
ท็อปแวลูดอทคอม อีมาร์เก็ตเพลสสายพันธุ์ไทย
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัวในขณะนี้ แต่กลับพบว่ากำลังซื้อดิจิทัลในช่องทางค้าออนไลน์
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะชะลอตัวในขณะนี้ แต่กลับพบว่ากำลังซื้อดิจิทัลในช่องทางค้าออนไลน์ยังมีแนวโน้มเติบโตจากพลังการจับจ่ายของคนรุ่นใหม่ที่คุ้นเคยเทคโนโลยีที่หันมาหาซื้อสินค้าในช่องทางนี้เพิ่มขึ้น คาดว่าใน 4-5 เดือนสุดท้ายของปีนี้ ตลาดค้าปลีกออนไลน์ในไทยจะยังมีการขยายตัวเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 33% หรือมูลค่ารวมกว่า 1.6 หมื่นล้านบาททีเดียว
จากแนวโน้มดังกล่าว บวกกับการสนับสนุนของภาครัฐภายใต้นโยบายเศรษฐกิจดิจิทัล (ดิจิทัลอีโคโนมี) ที่ผลักดันให้ผู้ประกอบการธุรกิจเกือบทุกขนาดต่างตื่นตัวในเรื่องนี้ พร้อมกับมีธุรกิจใหม่ที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นตามมา เช่นเดียวกับเว็บไซต์ตลาดกลางออนไลน์ (อีมาร์เก็ตเพลส) ท็อปแวลูดอทคอม (www.topvalue.com) ที่มองเห็นโอกาสจากการเป็นคนกลาง เพื่อเปิดพื้นที่ค้าออนไลน์ให้กับเจ้าของสินค้า โดยเฉพาะธุรกิจรายย่อยต่างๆ ได้เข้าถึงผู้บริโภคดิจิทัล
ธนากร แซ่ลิ้ม กรรมการผู้จัดการ บริษัท ท็อปแวลู คอร์ปอเรท กล่าวถึงธุรกิจดังกล่าวที่แม้ว่าจะไม่ใช่สิ่งใหม่ในไทย ด้วยเว็บไซต์ประเภทนี้ในปัจจุบันก็มีให้บริการอยู่แล้ว แต่คนไทยอาจจะยังไม่คุ้นเคยเท่าใดนัก ซึ่งการเข้ามาของท็อปแวลูในครั้งนี้ มองว่าเป็นเรื่องของจังหวะหลายๆ อย่างที่ลงตัว ทั้งเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ต ไลฟ์สไตล์ หรือพฤติกรรมผู้บริโภค ที่เข้าถึงสื่อออนไลน์มากขึ้น รวมถึงการสนับสนุนของภาครัฐอย่างจริงจังที่ต่างจากอดีต
สำหรับจุดเริ่มต้นธุรกิจดังกล่าว ธนากร เล่าว่า ส่วนหนึ่งมาจากการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเพื่อนชาวต่างชาติที่คุ้นเคยกับการซื้อขายสินค้าในตลางกลางออนไลน์เป็นอย่างดีอย่าง อะเมซอนดอทคอม หรืออาลีบาบาดอทคอท เป็นต้น และเห็นว่าในเมืองไทยยังไม่มีเว็บไซต์สวยๆ ใช้งานแบบไม่ซับซ้อนทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย จึงเกิดไอเดียทำเว็บไซต์ให้บริการธุรกิจที่ตั้งอยู่บนแนวคิดง่ายๆ คือขายสินค้าที่มีความคุ้มค่าคุ้มราคาสูงสุด และเป็นที่มาของชื่อเว็บไซต์ท็อปแวลู
