
ไทยตกขบวนต่างชาติ
ขณะที่ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสในการเจรจาทีพีพีกับคู่ค้าอีก 11 ประเทศ รวมถึงเวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน นำมาสู่คำถามถึงความน่าสนใจในการลงทุนในประเทศไทยนับจากนี้
ขณะที่ บารัก โอบามา ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ได้รับความเห็นชอบจากสภาคองเกรสในการเจรจาทีพีพีกับคู่ค้าอีก 11 ประเทศ รวมถึงเวียดนาม สิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน นำมาสู่คำถามถึงความน่าสนใจในการลงทุนในประเทศไทยนับจากนี้
บุญวรา สุมะโน นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า การเดินหน้าทีพีพีถือเป็นข่าวดีของอาเซียน แต่อาจเป็นข่าวร้ายสำหรับไทยที่ตกขบวนทางการค้าการลงทุนมูลค่ามหาศาล เพราะการเจรจาดังกล่าวครอบคลุมประมาณ 40% ของมูลค่าการค้าโลก
นอกจากนี้ การเดินทางเยือนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ เดวิด คาเมรอน นายกรัฐมนตรีอังกฤษ โดยจะเยือน 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย เวียดนาม สิงคโปร์ และมาเลเซีย คาดว่าจะเจรจาข้อตกลงการค้ามูลค่ากว่า 1,200 ล้านเหรียญสหรัฐ
ขณะเดียวกัน รายงาน IMD World Competitiveness Yearbook 2015 ยังจัดอันดับให้ขีดความสามารถการแข่งขันของไทยหลายด้าน ต่ำกว่าเพื่อนบ้านที่ได้รับการจัดอันดับอีก 4 ประเทศ ได้แก่ อินโดนีเซีย มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ และสิงคโปร์ ดัชนีดังกล่าวสะท้อนว่าอินโดนีเซียและฟิลิปปินส์อาจมีขีดความสามารถเหนือไทยในไม่ช้า
เธอแนะนำว่า ไทยต้องแก้ไขหลายเรื่อง ทั้งเรื่องการผลิตนวัตกรรม การปรับปรุงการเรียนการสอนให้สอดคล้องกับความต้องการของภาคธุรกิจ การยกระดับความสามารถภาษาอังกฤษ







