posttoday
เปิดช่องเซ็งลี้ทีวีดิจิทัล

เปิดช่องเซ็งลี้ทีวีดิจิทัล

15 สิงหาคม 2558

ผ่านครึ่งแรกของปี 2558 สถานการณ์ธุรกิจทีวีดิจิทัลยังไม่ดีนัก จนเกิดกรณี “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ของช่องไทยทีวี

โดย...ทีมข่าวเศรษฐกิจภาครัฐ โพสต์ทูเดย์

ผ่านครึ่งแรกของปี 2558 สถานการณ์ธุรกิจทีวีดิจิทัลยังไม่ดีนัก จนเกิดกรณี “ไม่มี ไม่หนี ไม่จ่าย” ของช่องไทยทีวี ภายใต้การบริหารงานของ พันธุ์ทิพา ศกุณต์ไชย หรือ ติ๋ม ทีวีพูล ท่ามกลางความเป็นห่วงอนาคตของทีวีดิจิทัลในประเทศจะเหลือรอดสักกี่ราย

สำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) จึงได้จัดประชุมชี้แจงและทำความเข้าใจในเรื่อง “การซื้อขายหุ้น เพิ่มทุน และแบ่งเวลาให้ผู้อื่นดำเนินรายการในการประกอบกิจการโทรทัศน์” ตามประกาศ กสทช. เรื่อง การกําหนด ลักษณะและมาตรการกํากับดูแลการควบรวมกิจการ การถือหุ้นไขว้และการครอบงํากิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

เจตนารมณ์ของประกาศฉบับนี้เพื่อต้องการป้องกันการครอบงำกิจการสื่อ การครอบงำทางความคิด เศรษฐกิจและสังคม แต่อีกด้านหนึ่ง ประกาศฉบับนี้เปิดช่องให้ผู้ประกอบการสามารถเปลี่ยน แปลงโครงสร้างการถือหุ้น การเพิ่มทุน หรือถือหุ้นไขว้ได้โดยไม่ขัดกฎหมาย และไม่จำกัดสัดส่วนการถือหุ้น แต่ต้องส่งให้ กสทช.พิจารณาและเห็นชอบอนุมัติ

ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กรรมการ กสทช. และกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวว่า กฎหมายไม่ได้ห้ามการซื้อ ขาย เปลี่ยน แปลงการถือหุ้นในบริษัทผู้ได้รับในอนุญาตประกอบกิจการทีวีดิจิทัล ที่มีการประมูลมาอย่างถูกต้อง เพียงแต่นักลงทุนรายใหม่ที่จะเข้ามาถือหุ้นในธุรกิจทีวีดิจิทัลนั้น ต้องมีคุณสมบัติไม่ขัดตามที่ กสทช.กำหนด

ขณะเดียวกัน ต้องไม่ขัดเกณฑ์การประมูลครั้งแรก คือ ผู้ประกอบการแต่ละรายจะมีช่องทีวีดิจิทัลได้ไม่เกิน 3 ช่อง และผู้ประกอบการที่ประมูลช่องเอชดี ห้ามถือหุ้นในช่องข่าว รวมทั้งห้ามผู้ที่ได้รับใบอนุญาตช่องข่าวอยู่แล้ว เข้าถือหุ้นเกิน 10% ในช่องข่าวอีกช่องหนึ่ง

หากพิจารณาจากเกณฑ์ดังกล่าวและจำนวนผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลในขณะนี้ 24 ช่อง ดำเนินการโดย 17 บริษัท ยังสามารถควบรวมกิจการกันได้อีก ให้เหลือผู้ประกอบการอย่างน้อย 14 ราย โดยไม่ขัดกับหลักเกณฑ์

“การเปิดให้กลุ่มผู้ลงทุนรายใหม่เข้ามาถือหุ้นในทีวีดิจิทัลได้นั้น เพราะผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้ช่องมาจากการประมูลอย่างถูกต้อง จึงสามารถหาผู้ร่วมทุนรายใหม่เข้ามาตามกลไกการแข่งขันเสรี เจตนารมณ์ของกฎหมายที่ห้ามนำคลื่นไปขายต่อนั้น มาจากระบบเดิมของอุตสาหกรรมโทรทัศน์ ที่ผู้ได้ช่องไม่ได้ประมูล แต่นำช่องไปขายต่อ หรือให้เอกชนเช่าช่วงดำเนินการ” ธวัชชัย กล่าว

