
ศก.ทรุดฉุดรูดปรื๊ดวูบ9หมื่นล.
ยอดใช้บัตรเครดิต-เดบิต ไตรมาส 2 ลดลง 9 หมื่นล้านบาท ผลพวงคนระมัดระวังการใช้จ่าย
ยอดใช้บัตรเครดิต-เดบิต ไตรมาส 2 ลดลง 9 หมื่นล้านบาท ผลพวงคนระมัดระวังการใช้จ่าย
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานมูลค่าการใช้บัตรพลาสติกเพื่อการชำระเงินทั้งระบบ ณ สิ้นเดือน มิ.ย.หรือไตรมาส 2 ปีนี้ เทียบกับช่วงไตรมาสแรก พบว่าการ ชำระเงินผ่านบัตรทุกประเภทมีมูลค่าลดลงค่อนข้างมาก โดยมูลค่าการใช้จ่ายผ่านบัตรพลาสติกรวมทั้งระบบลดลง 9 หมื่นล้านบาท หรือ 7.1% จาก 1.27 ล้านล้านบาท ในสิ้นไตรมาสแรก เหลือ 1.18 ล้านล้านบาท
ทั้งนี้ บัตรเดบิตซึ่งมีจำนวนบัตรในระบบมากที่สุด และมีฐานคนถือบัตรกว้างที่สุด กลับพบว่ามีการชำระเงินลดลงถึง 7.1 หมื่นล้านบาท หรือ 7.4% เหลือ 8.93 แสนล้านบาท โดยแบ่งเป็นใช้ถอนเงินสด ลดลง 3.7 หมื่นล้านบาท หรือ 6.8% ชำระค่าสินค้าและบริการ ณ จุดขาย ลดลง 1,000 ล้านบาท หรือ 9.1% และเพื่อวัตถุประสงค์อื่น อาทิ ชำระค่าสินค้าและบริการผ่าน ตู้เอทีเอ็ม และการโอนเงินลดลง 3.4 หมื่นล้านบาท หรือ 8.3%
ด้านการชำระเงินผ่านบัตรเครดิตลดลง 1 หมื่นล้านบาท หรือ 6.7% เหลือ 1.39 แสนล้านบาท แบ่งเป็นการชำระค่าสินค้าและบริการ ณ จุดขาย ลดลง 7,000 ล้านบาท หรือ 6% และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นลดลง 3,000 ล้านบาท หรือ 9.1% ขณะที่ การชำระเงินผ่านบัตรเอทีเอ็ม ลดลง 8,000 ล้านบาท หรือ 5.2% เหลือ 1.45 แสนล้านบาท เป็น การถอนเงินสดลดลง 4,000 ล้านบาท หรือ 9.1% และเพื่อวัตถุประสงค์อื่นลดลง 4,000 ล้านบาท หรือ 9.1%
สำหรับจำนวนบัตรพลาสติกทุกประเภทในปัจจุบัน มีจำนวน 80.5 ล้านใบ แบ่งเป็นบัตรเดบิต 45.8 ล้านใบ บัตรเครดิต 20.8 ล้านใบ และบัตรเอทีเอ็ม 13.9 ล้านใบ
ด้านแหล่งข่าวจากฝ่ายระบบชำระเงิน ธปท. ระบุว่า คาดว่าการชำระเงินทั้งระบบลดลงเป็นผล จากภาวะเศรษฐกิจชะลอ ทำให้ คนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น บวกกับระดับหนี้ครัวเรือนในระดับสูง การใช้จ่ายและชำระเงินจึง ชะลอลงบ้าง ไม่ถือว่าเป็นภาวะผิดปกติอะไร หากเศรษฐกิจกลับมา ฟื้นตัวดีคนเชื่อมั่นที่จะใช้จ่าย ทำธุรกรรมมากขึ้น การชำระเงินก็จะเพิ่มขึ้นเอง







