
กระหน่ำขายหุ้นปตท.
หุ้น ปตท.ถูกถล่มยับเยิน กังวลนโยบายพลังงานหลังปรับ ครม. ฉุดราคาทำนิวโลว์ 258 บาท
หุ้น ปตท.ถูกถล่มยับเยิน กังวลนโยบายพลังงานหลังปรับ ครม. ฉุดราคาทำนิวโลว์ 258 บาท
นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นบริษัท ปตท. (PTT) ที่ปรับตัวลงอย่างหนักในช่วงนี้ เนื่องจากนักลงทุนมีความกังวลจากความไม่แน่นอนของนโยบายด้านพลังงานจากผลของการปรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) ใหม่ ว่าอาจกระทบต่อนโยบายการลอยตัวปล่อยเสรีราคาพลังงาน ซึ่งเป็นนโยบายด้านพลังงานของรัฐบาลชุดก่อนหน้านี้ที่ถือเป็นปัจจัยบวกต่อ PTT ว่าอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงไป ประกอบกับได้รับแรงกดดันจากราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ยังคงลดลงอย่างต่อเนื่อง
ล่าสุด ราคาน้ำมันโลกปรับตัวลงมาอยู่ที่ 40.80 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล มีการคาดการณ์ว่าจะลงมาถึง 30 เหรียญสหรัฐ ไม่กี่เดือนข้างหน้า
สำหรับกรณีการปรับ ครม.ที่มี พล.อ.อนันตพร กาญจนรัตน์ ซึ่งปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาด้านบัญชีของนายกรัฐมนตรี เป็นว่าที่รัฐมนตรีพลังงานคนใหม่นั้น เป็นบุคคลที่มีบุคลิกเป็นคนซื่อสัตย์ ทำงานด้วยความซื่อตรงและตงฉิน ทำให้มีความกังวลว่าเข้ามาจัดการเคลียร์ปัญหาด้านคอร์รัปชั่นอาจส่งผลกระทบในระยะสั้นต่อการดำเนินนโยบายพลังงานด้านต่างๆ
อย่างไรก็ดี ในระยะยาวมองว่าการเข้ามาดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีพลังงานคนใหม่น่าจะเป็นบวกต่อนโยบายด้านพลังงาน รวมถึง PTT เพราะจะสามารถดำเนินนโยบายได้อย่างมีความโปร่งใส และสามารถฟอร์มทีมงานที่มีความรู้ความสามารถเข้าทำงานด้านนโยบายพลังงานได้เป็นอย่างดี ขณะที่ราคาที่ลงมาปัจจุบันถือว่าน่าสนใจสามารถเข้าซื้อเมื่อเปรียบเทียบกับปัจจัยพื้นฐานของธุรกิจ
แหล่งข่าวจากตลาดทุน เปิดเผยว่า ราคาหุ้น PTT ปรับตัวลดลงแรงต่อเนื่อง จากแรงขายอย่างหนักทั้งของสถาบันและต่างชาติ เกิดความกังวลการส่งตัวแทนทหารเข้าไปนั่งเป็นกรรมการ PTT ส่งผลดีต่อการแก้ปัญหานโยบายพลังงาน แต่ส่งผลกระทบผลประกอบการของ ปตท. รวมถึงเข้าดูแลจัดการปัญหาทุจริตเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินเพื่อปลูกปาล์มน้ำมันที่อินโดนีเซียของ PTT
แหล่งข่าว ปตท. เปิดเผยว่า หุ้น ปตท.ตกหนักช่วงนี้น่าจะเกิดจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวลงต่อเนื่อง และความกังวลเหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ซึ่งหุ้น PTT เป็นหุ้นที่มีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) ใหญ่ที่สุด มีต่างชาติถือหุ้น 17% ของหุ้นทั้งหมด
นายฐิติพงศ์ จุลพรศิริดี ผู้จัดการฝ่ายการเงินองค์กรและนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) คาดว่า กำไรสุทธิปีนี้จะมากกว่าปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1.5 หมื่นล้านบาท หลังจากครึ่งปีแรกกำไร 1.46 หมื่นล้านบาท ซึ่งได้รับผลดีจากธุรกิจโอเลฟินส์อยู่ในระดับดีมาก ส่วนต่าง (สเปรด) ผลิตภัณฑ์โพลีเอทิลีน ชนิดความหนาแน่นสูง (HDPE) ราว 800 เหรียญสหรัฐ/ตัน ทั้งปีอยู่ที่ระดับ 700-800 เหรียญ/ตัน สูงกว่าเฉลี่ยที่ 682 เหรียญ/ตันในปีที่แล้ว เป็นผลจากความต้องการใช้ที่ยังคงเติบโตได้ราว 4% ต่อปี ขณะที่กำลังการผลิตใหม่ที่เข้าสู่ตลาดไม่มากนัก วัฏจักรขาขึ้นยังอยู่ในช่วง 2-3 ปีจากนี้
“ปีนี้กำไรจะดีกว่าปีก่อน แต่รายได้ต่ำกว่า เพราะราคาของ HDPE ปรับลดลงตามราคาน้ำมัน แต่สเปรดยังดีอยู่ ปีนี้เป็นช่วงขาขึ้นของวัฏจักรของเม็ดพลาสติกอย่างแท้จริง ซึ่งดีมานด์เม็ดพลาสติกไม่ได้ปรับลดลง” นายฐิติพงศ์ กล่าว
นายฐิติพงศ์ กล่าวว่า การที่ราคาน้ำมันดิบอยู่ในแนวโน้มขาลงไตรมาส 3/2558 ที่คาดอยู่ระดับเฉลี่ยที่ 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล หากราคาน้ำมันดิบลดลงต่ำกว่า 40 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ส่งผลให้บริษัทขาดทุนสต๊อกน้ำมัน ซึ่งบริษัทปรับลดประมาณการราคาน้ำมันดิบเฉลี่ยปีนี้มาอยู่ที่ 58 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากเดิม 60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
หุ้น PTT วันที่ 20 ส.ค.ปิดต่ำสุดของวัน 258 บาท ลดลง 15 บาท ซื้อขายหนาแน่น 8,729.34 ล้านบาท ถือเป็นราคาต่ำสุดรอบหลายปี







