posttoday
ทำใจและใส่ใจ

ทำใจและใส่ใจ

11 สิงหาคม 2558

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

โดย...วราพงษ์ ป่านแก้ว

ผ่านมา 7 เดือนเศษ อุตสาหกรรมยานยนต์ยังคงตกอยู่ในสภาพชะลอตัว ซึ่งเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกรายคงจะทำใจยอมรับสภาพกับตลาดที่ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นตัวได้โดยง่าย แม้อุณหภูมิการการแข่งขันจะยังอยู่ในระดับร้อนฉ่าทั้งๆ ที่อยู่ในฤดูฝนก็ตามที แต่นั่นก็คือการเล่นไปตามเกมที่ยังไงก็ต้องสู้จนยกสุดท้าย

ภาวะตลาดที่ชะลอตัวลงจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ไม่เพียงแค่จะทำให้ยอดขายของค่ายรถไม่เป็นไปตามที่คาดหมายไว้ แต่ยังทำให้การจัดเก็บภาษีของรัฐก็พลาดเป้าไปด้วย ตัวเลขล่าสุดของทางการ คือ การจัดเก็บภาษีสรรพสามิตในรอบ 10 เดือนของปีงบประมาณ 2558 ภาษีรถยนต์เก็บได้ต่ำกว่าถึง 2.08 หมื่นล้านบาท

สะท้อนให้เห็นภาพว่าอุตสาหกรรมใหญ่เมื่อใดที่ตกต่ำ รัฐย่อมหนีไม่พ้นที่จะได้รับผลกระทบไปด้วย และนั่นอาจเป็นที่มาของการเปิดทางรับหลักการปลดล็อกเงื่อนไขการถือครองรถคันแรกให้เหลือแค่ 3 ปี จากเดิม 5 ปี โดยคาดหวังว่าจะรีดีมานด์ให้เกิดขึ้นได้บ้าง แต่ถ้าดูตัวเลขของคนใช้รถคันแรกที่มายื่นขอปลดล็อกตัวเองออกจากเงื่อนไขถือครอง 5 ปี โดยการนำเงินที่เคยได้รับจากการลดหย่อนภาษีมาคืนแล้ว ตัวเลขก็แค่กว่า 4,000 คน จากรถคันแรกกว่า 1 ล้านคัน มันน้อยนิด

ถ้าเปิดไฟเขียวให้เหลือ 3 ปี โดยไม่ต้องเอาเงินมาคืน ก็อาจจะมีคนต้องการปลดล็อกมากกว่า 4,000 คนเป็นแน่ แต่ไม่มีใครรู้ว่าเท่าไหร่ และที่คิดจะเปลี่ยนรถใหม่มีมากน้อยแค่ไหน แต่ถึงอย่างไรเรื่องจะขอปลดเงื่อนไขคงเป็นไปได้ยาก ถ้าจะมองในแง่ความแฟร์จากภาษีที่รัฐต้องเสียแล้ว รัฐจะตอบสังคมอย่างไร จึงต้องให้ทำใจกันไว้แต่เนิ่นๆ เอาเวลาในช่วงนี้หันไปยกระดับการให้บริการลูกค้า สร้างคุณภาพ สร้างมาตรฐานดีๆ ให้อุตสาหกรรมเติบโตได้อย่างมั่นคงและยั่งยืนจะดีกว่าเป็นไหนๆ

ข่าวล่าสุด

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ

IMF-เฟด ชมไทย วินัยการคลังเหมาะสม ยก "นกกระซิบ-Bangkok Blueprint" ต้นแบบ