สมบัติ ลีลาพตะ รักษาการรองเลขาธิการ กสทช. ภาคกิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ และผู้อำนวยการสำนักงานกฎหมายกระจายเสียงและโทรทัศน์ อธิบายเพิ่มเติมว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลที่ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช. จากการประมูลรวม 17 บริษัท รวม 24 ช่อง ถือเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตจาก กสทช.ตามนิติบุคคลที่แจ้งไว้

ทั้งนี้ เมื่อนิติบุคคลดังกล่าวประกอบกิจการทีวีดิจิทัลไปแล้ว ต้องการเพิ่มทุนเพื่อขยายธุรกิจ สามารถทำได้ ด้วยการเพิ่มทุน หาผู้ลงทุนใหม่มาถือหุ้น หรือเป็นผู้ถือหุ้นรายเดิมเข้ามาถือหุ้นไว้ แต่หากเป็นรายใหม่เข้ามาถือหุ้น สามารถเข้ามาถือแบบไม่จำกัด แต่บริษัทดำเนินธุรกิจทีวีดิจิทัลต้องเป็นนิติบุคคลรายเดิม ถือเป็นผู้ได้รับ ใบอนุญาตจาก กสทช. และต้องแจ้งต่อ กสท.ทุกครั้งเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น ภายหลังเปลี่ยนผู้ถือหุ้นแล้ว 15 วัน

ส่วนกรณีที่ผู้เข้ามาถือหุ้นเป็นผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลอีกช่องหนึ่ง เป็นผู้ได้รับใบอนุญาตด้วยกัน จะต้องแจ้งล่วงหน้าต่อ กสทช.เป็นระยะเวลา 60 วัน เพื่อให้ กสทช.พิจารณาว่าจะเข้าข่ายหลักเกณฑ์ครอบงำ ควบรวมกิจการ และการถือหุ้นไขว้ของ กสทช.หรือไม่ รวมถึงต้องปรับสัดส่วนการถือหุ้นให้ได้ตามเกณฑ์ หากถือเกิน เช่น เข้าไปถือช่องข่าวและช่องเด็กในสัดส่วนเกิน 10% ต้องปรับลดลงมาให้ไม่เกิน 10% เป็นต้น

ขณะที่ สุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และกรรมการ กสท. กล่าวว่า ผู้ประกอบทีวีดิจิทัลช่องใหม่สามารถมีกลุ่มนักลงทุนรายใหม่เข้ามาถือหุ้นได้ ซึ่งหากมีการเปลี่ยนสัดส่วนผู้ถือหุ้นต้องแจ้งมาที่ กสท.ทุกครั้ง โดยหลักเกณฑ์การเปิดให้ผู้อื่นมาเช่าเวลาในแต่ละช่องนั้น กำหนดให้เช่าเวลาสูงสุดได้ไม่เกิน 40% ของเวลาทั้งหมด

การประชุมชี้แจงครั้งนี้ ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลต่างสนใจสอบถามถึงความชัดเจนในการปรับโครงสร้างผู้ถือหุ้นว่าสามารถขยายสัดส่วนได้สูงสุดเท่าใด พร้อมสนใจสอบถามว่าสามารถมีผู้ถือหุ้นใหม่เข้ามาถือได้ 100% หรือไม่ รวมถึงกรณีของไทยทีวี หากจะเปิดให้ผู้อื่นมาเช่าเวลา จะสามารถทำได้มากน้อยเพียงใด

อัถต์ ปาลถวัลย์พงษ์ ทนายความ บริษัท ไทยทีวี กล่าวว่า หลังจากได้รับฟังในครั้งนี้แล้วจะนำแนวทางของ กสทช.ไปแจ้งต่อผู้บริหารไทยทีวี ที่สามารถเปลี่ยนแปลงสัดส่วนผู้ถือหุ้นได้ และขึ้นอยู่กับผู้บริหารบริษัทจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

อย่างไรก็ตาม การออกมาประชุมชี้แจงของ กสทช.ครั้งนี้ ถือเป็นมาตรการผ่อนคลายให้ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลได้มีทางออก และยืดลมหายใจให้กับช่องที่ยังมีปัญหาในการหารายได้จากโฆษณา ซึ่งขณะนี้แม้รายได้โฆษณาดิจิทัลจะดีขึ้น แต่รายได้ยังกระจุกอยู่กับช่องใหญ่เป็นหลัก ไม่แน่จากประกาศฉบับนี้ อาจเห็นผู้ประกอบการรายใหญ่เข้าซื้อหุ้นในช่องเล็กเพิ่มอีกก็เป็นได้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท