
AOTวูบ2.7หมื่นล.
บอมบ์กด 3 กลุ่มดิ่ง 4 การบินมูลค่าหาย 7 พันล้าน BDMS เผยคนไข้จองล่วงหน้าถึงสิ้นปี
บอมบ์กด 3 กลุ่มดิ่ง 4 การบินมูลค่าหาย 7 พันล้าน BDMS เผยคนไข้จองล่วงหน้าถึงสิ้นปี
ตลาดหุ้นไทยร่วงลงแรง 2.56% หลังจากเกิดเหตุการณ์ระเบิดกลางกรุงย่านราชประสงค์ ส่งผลกระทบอย่างรุนแรงถึงธุรกิจโรงแรม ห้างสรรพสินค้า และท่องเที่ยว ทำให้หุ้นเหล่านี้ทรุดหนักกว่าตลาด โดยเฉพาะบริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) หายไปวันเดียวมากถึง 27,142.83 ล้านบาท และ 4 บริษัทการบินมาร์เก็ตแคปวูบลง 7,027.44 ล้านบาท
นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ธนชาต ระบุว่า ผลจากเหตุการณ์ระเบิดกระทบโดยตรงทั้งจิตวิทยาและปัจจัยพื้นฐานของหุ้นในกลุ่มโรงแรม สายการบิน และสนามบิน เช่น บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น (AAV) บริษัท นกแอร์ (NOK) บริษัท การบินไทย (THAI) บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) บริษัท ดิ เอราวัณ กรุ๊ป (ERW) เป็นต้น ทั้งนี้โรงแรมเซ็นทรัลพลาซามีรายได้ 13% ของรายได้จากโรงแรมในกรุงเทพฯ ขณะที่บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) มีรายได้ 7% จากโรงแรมในกรุงเทพฯ และ ERW มีรายได้สัดส่วน 50% อิงกับโรงแรมในกรุงเทพฯ ส่วนหุ้นโรงภาพยนตร์และโรงพยาบาลคาดว่าจะได้รับผลกระทบจำกัด
นายสมบัติ เอกวรรณพัฒนา นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) วิเคราะห์ว่า นักท่องเที่ยวต่างประเทศที่ล้มตายและบาดเจ็บมากที่สุดคือชาวจีน จึงคาดว่าสายการบินที่เน้นนักท่องเที่ยวชาวจีนเป็นสัดส่วนมากที่สุด คือ 27% ของความสามารถในการให้บริการทั้งหมด คือ AAV และโรงแรมที่พึ่งพิงในประเทศไทยมากที่สุดเกือบ 100% คือ ERW จึงจะได้รับผลลบปัจจัยพื้นฐานมากที่สุด ส่วน CENTEL และ MINT พึ่งพิงโรงแรมในไทยเป็น 80% และ 40-50% ตามลำดับ
“เหตุการณ์นี้อาจส่งผลกระทบในระยะสั้นเท่านั้น หากการวางระเบิดในเขตกรุงเทพฯ ไม่ลุกลามบานปลาย เพราะอุตสาหกรรมท่องเที่ยวฟื้นตัวดี ดังนั้นนักลงทุนไม่ขายหุ้นในลักษณะตื่นตระหนก ส่วนการลงทุนควรพิจารณาในเชิงปัจจัยพื้นฐานมากกว่า” นายสมบัติ กล่าว
สำหรับหุ้น AOT ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดของวันที่ 18 ส.ค. จำนวน 11,728 ล้านบาทนั้น นายนิตินัย ศิริสมรรถการ ผู้อำนวยการใหญ่ AOT กล่าวว่า ปัจจุบันยังไม่มีการยกเลิกไฟลต์ของชาร์เตอร์ไฟลต์ที่เดินทางเข้าประเทศไทย แต่ทั้งนี้ยังต้องตรวจสอบยอดจำนวนผู้โดยสารที่จะโดยสารมากับเครื่องบินว่าจะมีจำนวนลดลงหรือไม่ โดยยอดตัวเลขของวันที่ 18 ส.ค.จะรายงานออกมาในเช้าวันที่ 19 ส.ค.นี้
“ตอนนี้ต้องรอดูข้อมูลรายงานตัวเลขผู้โดยสารที่โดยสารมากับเครื่องบินก่อน โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีนว่าเป็นอย่างไร จึงจะสามารถประเมินผลกระทบเป้าหมายผู้โดยสารและผลกระทบต่อรายได้ปีนี้ได้” นายนิตินัย กล่าว
นายปราเสริฐ ปราสาททองโอสถ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS) เปิดเผยถึงเหตุการณ์ระเบิดว่า ขณะนี้จะมีผลกระทบไม่มากต่อสัดส่วนคนไข้ต่างชาติที่ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 35-40% ของคนไข้ เนื่องจากมียอดจองล่วงหน้าเข้ามาประมาณ 3-4 เดือน หรือปัจจุบันยาวถึงสิ้นปี
“หากไม่มีเหตุรุนแรงเพิ่มขึ้นอีก มองว่าผลกระทบคงไม่มาก แต่ยังต้องติดตามสถานการณ์ต่อไป” นายปราเสริฐ กล่าว
นายชัยพัฒน์ ไพฑูรย์ รองประธานฝ่ายกลยุทธ์ MINT ยอมรับว่า เหตุระเบิดจะส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจ แต่บริษัทมีแหล่งที่มาของรายได้กระจายไปทั้งในต่างจังหวัดและต่างประเทศทุกภูมิภาคกว่า 22 ประเทศ ขณะที่รายได้จากโรงแรมในกรุงเทพฯ มีสัดส่วนไม่มาก จึงยังน่าจะรับมือกับผลกระทบที่จะเกิดขึ้นได้ และเชื่อมั่นว่าประเทศไทยยังคงเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ และเหตุที่เกิดขึ้นสุดท้ายแล้วสถานการณ์จะกลับมาดีขึ้น
มาร์เก็ตติ้ง กล่าวว่า ขณะนี้ยังคงแนะนำให้หลีกเลี่ยงหุ้นที่จะได้รับผลกระทบจากระเบิดแม้ราคาหุ้นจะร่วงลงแรงแต่ยังมีโอกาสลงได้อีก เพราะความกังวลคงมีอยู่







