
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
โดย...ชัตน์วรี ([email protected])
กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสะสม “และนายจ้างจ่ายเงินเข้าอีกส่วนหนึ่งเรียกว่า “เงินสมทบ” นั่นคือ ลูกจ้างออมเงินเท่าไร นายจ้างช่วยลูกจ้างออมด้วยในจำนวนเท่ากันหรือมากกว่าที่ลูกจ้างจ่ายเสมอ โดยหักจากเงินค่าจ้างเข้าสะสมเข้ากองทุนทุกเดือนในอัตราไม่ต่ำกว่า 2% แต่ไม่เกิน 15% ของค่าจ้าง โดยขึ้นอยู่กับเงื่อนไขตามอัตราที่กำหนดไว้ในข้อบังคับกองทุนของแต่ละนายจ้าง
การจัดตั้งกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ เพื่อส่งเสริมการออมระยะยาว เป็นประโยชน์ในยามชราภาพของลูกจ้าง รวมทั้งเป็นการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างนายจ้างและลูกจ้าง เพิ่มแรงจูงใจการทำงาน โดยกองทุนสำรองเลี้ยงชีพอยู่ภายใต้กฎหมายที่เรียกว่า “พระราชบัญญัติกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ”
ล่าสุดได้มีการแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฉบบใหม่ โดยเมื่อวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เว็บไซด์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2558 ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้แก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายฉบับดังกล่าว โดยจะมีผลบังคับใช้หลังจากประกาศในราชกิจจานุเบกษา 90 วัน
เรื่องน่ารู้ “กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ” ฉบับใหม่
1.ลูกจ้างสามารถจ่ายเงินสะสมในอัตราที่สูงกว่านายจ้างจ่ายเงินสมทบได้
2.ในกรณีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ สาธารณภัย ให้ รมว.คลัง มีอำนาจออกประกาศให้นายจ้างและลูกจ้างให้หยุดหรือเลื่อนหรือการส่งเงินสะสมหรือเงินสมทบเข้ากองทุนได้
3.กรณีลูกจ้างที่ไม่ได้แสดงเจตนาเลือกนโยบายการลงทุน ให้ลงทุนตามนโยบายเดิมที่ลูกจ้างเคยลงทุนไว้ หากไม่มีนโยบายเดิม ให้ลงทุนตามนโยบายที่กำหนดไว้ในข้อบังคับของกองทุน หากข้อบังคับของกองทุนไม่ได้กำหนดไว้ ให้ลงทุนตามนโยบายที่มีความเสี่ยงน้อยที่สุด
4.การจ่ายเงินจากกองทุนแก่ลูกจ้างที่สิ้นสมาชิกภาพเพราะออกจากงานให้สามารถขอรับเงินจากกองทุนเป็นงวดได้
5.สามารถโอนเงินไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ หรือกองทุนอื่นที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อเป็นหลักประกันในกรณีการออกจากงานหรือการชราภาพได้







