
เอเบิ้ลหันเจาะคนกรุง
แตะเบรกลงทุนคอนโดต่างจังหวัด พุ่งเป้าลุยโลว์ไรส์แหล่งงานในเมือง
แตะเบรกลงทุนคอนโดต่างจังหวัด พุ่งเป้าลุยโลว์ไรส์แหล่งงานในเมือง
เอเบิ้ล แอสเสท ชะลอแผนบุกคอนโดต่างจังหวัด-เมืองท่องเที่ยว หลังยอดขายอืด มุ่งคอนโดเจาะคนเมือง
นายกษิดิศ มโนภินิเวศ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเบิ้ล แอสเสท กรุ๊ป เปิดเผยถึงแผนการดำเนินงานในช่วง 5 ปีนับจากนี้ว่า จะชะลอแผนการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมในหัวเมืองต่างจังหวัด อาทิ ภูเก็ต หัวหิน เนื่องจากในช่วงเวลานี้มีอุปทานออกมาสู่ตลาดค่อนข้างมาก มีการแข่งขันรุนแรง และบางส่วนมีการซื้อเพื่อเก็งกำไร จึงหันมาให้ความสำคัญกับการพัฒนาคอนโดมิเนียมโลว์ไรส์ตั้งอยู่ในซอยและแหล่งชุมชนเมืองในกรุงเทพฯ เนื่องจากสำรวจพบว่าความต้องการที่อยู่อาศัยเพื่อเป็นบ้านหลังที่สองของคนเมืองนั้นยังมีอยู่
ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดขายโครงการเดอะ รีมาร์ค เอเบิ้ล ศูนย์วิจัย 2 ใกล้กับโรงพยาบาลกรุงเทพ พัฒนาเป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 1 อาคาร จำนวน 87 ยูนิต มูลค่าโครงการ 400 ล้านบาท ราคาขายเริ่มต้น 3.3 ล้านบาท หรือเฉลี่ย 1.02 แสนบาท/ตารางเมตร (ตร.ม.) ปัจจุบันมียอดขายแล้ว 30% และคาดว่าภายในปลายเดือนนี้จะมียอดขาย 80% และจะสามารถปิดการขายในสิ้นปีนี้ เนื่องจากไม่มีคู่แข่งที่พัฒนาโครงการในรูปแบบเดียวกัน ซึ่งโครงการดังกล่าวอยู่ระหว่างการยื่นขออนุญาตสิ่งแวดล้อม คาดว่าจะได้รับอนุญาตภายใน 2 เดือน และจะเริ่มก่อสร้างในเดือน ธ.ค.นี้ ขณะเดียวกันในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ยังมีแผนจะเปิดตัวโครงการรูปแบบเดียวกันในย่านพหลโยธินอีก 1 โครงการ
ขณะที่ผลสำรวจของบริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) ระบุว่า ราคาคอนโดมิเนียมในบริเวณถนนเพชรบุรี-รัชดาภิเษก และย่านสุขุมวิท-พระโขนง ในช่วงครึ่งปีแรก 2558 ยังปรับเพิ่มขึ้นทั้งจำนวนอุปทานและราคา โดยคอนโดมิเนียมย่านสุขุมวิท-พระโขนง มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 2.26 แสนบาท/ตร.ม. ราคาปรับเพิ่มสูงกว่าปี 2557 ถึง 50% ส่วนคอนโดมิเนียมบริเวณถนนเพชรบุรี-รัชดาฯ มีราคาเฉลี่ยสูงถึง 1.1 แสนบาท/ตร.ม. ปรับสูงขึ้นจากปี 2557 ประมาณ 28% และมีอัตราการขายที่ดี
นายกษิดิศ กล่าวอีกว่า ส่วนแผนการพัฒนาบริษัทจะเปิดโครงการใหม่เฉลี่ยปีละ 2-3 โครงการ มูลค่า 1,000-1,500 ล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาบริษัทได้พัฒนาโครงการบ้านวิมาน หัวหิน เป็นคอนโดมิเนียมสูง 7 ชั้น จำนวน 106 ยูนิต ปัจจุบันก่อสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ ยังเหลือขาย 10 ยูนิต มูลค่าโครงการ 410 ล้านบาท ส่วนที่ภูเก็ตพัฒนาโครงการในชื่อ เซนทริโอ ภูเก็ต เป็นคอนโดมิเนียมสูง 8 ชั้น 3 อาคาร 465 ยูนิต มูลค่า 950 ล้านบาท ขณะนี้เริ่มทยอยโอนแล้ว 50 ยูนิต คาดว่าในปีนี้จะรับรู้รายได้ 600 ล้านบาท โดยตั้งเป้าว่าในปี 2560 จะมีรายได้ 1,600 ล้านบาท
“ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในครึ่งปีหลังไม่แตกต่างจากช่วงต้นปีมากนัก เพราะภาพรวมเศรษฐกิจยังคงทรงตัว แม้ว่ารัฐบาลพยายามเร่งเบิกจ่ายเงินภาครัฐ ขณะที่ตลาดคอนโดผู้ประกอบการได้ปรับแผนพยายามเลือกเปิดขายในบางทำเลเท่านั้น จึงทำให้โครงการใหม่เปิดตัวลดลง สำหรับกลยุทธ์ของบริษัทที่เป็นผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์รายเล็กแข่งขันกับรายใหญ่ได้จะต้องเน้นเรื่องคุณภาพสินค้าเป็นหลัก และการให้สินค้าที่ดีกับลูกค้า เป็นฟูลลี เฟอร์นิช เพื่อให้ลูกค้าได้มีทางเลือกที่่ดี” นายกษิดิศ กล่าว







