นไปได้ที่จะส่งออกสินค้าไปยังประเทศอื่นในภูมิภาคด้วย
ทั้งนี้ เว็บไซต์แขมร์ไทมส์ ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันโคคา-โคลา มีกำลังการผลิต 24 ล้านเคส/ปี แต่ละเคสมี 24 ขวด
ด้าน จูลี่ชุง จากสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาในกัมพูชา ชี้ว่า การลงทุนใหม่ของโค้กอาจทำให้บริษัทอื่นๆ หันมามองหาโอกาสลงทุนในกัมพูชา ซึ่งเป็นตลาดที่กำลังเติบโต โดยตอนนี้บริษัทจำนวนมากกำลังหาช่องทางขยายธุรกิจและเปรียบเทียบกัมพูชาและประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ ซึ่งกัมพูชานั้นมีจุดเด่นเรื่องการเติบโตของเศรษฐกิจและจำนวนแรงงานฝีมือที่เพิ่มขึ้น
โซก เจนดา โซเพีย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและเลขาธิการสภาเพื่อการพัฒนากัมพูชา บอกกับสื่อท้องถิ่นของกัมพูชาว่า การขยายธุรกิจโคคา-โคลา เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับกัมพูชา เพราะแสดงให้เห็นว่าความต้องการบริโภคเพิ่มขึ้น สะท้อนว่าชาวกัมพูชามีเงินในกระเป๋ามากขึ้น อีกทั้งยังเป็นการโฆษณาให้บริษัทต่างชาติอื่นๆ เข้ามาลงทุนในกัมพูชาด้วย
นอกจากตลาดกัมพูชาแล้ว โคคา-โคลา ยังทุ่มเงินราว 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ สำหรับการขยายธุรกิจในฟิลิปปินส์ตั้งแต่ตอนนี้ถึงปี 2563 ซึ่งจะรวมการเพิ่มกำลังการผลิต พัฒนาเครือข่ายการจัดจำหน่าย งบการตลาด และการพัฒนาบุคลากรของบริษัท โดยตอนนี้ฟิลิปปินส์ถือเป็นตลาดสำคัญแห่งหนึ่งของโค้ก
ขณะที่ในอินโดนีเซียก็กำลังสร้างโรงงานใหม่ในชวาตะวันออก คาดว่าหลังก่อสร้างเสร็จจะทำให้โคคา-โคลา มีกำลังการผลิตในตลาดนี้ประมาณ 8.85 แสนขวด/ชั่วโมง







