posttoday
FAIL ศาสตร์ ศาสตร์แห่งความล้มเหลว

FAIL ศาสตร์ ศาสตร์แห่งความล้มเหลว

13 สิงหาคม 2558

โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านผลิตภัณฑ์ลูกค้าธุรกิจ ลูกค้ารายย่อย และลูกค้าบุคคล บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

โดย...สยาม ประสิทธิศิริกุล ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านผลิตภัณฑ์ลูกค้าธุรกิจ ลูกค้ารายย่อย และลูกค้าบุคคล บมจ. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา

คำว่า “FAIL หรือความล้มเหลว” หลายท่านคงรู้สึกไม่อยากให้เกิดขึ้นกับตนเองกันทั้งนั้น แต่การทำธุรกิจนั้นไม่มีใครที่ไม่เคยล้มเหลวหรอกครับ เคยได้ยินประโยคที่ว่า ยิ่งล้มเร็ว เราก็ยิ่งก้าวไปข้างหน้าได้เร็วหรือเปล่าครับ และยิ่งในสถานการณ์เศรษฐกิจที่ตึงเครียดในปัจจุบัน นับว่าเป็นสิ่งที่ท้าทายความสามารถของผู้ประกอบการแต่ละท่านให้ประคองธุรกิจไม่ให้ FAIL

อย่างไรก็ตาม เราสามารถเรียนรู้จากความล้มเหลวของผู้อื่น โดยที่เราไม่จำเป็นต้องล้มเองก็ได้นะครับ บทความฉบับนี้ผมจึงนำหัวข้อเรื่องการ FAIL มานำเสนอเพื่อเป็นแนวทางให้ท่านเรียนรู้และป้องกันไม่ให้เกิดการ FAIL กันครับ

เจ้าของแบรนด์ดังระดับโลกอย่าง KFC หรือที่พวกเรารู้จักกันดีอย่างผู้พันแซนเดอร์ส ประวัติชีวิตของเค้านั้นถือได้ว่า FAIL มาตลอด ทั้งชีวิตส่วนตัวและชีวิตทำงานจนเกือบจะฆ่าตัวตายในช่วงเกษียณเสียด้วยซ้ำ แต่โชคดีที่เค้ายังฮึดสู้ เอาสิ่งที่เค้าคิดว่าดีที่สุดของตัวเอง คือ การปรุงอาหารมาพัฒนาคิดค้นไก่ทอดสูตรพิเศษ ซึ่งช่วงแรกออกไปขายตามร้านแต่ก็โดนปฏิเสธกว่า 1,000 ครั้ง แต่ก็พยายามไปเสนอขายตามบ้านแทน จนกลายเป็นของขึ้นชื่อของเมืองเคนทักกีในที่สุด

แม้กระทั่งนาย Walt Elias Disney ที่เรารู้จักกันว่าเป็นพ่อมดแห่งโลกจินตนาการ Walt Disney นั้นก็ FAIL หลายต่อหลายครั้ง เคยโดนไล่ออกจากงานด้วยเหตุผลที่ว่าขาดจินตนาการและความคิดดีๆ ในการสร้างสรรค์งาน ไปเปิดบริษัทเองก็ล้มไม่เป็นท่า แต่ก็ยังเปิดบริษัทใหม่มานำเสนอผลงานการ์ตูนอีก จนผลงานไปเข้าตาทางยูนิเวอร์แซล พิกเจอร์ จนสุดท้ายเค้าก็ได้เรียนรู้และปรับกลยุทธ์แทนที่จะขายการ์ตูนเป็นเรื่องๆ ให้บริษัทใหญ่ แต่กลับออกแบบตัวการ์ตูนให้มาเป็นตัวแทนของบริษัทอย่างมิกกี้เมาส์ ออกมาจนโด่งดังถึงทุกวันนี้ ทำให้เราจำได้ว่าบริษัทที่ชื่อ Disney Brothers Studio ก็คือเหล่าการ์ตูนมิกกี้เมาส์ นั่นเอง

