posttoday
ระวังการลงทุน

ระวังการลงทุน

20 สิงหาคม 2558

โดย...บล.ทิสโก้

โดย...บล.ทิสโก้

บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ ยังมีมุมมองการลงทุน “ระมัดระวัง” ในช่วงที่เหลือของปีนี้ แต่เริ่มมีโอกาสลงทุนรอบสั้น-หวังผลปลายเดือนนี้ถึงต้นเดือนหน้า

มุมมองที่ยังคงระมัดระวังเนื่องจาก ประการแรก โอกาสการขึ้นอัตราดอกเบี้ยสหรัฐในช่วงปีนี้ ซึ่งปกติมักทำให้ราคาหุ้นทั่วโลกผันผวน

ประการที่สอง การปรับประมาณการเศรษฐกิจและกำไรลงระลอกใหม่ในช่วงครึ่งเดือนหลัง หลังประกาศตัวเลขอัตราการเติบโตผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) และงบไตรมาส 2/2558 เสร็จสิ้น ผลจากแนวโน้มเศรษฐกิจยังฟื้นตัวช้า และการร่วงลงครั้งใหม่ของราคาน้ำมัน-สินค้าโภคภัณฑ์-สินค้าเกษตร (สิ่งนี้ยังไม่รวมการเกิดเหตุระเบิดกลางกรุงล่าสุดที่สี่แยกราชประสงค์ที่อาจกดดันให้มีการปรับประมาณการลงด้วย)

ประการที่สาม แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนที่น่าจะเห็นตัวเลขมีทิศทางอ่อนแอลงอีกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม มองในช่วงกลางสัปดาห์นี้-ต้นสัปดาห์หน้า ที่ราคาหุ้นไทยคาดว่าจะร่วงรับเหตุระเบิดราชประสงค์ จะเป็นจังหวะในการทยอยสะสม เนื่องจากมองเห็นโอกาสในการลงทุนรอบสั้นที่คาดว่าจะเห็นการดีดกลับของตลาดหุ้นไทยได้พอสมควรในช่วงปลายเดือนนี้-ต้นเดือน ก.ย. จากปัจจัยกระตุ้นที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาดังกล่าว คือ

ประการแรก การปรับคณะรัฐมนตรีที่น่าจะมีการยกเครื่องกันครั้งใหญ่ โดยเฉพาะทีมเศรษฐกิจ สร้างความหวังใหม่ต่อการขับเคลื่อนนโยบายด้านเศรษฐกิจให้เห็นเป็นรูปธรรมมากขึ้น

ประการที่สอง การจัดงาน Thailand Focus 2015 .ที่จะมีขึ้นในระหว่างวันที่ 26-28 ส.ค.นี้ จากการศึกษาความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในช่วงที่มีการจัดงาน Thailand Focus ในอดีตนับตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา ตลาดหุ้นไทยมักขานรับในเชิงบวก (โอกาสสูงถึง 88%) โดยการปรับตัวขึ้นเฉลี่ยสูงสุด +3.2% ในช่วง 2 สัปดาห์หลังจากที่เริ่มมีการ
จัดงานวันแรก

ประการที่สาม สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) จะนัดโหวตรับร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับถาวรหรือไม่ในวันที่ 6 ก.ย. (เลื่อนเร็วขึ้นจากกำหนดเดิมวันที่ 7 ก.ย.) หากเนื้อหาสาระในร่างรัฐธรรมนูญไม่ได้เลวร้ายจนรับไม่ได้ เราให้น้ำหนักค่อนข้างสูงที่ร่างรัฐธรรมนูญฉบับนี้จะได้รับความเห็นชอบจาก สปช. เพราะอย่างน้อยก็เป็นรัฐธรรมนูญที่มีหลายประเด็นใหม่ที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติในอนาคต นอกจากนี้ การผ่านร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ใช้เสียงไม่มาก คือ เกินกึ่งหนึ่งเท่านั้น หรือ 125 เสียงขึ้นไป จากจำนวนสมาชิก สปช.ทั้งหมด 249 ท่าน เรามองการผ่านร่างรัฐธรรมนูญจะเป็นก้าวแรกที่สำคัญในการปูทางไปสู่การเลือกตั้งที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในเดือน ก.ย.ปีหน้า สิ่งนี้จะเรียกความเชื่อมั่นนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้ และเกิดการซื้อหุ้นไทยคืน

บล.ทิสโก้มองหุ้นพื้นฐานที่อิงเศรษฐกิจในประเทศที่น่าจะได้ประโยชน์จากความหวังการเร่งเดินหน้าประเทศหลังปรับคณะรัฐมนตรี และการจัดงาน Thailand Focus

สำหรับหุ้นน่าลงทุนรอบสั้นครั้งนี้ และแนะนำหาจังหวะทยอยสะสมช่วงอ่อนตัว ได้แก่ บริษัท อนันดา ดีเวลลอปเม้นท์ (ANAN) บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) บริษัท ช.การช่าง (CK) ธนาคารกสิกรไทย (KBANK) บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น (STEC) บริษัท ทีพีไอโพลีน (TPIPL)

นอกจากนี้ ยังมองเป็นจังหวะสำหรับนักลงทุนระยะยาวในการเก็บหุ้นปันผลดีเข้าพอร์ต แนะนำหุ้นบริษัท แอดวานซ์อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) บริษัท อินทัชโฮลดิ้งส์ (INTUCH) ธนาคารเกียรตินาคิน (KKP) บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป (MAJOR) บริษัท เอพี (ไทยแลนด์) (AP) และบริษัท ควอลิตี้เฮ้าส์ (QH)

ทั้งนี้ คาดว่าข่าวระเบิดกลางกรุงสี่แยกราชประสงค์ทุบหุ้นไทยลงมาแกว่งแถว 1,350-1,370 จุด เหตุระเบิดกลางกรุงที่สี่แยกราชประสงค์ใกล้ศาลพระพรหมเอราวัณเมื่อช่วงหัวค่ำวันที่ 17 ส.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิต ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศแล้วกว่า 22 คน และมีผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นจำนวนมากราว 80 คน ถึงแม้ทางการยังไม่ได้สรุปการก่อเหตุการณ์ร้ายครั้งนี้ว่าจะเชื่อมโยงกับเรื่องใด แต่ได้ส่งผลกระทบเชิงลบโดยตรงทันทีต่อเศรษฐกิจไทย ทั้งในแง่ของการท่องเที่ยว และการจับจ่ายใช้สอย จากความกังวลถึงความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หากย้อนรอยการเกิดเหตุการณ์ระเบิดกลางกรุงที่อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิช่วงส่งท้ายปีเก่า 2549 ต้อนรับปีใหม่ 2550 ที่ดัชนีปรับตัวลง 3% ในวันทำการแรกที่เปิดทำการซื้อขาย และทิศทางยังเป็นการแกว่งลงต่อเนื่องตลอดทั้งสัปดาห์ โดยแตะจุดต่ำสุดที่ราว -9% นับจากสิ้นปี 2549 ก่อนที่จะเริ่มฟื้นตัวได้ในช่วงสัปดาห์ถัดไป ประกอบกับกองทุน ETF ที่อ้างอิงกับตลาดหุ้นไทยที่ซื้อขายในตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ ยังปรับตัวลงเป็นวันที่สอง 2.1% เพราะฉะนั้นดัชนีจึงมีโอกาสลงมาแกว่งแถวระดับ 1350+/-จุด ในระยะสั้น

ภาพรวมงบไตรมาส 2 เป็นไปตามคาด แต่ประมาณการกำไรมีแนวโน้มถูกหั่นลงอีกในช่วงครึ่งเดือนหลังผลประกอบการไตรมาส 2/2558 ของบริษัทจดทะเบียนไทย.จำนวน 521 หลักทรัพย์ (ณ วันที่ 14 ส.ค.) มีกำไรสุทธิรวมทั้งสิ้น 2.06 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่ลดลง 8.4% จากไตรมาสแรก

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