“หลักคิดของท็อปแวลู เกิดขึ้นเพื่อเข้าไปแก้ปัญหาให้กับเจ้าของสินค้าโดยเฉพาะรายย่อย เอสเอ็มอี ให้มีโอกาสในการขายสินค้า ที่ไม่จำเป็นต้องนำสินค้าไปวางจำหน่ายในห้างค้าปลีกแบบเดิมๆ ทั่วไป ที่จะต้องเสียค่าธรรมเนียมแรกเข้า หรือจ่ายค่าพื้นที่ล่วงหน้าในการขยายสาขา ซึ่งหากตัดค่าใช้จ่ายในจุดนี้ทิ้งไป ก็จะทำให้เจ้าของสินค้าสามารถขายได้ถูกว่าช่องทางปกติทั่วไปได้ 40-50%จากการที่ผู้ซื้อและผู้ขายเจอกันโดยตรง” ธนากร ขยายแนวคิดธุรกิจ
นอกจากนี้ เว็บไซต์ดังกล่าวยังมีจุดเด่นให้ลูกค้าที่เข้ามาซื้อสินค้าผ่านเว็บไซต์ดังกล่าว สามารถติชมหรือรีวิวสินค้าต่างๆ ที่ซื้อผ่านเว็บไซต์ท็อปแวลู เพื่อเป็นการการันตีความพึงพอใจของสินค้าต่างๆ โดยผู้ซื้อผู้ขายสามารถสอบถามข้อมูลได้โดยตรงผ่านทั้งการสนทนาข้อความ (แชต) และโทรศัพท์ รวมถึงเปิดจุดรับสินค้าให้กับลูกค้าที่ซื้อสินค้าผ่านเว็บได้ที่สถานีรถไฟฟ้าสยามสแควร์ เป็นสาขาแรกด้วย
พร้อมกันนี้ บริษัทยังได้พัฒนาระบบการชำระเงินออนไลน์ (เพย์เมนต์เกตเวย์) เพื่อเข้ามารองรับการทำธุรกรรมออนไลน์ขึ้นเอง โดยอยู่ภายใต้มาตรฐานสากลความปลอดภัยในการชำระสินค้า โดยร่วมเป็นพันธมิตรกับสถาบันการเงินหรือธนาคารพาณิชย์ของไทย โดยบริษัทจะมีรายได้จากการทำธุรกรรม (ทรานแซกชั่น) ที่เกิดขึ้นจริงในแต่ละครั้งที่เรียกเก็บจากเจ้าของสินค้าบริการ เฉลี่ยอยู่ที่ 0.5-2% ต่อการทำธุรกรรม
สำหรับการพัฒนาระบบเพย์เมนต์เกตเวย์ขึ้นมาเองนั้น ส่วนหนึ่งยังเพื่อเป็นการควบคุมต้นทุนการบริหารธุรกิจบริษัท โดยไม่ต้องไปลงทุนใช้ระบบดังกล่าวจากผู้ให้บริการภายนอกที่คิดอัตราค่าบริการค่อนข้างสูงพอสมควร ซึ่งการพัฒนาระบบดังกล่าวเองนั้น ยังสามารถต่อยอดกิจการใหม่ๆ ได้ในอนาคต เช่น ในรูปแบบกองทุนร่วมทุน (เวนเจอร์แคปปิตอล) จากเม็ดเงินการซื้อขายสินค้าผ่านเว็บไซต์ที่จะเข้ามาพักไว้ตรงกลางเป็นจำนวนมาก ซึ่งเป็นหลักทั่วไปของธุรกิจออนไลน์ในปัจจุบัน
ธนากร เสริมว่า บริษัทยังอยู่ระหว่างพัฒนาแอพพลิเคชั่นท็อปแวลู เพื่อให้สามารถรองรับการใช้บริการบนสมาร์ทโฟนและแท็บเล็ต ทั้งระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์และไอโอเอส คาดเปิดตัวในเดือน พ.ย.นี้ พร้อมวางเป้าหมายมีส่วนแบ่งตลาดราว 1-2% จากมูลค่าตลาดออนไลน์ 1.6 หมื่นล้านบาท ได้ภายในปีแรก







