posttoday
สปช.เสนอธปท.คุมแบงก์รัฐกันนักการเมืองทึ้ง

สปช.เสนอธปท.คุมแบงก์รัฐกันนักการเมืองทึ้ง

05 สิงหาคม 2558

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

คณะกรรมการธิการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง ของสภาปฏิรูปแห่งชาติ ที่มีนายสมชัย ฤชุพันธุ์ เป็นประธานได้เสนอแนวทางการปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจ โดยระบุว่าในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินเฉพาะกิจเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว มีขนาดสินทรัพย์ทั้ง 8 แห่ง คิดเป็น 1 ใน 3 ของธนาคารพาณิชย์ 15 แห่ง

ธนาคารออมสินเป็นสถาบันที่มีสินทรัพย์มากที่สุดคือ 2.3 ล้านล้านบาท ซึ่งอยู่ในระดับเดียวกับธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ 4 แห่ง แต่สถาบันการเงินเฉพาะกิจได้รับสิทธิประโยชน์ เช่น การยกเว้นภาษี เงินฝากของประชาชนได้รับการคุ้มครองอย่างเต็มที่ ไม่ต้องใช้ระบบบัญชี และการตรวจสอบตามมาตรฐานสากล ซึ่งจากผลการศึกษาของธนาคารโลกพบว่าสิทธิประโยชน์เหล่านี้คิดเป็น 16-20 ของค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน

ด้วยสาเหตุนี้จึงจำเป็นที่ต้องปฏิรูปเพื่อให้สถาบันการเงินเฉพาะกิจกลับมาให้บริการตามพันธกิจของตน เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับระบบการเงินของประเทศ และเพื่อให้มีการบริหารงานที่มีธรรมาภิบาล โปร่งใส ปราศจากการแทรกแซงทางการเมือง และอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ภายใต้กฎเกณฑ์ต่างๆ เท่ากับธนาคารพาณิชย์

นอกจากนี้ ยังพบว่าในช่วง10 ปีที่ผ่านมา สถาบันการเงินเฉพาะกิจให้บริการธุรกรรมทางการเงินที่ซ้ำซ้อนและมีการแข่งขันกับธนาคารพาณิชย์มากขึ้นเรื่อยๆ โดยที่ละเลยพันธกิจของตัวเอง เช่น ธนาคารออมสิน มีพันธกิจในการให้สินเชื่อรากหญ้า แต่กลับทำงานเสมือนธนาคารพาณิชย์ มีการแข่งขันทั้งด้านเงินฝาก และมีบริการสินเชื่อที่ซ้ำซ้อนกับธนาคารพาณิชย์ค่อนข้างมาก ส่วนสินเชื่อฐานรากมีให้บริการคิดเป็นสัดส่วน 2.5% ของสินเชื่อรวมเท่านั้น ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ควรเน้นการให้สินเชื่อบ้านผู้มีรายได้น้อย ซึ่งในปัจจุบันพบว่ามีวงเงินสินเชื่อที่ต่ำกว่า 1 ล้านบาท เพียง 52.4% ของยอดสินเชื่อรวม ส่วนธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) มีการปล่อยสินเชื่อให้กลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีเพียง 2.5% ของธนาคารพาณิชย์

และเมื่อรวมธนาคารออมสิน ธ.ก.ส. และธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) พบว่ายอดสินเชื่อของเอสเอ็มอี มียอดรวมกันเพียง 12% ของธนาคารพาณิชย์เท่านั้น ดังนั้นสถาบันการเงินเฉพาะกิจควรปรับบทบาทเพื่อบรรลุวัตถุประสงค์ของการจัดตั้งให้ได้

ทั้งนี้ ได้เสนอแนวทางการปฏิรูปสถาบันการเงินเฉพาะกิจทุกแห่ง โดยกำหนดพันธกิจของแต่ละแห่งให้ชัดเจน เปลี่ยนโครงสร้างและอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารให้มีผู้แทนกระทรวงการคลังเป็นกรรมการโดยตำแหน่ง ส่วนกรรมการอื่นๆ ต้องเป็นมืออาชีพ มีคุณสมบัติตามมาตรฐานวิชาชีพ มีบทลงโทษกรณีฝ่าฝืนกฎหมายหรือทุจริต

รวมทั้งเสนอให้ ธปท. เป็นหน่วยงานกำกับ ตรวจสอบคุณสมบัติของบุคคลที่ถูกแต่งตั้งเป็นกรรมการและผู้บริหาร เป็นผู้อนุมัติการแต่งตั้ง กำหนดเกณฑ์การบริหารความเสี่ยงการป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน มีระบบตรวจสอบภายใน กำหนดมาตรฐานบัญชี รวมถึงอำนาจในการถอดถอน สั่งให้แก้ไขข้อบกพร่องและระงับการดำเนินกิจการได้เป็นต้น

ขณะที่กระทรวงการคลัง จะทำหน้าที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่หรือเจ้าของเท่านั้น และกรณีที่ต้องการให้ทำนโยบายสาธารณะ หรือนโยบายกึ่งการคลัง ซึ่งอาจทำให้ขาดทุน ให้กระทรวงการคลังจัดสรรงบประมาณชดเชยโดยแยกเป็นบัญชีสาธารณะ หรือพีเอสเอ เพื่อให้การประเมินผลงานและจ่ายเงินชดเชยพนักงานมีความชัดเจนเป็นธรรม และกรณีไอแบงก์ ต้องเร่งออกกฎหมายทางการเงินตามหลักชารีอะห์ เพื่อขจัดอุปสรรคการดำเนินงานตามหลักศาสนา

ทั้งนี้ ประโยชน์ที่คาดหวังจากการปฏิรูป คือ ประชาชนที่ไม่สามารถเข้าถึงบริหารธนาคารพาณิชย์จะได้รับการบริการที่ดีขึ้น ขจัดปัญหาการแทรกแซงทางการเมือง ลดความสูญเสียทางการเงินและลดภาระทางการคลัง ระบบสถาบันการเงินไทยมีประสิทธิภาพ ให้บริการสนับสนุนภาคธุรกิจ สามารถแข่งขันในประชาคมโลกได้

ข่าวล่าสุด

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน

“นิกร” ผนึก UNEP–กฟผ. ดันบ้านเขียวนครสวรรค์ ลดภาระค่าไฟประชาชน