posttoday
อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ‘ชีวิตนี้มีแต่ช่วยชาติ’

อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ ‘ชีวิตนี้มีแต่ช่วยชาติ’

20 สิงหาคม 2558

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว “อภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์” นายแบงก์ “ฉายามือฟื้นฟูกิจการ” ตัดสินใจยอมรับคำชวนของ สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกฯ และ รมว.คลัง ในสมัยนั้น เข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกรุงไทย ที่กำลังเผชิญวิกฤตจากการปล่อยกู้ไม่โปร่งใส จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวผู้บริหารอย่างเร่งด่วน

และวันนี้ อภิศักดิ์ ก็ตัดสินใจยอมรับตำแหน่ง รมว.คลัง ตามที่สมคิดได้ชักชวนอีกครั้ง และเข้ามาแบบเดิมคือในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอยจากปัญหาทั้งในประเทศและต่างประเทศรุมเร้า การส่งออกติดลบ งบลงทุนรัฐบาลค้างท่อมหาศาล การบริโภคหดตัว

อภิศักดิ์ ถือเป็นวิศวกรการเงินอีกคนที่ประสบความสำเร็จมากและถือเป็นพนักงานกึ่งเอกชนและกึ่งราชการมาโดยตลอด เพราะเขาเริ่มงานในฝ่ายต่างประเทศของบรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ไอเอฟซีที) และไอเอฟซีทีไฟแนนซ์ จนเป็นตัวเก็งผู้จัดการไอเอฟซีที แต่เขาก็โดนกระทรวงการคลังดึงไปเป็นกรรมการผู้จัดการ บริษัทบริหารสินทรัพย์กรุงเทพพาณิชย์ (บสก.) ในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้ง ธนาคารกรุงเทพฯ พาณิชย์การ (บีบีซี) ถูกทางการสั่งปิด จำเป็นต้องให้ บสก.ขึ้นติดตามหนี้ของบีบีซี

หลังจากนั้นก็ได้รับมอบหมายให้เข้าไปพัฒนาฟื้นฟูธนาคารนครหลวงไทย ภายหลังจากทางการควบรวมกิจการกับธนาคารศรีนคร ซึ่งอภิศักดิ์ได้วางระบบงานแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นจากการควบรวมกิจการและพนักงานยังไม่เป็นหนึ่งเดียวกัน จนธนาคารประสบความสำเร็จสามารถนำหุ้นของธนาคารนครหลวงไทยกลับเข้าไปจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยได้อีกครั้ง

ระหว่างที่ธนาคารนครหลวงไทยกำลังไปได้ดีก็เกิดปัญหาที่ธนาคารกรุงไทยและครั้งนี้เกิดวิกฤตนายแบงก์ เพราะในช่วงวิกฤตต้มยำกุ้งมีนายแบงก์โดนคดีปล่อยกู้ไม่โปร่งใส ทำให้บริษัทเสียหายไปเยอะ ทำให้บุคลากรระดับมันสมองโดนขึ้นบัญชีดำ หาคนที่เหมาะสมเข้ามาฟื้นฟูธนาคารกรุงไทยยาก แต่เนื่องจากเกรงใจสมคิดอภิศักดิ์จึงตัดสินใจสละตำแหน่งที่นครหลวงไทยมาทำงานที่ธนาคารกรุงไทย

อภิศักดิ์นับเป็นกรรมการผู้จัดการธนาคารกรุงไทย ที่ทำสถิติอยู่ครบ 2 วาระ นาน 8 ปี โดยไม่มีมลทินติดตัว

แม้ประสบการณ์ด้านการเงินของอภิศักดิ์จะเต็มเปี่ยมเพราะทำงานในสายแบงก์และไฟแนนซ์มาตลอดชีวิต แต่ก็มีคำถามว่าปัญหาเศรษฐกิจของประเทศในขณะนี้ เป็นปัญหาในเรื่องเศรษฐกิจในภาพรวม (Macro Economic) ไม่ใช่เป็นปัญหาในภาคธุรกิจ (Micor Economic) อาจจะเป็นส่วนที่อภิศักดิ์ไม่ถนัดและเข้ามาแล้วอาจจะแก้ปัญหาอะไรไม่ได้ เพราะปัญหาในขณะนี้เป็นปัญหาในเชิงโครงสร้าง แก้กันเฉพาะหน้าไม่ช่วยอะไร

คำถามนี้อภิศักดิ์เคยกล่าวกับโพสต์ทูเดย์ เมื่อวันที่ 24 ก.ย. 2555 ช่วงที่ครบวาระงานที่ธนาคารกรุงไทย ว่า

“ผมโชคดีที่เริ่มทำงานกับไอเอฟซีทีที่องค์กรสอนให้ทำเพื่อประเทศชาติรักษาผลประโยชน์ชาติ เพราะเป็นสถาบันการเงินของรัฐตั้งขึ้นมา เพื่อช่วยพัฒนาเศรษฐกิจประเทศ วัฒนธรรมองค์กรสอนให้คิดถึงส่วนรวม หลังจากไปอยู่ที่บีบีซีแก้ไขจนกลายเป็น บสก.ก็ต้องแก้ไขหนี้ให้ดีที่สุด ให้เสียน้อยที่สุด เพราะทุกบาททุกสตางค์เป็นเงินของชาติ

จนมาอยู่นครหลวงไทยกับไกรุงไทย ส่วนใหญ่จะทำงานให้กับสังคม มีแต่คนมาบอกว่า ช่วยหน่อยไม่งั้นประเทศชาติจะเสียหาย เมื่อเราตัดสินใจที่จะช่วยต้องมั่นใจว่าถ้าเราช่วยแล้วประเทศเราจะดีขึ้น ก็ต้องลองดู ผมไม่ยึดติดกับตำแหน่งหรือวาระต่างๆ เมื่อได้รับมอบหมายงานให้ทำก็ทำให้ดีที่สุดเราไม่ได้วิ่งเข้ามาเพื่อมามีอำนาจแต่เราถูกขอให้เข้ามาช่วยชาติเมื่อเราออกไปเราแล้วมองย้อนหลังกลับมาแล้วองค์กรยังไปต่อได้ดี ประเทศชาติดีขึ้น ก็พอใจแล้ว”

จุดเด่นของอภิศักดิ์นั้น เป็นคนที่ชอบวางระบบปิดความเสี่ยง มีวินัยทางการเงินสูงมาก ในช่วงที่อยู่ธนาคารกรุงไทย อภิศักดิ์ตัดงบของธนาคารและบริษัทในเครือทันทีที่พบว่ามีการใช้เงินอย่างไร้ประสิทธิภาพ ดังนั้นการหวังจะให้ใช้เงินไปกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไรเหตุผลจะไม่เกิดขึ้นง่ายๆ ในช่วงที่อภิศักดิ์เป็นขุนคลังอย่างแน่นอน

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69