posttoday
เกียรตินาคินกระจายพอร์ต ลดความเสี่ยงเช่าซื้อ

เกียรตินาคินกระจายพอร์ต ลดความเสี่ยงเช่าซื้อ

04 สิงหาคม 2558

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

โดย...ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงษ์

ตั้งแต่ปีที่แล้วเป็นมรสุมของผู้ประกอบการสินเชื่อเช่าซื้อที่ต้องเผชิญภาวะตลาดราคารถมือสองปรับลดลง ขณะที่กำลังซื้อชะลอตัวจากหนี้ครัวเรือน กดดันยอดขายรถยนต์ในประเทศอีกทางหนึ่ง ส่งผลให้เอ็นพีแอลของกลุ่มสินเชื่อเช่าซื้อขยับเพิ่มขึ้นอย่างนัยสำคัญ

ธนาคารเกียรตินาคินในฐานะผู้นำตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ ที่มีสัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อสูงถึง 67% ของสินเชื่อรวม ต้องมีการปรับแผนธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่การควบคุมคุณภาพหนี้ การปรับเพิ่มพอร์ตสินเชื่อบรรษัท เพื่อลดความความเสี่ยงจากการที่สินเชื่อเช่าซื้อกระจุกตัว

ล่าสุด อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานธุรกิจธนาคารพาณิชย์ ธนาคารเกียรตินาคิน เปิดเผยว่า ธนาคารกำลังวางระบบการคัดกรองสินเชื่อ เพื่อขยายฐานกลุ่มลูกค้ารายย่อยให้หลากหลายขึ้น ภายใต้การควบคุมคุณภาพสินเชื่อใหม่อย่างรัดกุม ทั้งสินเชื่อบ้าน สินเชื่อบุคคล และสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอสเอ็มอี) ขนาดเล็ก วงเงินเฉลี่ย 2-3 ล้านบาท โดยคาดว่า ใน 3-5 ปี สัดส่วนสินเชื่อเช่าซื้อน่าจะลดลงต่ำกว่า 50% ได้

ทั้งนี้ สินเชื่อบ้านก่อนหน้านี้ธนาคารได้ส่งลูกค้าให้บรรษัทตลาดรองสินเชื่อที่อยู่อาศัย (บตท.) แต่ปัจจุบันธนาคารเริ่มทำธุรกิจเอง นำร่องผู้ซื้อบ้านของโครงการที่เป็นลูกค้าธนาคาร ซึ่งขณะนี้ธนาคารมีพอร์ตสินเชื่อบ้านแล้วประมาณ 1,000 ล้านบาท ส่วนสินเชื่อบุคคลเน้นขายข้ามผลิตภัณฑ์แก่ลูกค้าเช่าซื้อเป็นหลัก

สำหรับกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดเล็ก แม้จะถูกมองว่าเป็นกลุ่มเสี่ยง แต่ยังเห็นโอกาสเนื่องจากเอสเอ็มอีเป็นส่วนสำคัญของประเทศ อาจจะมีข้อจำกัดเรื่องมาตรฐานข้อมูลการเงินบ้าง ธนาคารจึงต้องหันมาปรับปรุงการอนุมัติแทน โดยขณะนี้เริ่มดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่รุกเต็มรูปแบบ รอให้ระบบคัดกรองสินเชื่อพร้อม จึงจะเริ่มเห็นโปรแกรมสินเชื่อใหม่ๆ เช่น การร่วมกับพันธมิตรอย่างบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.)

อภินันท์ ตั้งเป้าหมายสินเชื่อรวมในปีนี้ทรงตัวเท่ากับปีที่แล้ว หรือ 0% หรือยอดคงค้างอยู่ที่ 1.84 แสนล้านบาท จากครึ่งปีแรกติดลบ 4.8% โดยในครึ่งปีหลังสินเชื่อจะเติบโตจากเอสเอ็มอีและลูกค้าบรรษัทที่ยังมีความต้องการลงทุนอยู่และน่าจะตัดสินใจเมื่อเห็นภาพเศรษฐกิจดีขึ้น ประกอบกับสินเชื่อสำหรับลูกค้าบุคคลรายใหญ่ซึ่งใช้เงินลงทุนของลูกค้าเป็นหลักประกัน (ลอมบาร์ดโลน) ได้รับความสนใจมากหลังจากทดลองตลาด 2 สัปดาห์ มียอดสินเชื่อเข้ามาแล้วราว 1,000 ล้านบาท

