
ศีลกับการทำงาน
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
โดย...ทัธภร ธนาวริทธิ์
เนื่องจากช่วงนี้เป็นช่วงเข้าพรรษาของทางศาสนาพุทธ ผู้เขียนจึงขอกล่าวถึงหลักศีล 5 ที่เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตของพุทธศาสนิกชนสักหน่อย ถึงแม้ศีล 5 จะเป็นข้อวัตรปฏิบัติของพุทธศาสนิกชน แต่เมื่อพิจารณาศีลแต่ละข้อแล้วจะเห็นได้ว่าแต่ละข้อคือความต้องการพื้นฐานของคนทุกคน ไม่ว่าจะเป็นใคร อยู่ที่ไหน นับถือศาสนาอะไร ก็ไม่ต้องการให้ชีวิตตนถูกเบียดเบียน ไม่ต้องการให้ใครมาฆ่า หรือทำร้ายร่างกาย ไม่ต้องการถูกพรากคนที่รัก ไม่ต้องการเสียทรัพย์ ไม่ต้องการคำโกหกหรือส่อเสียด และไม่อยากถูกเบียดเบียนจากคนขาดสติหรือโดนมอมเมาให้ขาดสติ
ข้อแรก การงดเว้นการฆ่าสัตว์ รวมถึงการทำร้ายผู้อื่นทั้งคำพูดและการกระทำ ในการปกครองลูกน้องนั้นถึงแม้การทำร้ายร่างกายไม่ได้เกิดขึ้นในชีวิตการทำงานปกติ แต่บางคนก็อาจเคยพบเหตุการณ์นี้มาบ้าง หัวหน้าอาจจะไม่ได้ตั้งใจ แต่เป็นเพราะอารมณ์ฉุนเฉียวที่พาไป เช่น การขว้างปาข้าวของระบายอารมณ์ แต่กรณีที่พบได้ทั่วไป คือ การทำร้ายจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งที่หัวหน้างานควรระวัง การทำร้ายจิตใจทำได้เป็นได้หลายแบบทั้งการกระทำ กิริยาท่าทางต่างๆ เช่น การโยนความผิด
หัวหน้าที่ไม่คำนึงถึงศีลข้อนี้ในการปกครอง ส่วนใหญ่จะมีข้ออ้างจากคำพูดที่ว่าอยากให้แยกแยะระหว่างเรื่องงานกับเรื่องส่วนตัวและใช้คำนี้มักเป็นข้ออ้างในการทำร้ายจิตใจลูกน้องในเวลางาน เช่น ที่ทำตัว Tough เพราะอยากให้ได้ดี เชื่อเถอะว่าผู้ที่ถูกกระทำไม่มีใครสามารถแยกแยะได้ถึงแม้ปากจะบอกว่าโอเค แต่ความรู้สึกที่โดนตะปูตอกลงไปยังไงก็ทำให้เกิดรูขึ้นแล้ว และสำหรับหัวหน้าเองไม่ว่าจะเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัวการกระทำเช่นนั้นคือการที่ศีลข้อนี้ด่างพร้อยไปแล้วเช่นกัน
ข้อสอง งดเว้นการลักทรัพย์ ในส่วนนี้รวมถึงการขโมยในสิ่งที่เป็นทั้งรูปธรรมและนามธรรม หลายคนคงเคยได้ยินคำว่า “ขโมยเครดิต” คือการรับความดีความชอบจากผลงานทั้งที่ตนเองไม่ได้ทำทั้งต่อหน้าและลับหลัง ในฐานะหัวหน้างานการให้เครดิตกับลูกน้องในทีมเป็นสิ่งที่หัวหน้าพึงกระทำ ถือเป็นแรงจูงใจในเชิงบวก แต่อย่างไรก็ตามหัวหน้าบางคนกลับคิดว่างานที่ทำได้ดีเป็นเพราะตัวเอง ไม่ได้เป็นเพราะทีม หรือการที่ให้เครดิตกับคนที่ไม่ได้ทำงานทั้งๆ ที่รู้แต่ก็หลับหูหลับตาชมกันไป ดังนั้นหัวหน้าพึงต้องระวังไม่ให้มีการลักทรัพย์เช่นนี้เกิดขึ้น
ข้อสาม งดเว้นจากการละเมิดทางกาม การทำงานต้องพบเจอผู้คนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงาน การทำงานใกล้ชิดกัน การติดต่อประสานงานกันอาจนำมาสู่การละเมิดศีลได้ เริ่มจากแค่ความคิด หากจิตใจไม่มั่นคง แม้ว่าเราไม่เข้าหา แต่ก็อาจมีคนพยายามเข้าหาเราก็อาจเลยเถิดได้
การปกครองลูกน้องก็เช่นกัน การละเมิดศีลข้อนี้ไม่ว่าจะเป็นหัวหน้ากับลูกน้อง เลขาฯ เจ้านาย Vendor ลูกค้า ล้วนแล้วแต่มีผลกระทบแง่ลบ ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้แน่ๆ คือ การนินทา ทีนี้แหละจะเสียทั้งเรื่องงาน เรื่องเงิน และครอบครัว ส่วนคนที่ไม่เล่นด้วยยึดมั่นศีล ก็จะทำให้ทุกข์ทั้งจากการปฏิเสธเจ้านายและคำนินทา
นี่เป็นเพียงตัวอย่างใช้ศีล 3 ข้อ เพื่อเป็นหลักในการทำงาน ฉบับต่อไปจะกล่าวถึงศีลข้อ 4 และ ข้อ 5 นำมาประยุกต์เป็นหลักปกครองในที่ทำงาน







