posttoday
AOTไม่หวั่นหยวนลด

AOTไม่หวั่นหยวนลด

13 สิงหาคม 2558

AOT ยันลดค่าหยวนไม่ฉุดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย รวมเข้าไทย 8 เดือนแรกปีนี้โต 13-14%

AOT ยันลดค่าหยวนไม่ฉุดนักท่องเที่ยวจีนเข้าไทย รวมเข้าไทย 8 เดือนแรกปีนี้โต 13-14%

นายนิตินัย ศิริสมรรถการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย (AOT) เปิดเผยว่า ราคาหุ้นของ AOT ที่ปรับตัวลดลงค่อนข้างแรงในวันที่ 11 ส.ค.ที่ผ่านมา เพราะความกังวลจากการที่จีนประกาศลดค่าเงินหยวนลง 2% อย่างไรก็ดี เชื่อว่าประเด็นค่าเงินหยวนดังกล่าวจะกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวชาวจีนที่มาไทยน้อยไม่มีนัยสำคัญนับตั้งแต่ต้นปี

ทั้งนี้ เพราะค่าเงินบาทอ่อนค่ามากกว่าค่าเงินหยวน โดยนับตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเงินบาทอ่อนค่า 10% มากกว่าค่าเงินหยวนที่อ่อนลงเพียง 2% ประกอบกับก่อนหน้านี้ตลาดหุ้นจีนปรับตัวลดลงแรงถึง 20-30% แต่ล่าสุดในช่วง 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมาพบว่าตัวเลขจำนวนท่องเที่ยวชาวจีนที่เดินทางมาไทยกลับเติบโตขึ้นราว 10% เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ยประมาณ 1.6 แสนคน/วัน จากช่วงปกติก่อนหน้านี้ที่ประมาณ 1.3 แสนคน/วัน

 สาเหตุเบื้องต้นประเมินว่าน่าจะมาจากการที่นักท่องเที่ยวจีนที่เคยท่องเที่ยวเดินทางไปประเทศไกลๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายที่ค่อนข้างสูงได้ปรับพฤติกรรมการท่องเที่ยวมาเป็นเที่ยวประเทศที่ใกล้ขึ้น และมีค่าใช้จ่ายที่ลดลงรวมถึงไทยด้วย ขณะที่สาเหตุที่แท้จริงยังอยู่ระหว่างการวิเคราะห์ข้อมูล

ขณะที่ยอดรวมของตัวเลขนักท่องเที่ยวทั้งหมดที่เดินทางมาไทยผ่านท่ากาศยานของบริษัทในช่วง 8 เดือนของปี 2558 ยังเติบโตประมาณ 13-14% ดังนั้น จึงมั่นใจว่ายอดรวมจำนวนผู้โดยสารรวมในปีนี้จะทำได้ไม่ต่ำกว่า 50 ล้านคน ตามเป้าหมายที่วางไว้

“ค่าเงินหยวนที่อ่อนค่าล่าสุด 2% ไม่มีอะไรที่ต้องหนักใจว่าจะทำให้คนจีนจะไม่มาไทย เพราะค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมามากกว่าล่วงหน้าแล้ว อีกทั้งตัวเลขล่าสุดยังเติบโต ขณะที่ปีนี้เป้าหมายจำนวนผู้โดยสารโดยรวมมั่นใจว่าอย่างน้อยต้องทำได้ตามเป้าหมายปีนี้ที่วางไว้” นายนิตินัย กล่าว

ราคาหุ้น AOT เมื่อวันที่ 11 ส.ค. 2558 ปรับตัวลดลงแรงปิด การซื้อขายที่ราคาที่ 273 บาท ลดลง 3.87 บาท หรือ 112% มีมูลค่าการซื้อขายถึง 2,130.88 ล้านบาท

ด้าน บริษัท การบินกรุงเทพ (BA) ประกาศไตรมาส 2 ปี 2558 มีรายได้ 5,563.4 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12.9% เทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไรสุทธิเท่ากับ 91 ล้านบาท พลิกจากขาดทุนสุุทธิจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ 326 ล้านบาทซึ่งเป็นผลมาจากราคาบัตรโดยเฉลี่ย และจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นเป็นหลัก ในขณะที่ปริมาณการขนส่งผู้โดยสารเพิ่มขึ้น 4.3% และมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 59.9%

ส่งผลให้งวด 6 เดือนแรก บริษัทมีกำไรสุทธิ 1,161 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 517.5% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนบริษัทมีอัตราการเติบโตของผู้โดยสาร 5.6% ซึ่งตลาดหลักอย่างภูมิภาคเอเชียโดยเฉพาะเอเชียตะวันออกเป็นตลาดที่มีอัตราการเติบโตสูงที่สุด

สำหรับตลาดยุโรปแม้ว่าจำนวนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติจากยุโรปที่ไม่รวมรัสเซียเดินทางเข้าประเทศไทยจะชะลอตัว แต่ยังสามารถรักษาอัตราการเติบโตของจำนวนผู้โดยสารกลุ่มนี้ได้ โดยมีประเทศที่เป็นกลุ่มผู้โดยสารหลักของบริษัท 3 อันดับแรก และยังมีอัตราเติบโต ได้แก่ เยอรมนี สหราชอาราจักร และฝรั่งเศส  

บริษัทได้เพิ่มความถี่การบินในเส้นทางบินสมุย-สิงคโปร์ เป็นสัปดาห์ละ 10 เที่ยวบิน และเส้นทางบินสมุย-กัวลาลัมเปอร์เป็นสัปดาห์ละ 11 เที่ยวบิน ตั้งแต่วันที่ 29 มี.ค. 2558 ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัท ซึ่งต้องการสร้างสนามบินสมุยเป็นจุดนำส่งผู้โดยสารแห่งที่ 2 รองจากสนามบินสุวรรณภูมิ และสร้างเครือข่ายการบินเพื่อรองรับผู้โดยสารจากสายการบินพันธมิตร ซึ่งนำส่งผู้โดยสารจากแถบทวีปออสเตรเลียและแปซิฟิกตะวันตกเฉียงใต้

อีกทั้งในไตรมาส 2 ปีนี้บริษัทยังได้เข้าร่วมทำสัญญาเข้าทำความตกลงเที่ยวบินร่วมกับสายการบินเจ็ตแอร์เวย์ส การร่วมมือดังกล่าว ทำให้บริษัทมีความถี่เส้นทางบินในเส้นทางกรุงเทพฯ-มุมไบ (ประเทศอินเดีย) จากเดิมวันละ 1 เที่ยวบิน เป็นวันละ 4 เที่ยวบิน ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้โดยสารและเพิ่มศักยภาพเส้นทางการบินของทั้งบริษัทและเจ็ตแอร์เวย์ส

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69