นอกเหนือจากเรื่องราวการ FAIL ของเจ้าของแบรนด์ดังข้างต้น ผมมีข้อสรุปถึงสาเหตุของการ FAIL หรือล้มเหลว โดยรวบรวมจากการฟังประสบการณ์ของผู้ประกอบการธุรกิจอันหลากหลายมาเป็นข้อๆ ซึ่งผมขอเรียกว่าเป็น FAIL ศาสตร์ หรือการเรียนรู้จากความล้มเหลวของผู้อื่น

ละเลยความต้องการของลูกค้า ไม่ศึกษาความต้องการ พฤติกรรมของกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน ถึงแม้ท่านจะดึงดูดให้ลูกค้ามาลองใช้ผลิตภัณฑ์หรือบริการจนติดใจแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าท่านจะหยุดอยู่ที่เดิม เพราะผู้บริโภคปัจจุบันมีการเปลี่ยนไปตลอดเวลา

สินค้าหรือบริการต่ำกว่ามาตรฐาน หรือลด spec เพื่อประหยัดต้นทุน ทำให้ลูกค้าผิดหวัง ส่งผลให้เค้าบอกต่อ ทำลายชื่อเสียงและภาพลักษณ์สินค้า/บริการของเรา และยิ่งในปัจจุบันมีสื่อ online ที่ลูกค้าสามารถกระจายเรื่องร้ายๆ ที่ตนไม่พอใจออกสู่สังคมอย่างรวดเร็ว

ไม่ยึดติดกับธุรกิจหลัก (Core Business) ของตน ธุรกิจที่เติบโตมาระยะหนึ่งจนมีการขยายตัวเพิ่มไลน์สินค้าและบริการให้หลากหลายมากขึ้น จนทำให้ผู้ประกอบการบางท่านเริ่มเขว ไปเน้นสินค้าที่นับเป็นรายได้เสริมแต่ดันมียอดขายที่ดี จนลืมพัฒนาธุรกิจหลักของตนให้เติบโตอย่างแข็งแรง

พนักงานไม่มีคุณภาพ ควรมีการอบรมให้ความรู้ ไม่หวงวิชา ยิ่งพนักงานของเราเก่ง เราก็ยิ่งสบายนะครับ

ปัญหาเงินสดหมุนเวียน ผู้ประกอบการหลายท่านมักประมาทในการบริหารเงินสด คิดว่ามียอดสั่งซื้อเข้าออกเยอะๆ ก็เพียงพอและลืมเรื่องระยะเวลาเครดิตการรับเงิน ทำให้ต้องจ่ายเงินสดออกไปก่อนจนหมุนเงินไม่ทัน

วางแผนระยะยาวแต่ลืมแผนระยะสั้น ท่านต้องหมั่นทบทวนแผนธุรกิจระยะสั้นประกอบกับเป้าหมายใหญ่ที่ตั้งไว้อยู่เสมอ เพื่อที่จะได้สามารถปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ทัน เหมาะกับสภาพแวดล้อมการแข่งขัน ณ ขณะนั้น

ไม่มีระบบควบคุมและตรวจสอบ ผู้ประกอบการขาบู๊ที่ชอบรุกไปข้างหน้า มักจะไม่ทันคิดถึงการดำเนินธุรกิจให้เติบโตอย่างยั่งยืน ดูแต่ผลรวมว่าถึงเป้าหมายหรือไม่ แต่กลับขาดระบบตรวจสอบหรือควบคุมประสิทธิภาพของแต่ละหน่วยงานว่าทำเต็มที่หรือยัง ทำให้เกิดจุดผิดพลาดที่มองไม่เห็นที่อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจได้

จากเนื้อหาที่เล่ามาทั้งหมดนั้นจะเห็นได้ว่าการ FAIL เป็นเรื่องธรรมดาของการทำธุรกิจ เพียงแต่เราจะต้องเรียนรู้ เข้าใจถึงสาเหตุ และปรับกลยุทธ์ เพื่อที่จะได้ก้าวไปสู่หนทางข้างหน้าอันสดใสที่รอเราอยู่ครับ

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค