posttoday
หุ้นพลังงานทดแทนที่น่าลงทุน

หุ้นพลังงานทดแทนที่น่าลงทุน

20 สิงหาคม 2558

โดย...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

โดย...บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย)

นักลงทุนส่วนใหญ่สับสนกับหุ้นพลังงานทดแทนว่าเป็นดาวเด่นหรือฝันไกลเกินจริงกันแน่ จรูญพันธ์ วัฒนวงศ์ นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ได้วิเคราะห์ผลการดำเนินงานกลุ่มพลังงานทดแทนไตรมาส 2 ปี 2558 โดยแบ่งเป็น 3 กลุ่ม เพื่อง่ายต่อการแยกแยะและตัดสินใจลงทุนดังนี้

กลุ่มแรกอยู่ระหว่างพัฒนา และตั้งเป้า (ฝันไกล) ที่ผลการดำเนินงานส่วนใหญ่ยังคงอยู่ในแดนลบ เนื่องจากกำไรต่อหุ้น ยังเข้ามาไม่ทันกับราคาหุ้นที่วิ่งขึ้นไป ทำให้หุ้นในกลุ่มนี้จะมีค่าสัดส่วนราคาต่อกำไร (พีอี) ที่สูงมาก (หรือบางตัวไม่มี) ดังนั้น การลงทุนในกลุ่มนี้จึงควรเน้นไปที่พัฒนาการภายในเป็นสำคัญ เช่น การดูผลการดำเนินงานแยกตามส่วนงาน หรือการติดตามการได้มาซึ่งสัญญารับซื้อไฟฟ้า (พีพีเอ) เป็นต้น

กลุ่มนี้เมย์แบงก์ชอบบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) บริษัท ทีพีซี เพาเวอร์โฮลดิ้ง (TPCH) เพราะมีพัฒนาการภายในที่จับต้องได้

กลุ่มพัฒนาเสร็จ/เกือบเสร็จแล้ว จะเห็นว่าผลกำไรออกมาดีมาก และสม่ำเสมอ และการที่กำไรเข้ามาเกือบเต็มรูปแบบแล้ว ค่าพีอีจะลดต่ำลงมาในระดับต่ำ และมุ่งไปหาพีอีประมาณ 10 เท่า ในที่สุดการลงทุนในกลุ่มนี้จึงควรเน้นไปที่การหาหุ้นที่มีเรื่องราวการเติบโตของผลการดำเนินงานสูง ที่จะเกิดขึ้นหลังเฟสการพัฒนาเสร็จสิ้นไป เพื่อเรียกให้ราคาหุ้นและค่าพีอีวิ่งขึ้นอีกครั้ง

กลุ่มนี้ จรูญพันธ์ ชอบบริษัท เอสพีซีจี (SPCG) เพราะเริ่มเห็นเรื่องราวการเติบโตใหม่จากการร่วมลงทุนกับ Kyocera พัฒนาโซลาร์ฟาร์ม ญี่ปุ่น 130 เมกะวัตต์ และร่วมตั้งโรงงานประกอบแผงโซลาร์ที่ จ.นครราชสีมา กลุ่มผู้สนับสนุนจะเห็นบริษัทที่มีฐานการร่วมเป็นเจ้าของโรงไฟฟ้าจะแสดงกำไรได้ดี สม่ำเสมอกว่า

อย่างไรก็ดี ทิศทางของกลุ่มจะล้อไปตามแนวโน้มเกี่ยวกับพลังงานทดแทนเป็นหลัก การล่าช้าของภาครัฐ คือปัญหาของกลุ่ม ดังนั้น การลงทุนในกลุ่มนี้ จึงควรติดตามประเด็นภายนอกบริษัทด้วยกลุ่มนี้เมย์แบงก์ชอบบริษัท เด็มโก้ (DEMCO) เพราะนอกจากจะมีประสบการณ์การพัฒนาโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนสูงสุดและหลากหลาย การกระจายความเสี่ยงไปที่ สปป.ลาว ทำให้ลดความเสี่ยงข้างต้นลงได้มาก

ปัจจุบันบริษัทด้านพลังงาน/พลังงานทดแทน จะนิยมจัดโครงสร้างในลักษณะของการใช้บริษัทแม่เป็นตัวจดทะเบียนในตลาด และทำหน้าที่เป็นโฮลดิ้งคอมพานี เพื่อถือหุ้นในโครงการต่างๆ ซึ่งจะถูกจัดตั้งให้ดำเนินการโดยบริษัทลูก เรียกว่า Project company โดยโครงสร้างแบบนี้ทำไว้เพื่อประโยชน์ เช่น...

สถาบันการเงิน สามารถติดตาม พิจารณาสินเชื่อแยกเป็นรายโครงการได้ (ปล่อยสินเชื่อไปที่ตัวโครงการเลย) และยังทำให้สถาบันการเงินง่ายต่อการควบคุมกระแสเงินสดในการชำระหนี้ได้อีกด้วย

บริษัทแม่จะง่ายต่อการบริหาร และติดตามผลการดำเนินงานรายโครงการ

การแยกโครงสร้างที่ชัดเจนนี้ เปิดทางต่อการแยกลูกเข้าตลาดหุ้น และรวมถึงการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานได้อีกด้วย

สามารถอนุญาตให้ผู้ร่วมทุน เข้าร่วมทุนในโครงการที่ต้องการได้ แทนที่จะต้องลงทุนผ่านที่ตัวบริษัทแม่ เป็นต้น

ข่าวล่าสุด

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน

Microsoft เลือกไทยประเทศแรก ปั้นคนไทยสู่เศรษฐกิจ AI เชื่อมทักษะทำงาน