“เราไม่ได้มีเป้าหมายที่จะปรับสัดส่วนสินเชื่อในพอร์ตเป็นเท่าไหร่ แต่เน้นดูประเภทลูกค้า โอกาส และผลตอบแทน ในสถานการณ์เศรษฐกิจนั้นๆ โดยพอร์ตที่เหมาะสมอยากได้สินเชื่อบรรษัทอยู่ที่ 4-5 หมื่นล้านบาท สินเชื่อธุรกิจไม่ต้องโตมาก ส่วนสินเชื่อรายย่อยกระจายหลายผลิตภัณฑ์” อภินันท์ กล่าว

ด้านสินเชื่อเช่าซื้อ คาดว่า ทั้งปีจะติดลบ 5% อัตราเดียวกับปัจจุบัน เนื่องจากลูกค้าชำระคืนหนี้จำนวนมากในแต่ละเดือน ทำให้ธนาคารต้องปล่อยสินเชื่อมากขึ้น ซึ่งครึ่งปีหลังมีอานิสงส์จากการขึ้นภาษีสรรพสามิตรถยนต์ตามการปล่อยมลพิษ ที่ทำให้เกิดการเร่งซื้อรถยนต์ในช่วงปลายปี รวมทั้งเศรษฐกิจดีขึ้น ประชาชนมีกำลังซื้อดีขึ้น ขณะที่กลยุทธ์ครึ่งปีหลังมีการจัดเกรดเต็นท์รถ และจัดเกรดดีลเลอร์แต่ละแบรนด์ เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยและการให้วงเงินสินเชื่อที่เหมาะสม

ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) สิ้นปี คาดว่าจะไม่เกิน 6% ของสินเชื่อรวม ลดลงจากครึ่งปีแรกอยู่ที่ 6.9% หลังตัวเลขหนี้กล่าวถึงเป็นพิเศษลดลง เป็นสัญญาณที่บอกแนวโน้มเอ็นพีแอลที่ดีขึ้น ส่วนเอ็นพีแอลจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ได้มีการปรับโครงสร้างหนี้และยืดระยะเวลาชำระไปแล้ว แต่ที่ยังต้องติดตามต่อเนื่องคือลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดเล็กและสินเชื่อบุคคล ที่ยังกระทบต่อเนื่องอีกระยะหนึ่ง แต่กลุ่มนี้มีสัดส่วนน้อยมากไม่ถึง 10% ของสินเชื่อรวม

“ปัญหาคุณภาพสินทรัพย์จากสินเชื่อเช่าซื้อและเอสเอ็มอีเริ่มทรงตัวแล้ว เพราะเข้มงวดมาตั้งแต่ 2 ปีก่อน หลังเห็นสัญญาณแล้วว่าลูกค้ากลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบก่อนกลุ่มอื่น ส่วนเอ็นพีแอลจากอสังหาริมทรัพย์ที่อยู่ระดับสูงไม่น่ากังวล เพราะธนาคารมีหลักประกันสูงถึง 160% ของมูลหนี้ คิดว่าเอ็นพีแอลไตรมาส 2 น่าจะสูงสุดแล้ว” อภินันท์ กล่าว

อภินันท์ กล่าวว่า ธนาคารมีแผนลดจำนวนสาขาลงจาก 81 แห่งเมื่อปีที่แล้ว เหลือ 72-74 แห่งในปีนี้ โดยมีทั้งการปิดสาขาที่ไม่ทำเงิน และเปิดสาขาเพิ่มในพื้นที่ที่มีโอกาส เช่น ห้างสรรพสินค้า โดยสอดคล้องกับกลยุทธ์สาขาที่ต้องการปรับภาพลักษณ์เจาะกลุ่มลูกค้าระดับบน ส่วนลูกค้าเช่าซื้อนั้นส่วนใหญ่มักตัดสินใจที่เต็นท์หรือโชว์รูมมากกว่า คาดว่ากลยุทธ์ปรับสาขาจะทำให้ธนาคารมีลูกค้าเงินฝาก ประกัน และเงินลงทุนเพิ่มขึ้น รองรับการขยายตลาดและการขยายสินเชื่อถึง 3 แสนล้านบาทในอนาคต

อย่างไรก็ดี เกียรตินาคินมั่นใจว่า แม้สินเชื่อจะไม่เติบโต แต่จะสามารถรักษาอัตราการสร้างรายได้และทำกำไรได้ดีต่อเนื่อง สะท้อนจากการรักษาสัดส่วนรายได้ดอกเบี้ย 60% และค่าธรรมเนียม 40% ส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยให้สินเชื่อไตรมาส 2 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 4.2% จาก 4% เมื่อไตรมาสแรก และต้นทุนการเงินลดลงเหลือ 3.1% จาก 3.3% เมื่อไตรมาสก่อน หลังจากสัดส่วนเงินฝากออมทรัพย์และกระแสรายวันปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 48.7% ของเงินฝากรวม

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69