posttoday
กรุงเทพฯสีเขียว

กรุงเทพฯสีเขียว

03 สิงหาคม 2558

ผมมาพักผ่อนช่วงวันหยุดหลายวันที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเติมแบตเตอรี่ชีวิตให้พร้อมกลับไปทำงานหนักที่เมืองไทย ผมขับรถมาพักบนเกาะ Isle of Wight ใต้สุดของอังกฤษ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทุกถนนที่ขับรถผ่าน มีทั้งต้นไม้ ดอกไม้ และสวนสาธารณะที่สวยงามมาก ที่อังกฤษ ไม่ว่าจะไปเมืองไหน แม้แต่ในมหานครลอนดอน ต้องมีสวนสาธารณะทั่วเมือง ต้องมีพื้นที่สีเขียว แม้แต่เสาไฟฟ้ายังแขวนดอกไม้ประดับ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญมาก ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ ก็นั่งอยู่ในสวนดอกไม้ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ริมทะเล บรรยากาศร่มรื่นมาก ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยม

ผมมาพักผ่อนช่วงวันหยุดหลายวันที่ประเทศอังกฤษ เพื่อเติมแบตเตอรี่ชีวิตให้พร้อมกลับไปทำงานหนักที่เมืองไทย ผมขับรถมาพักบนเกาะ Isle of Wight ใต้สุดของอังกฤษ ที่นี่เป็นเมืองเล็กๆ แวดล้อมไปด้วยธรรมชาติ ทุกถนนที่ขับรถผ่าน มีทั้งต้นไม้ ดอกไม้ และสวนสาธารณะที่สวยงามมาก ที่อังกฤษ ไม่ว่าจะไปเมืองไหน แม้แต่ในมหานครลอนดอน ต้องมีสวนสาธารณะทั่วเมือง ต้องมีพื้นที่สีเขียว แม้แต่เสาไฟฟ้ายังแขวนดอกไม้ประดับ เพราะเป็นเรื่องที่ทุกคนให้ความสำคัญมาก ขณะที่ผมกำลังเขียนบทความนี้ ก็นั่งอยู่ในสวนดอกไม้ ใต้ต้นไม้ใหญ่ ริมทะเล บรรยากาศร่มรื่นมาก ทำให้เกิดความคิดสร้างสรรค์อย่างเต็มเปี่ยม

ผิดกับที่กรุงเทพฯ บ้านเรา ผมก็คงเหมือนกับคนส่วนใหญ่ที่วันหยุดไม่รู้จะไปไหน นอกจากไปเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้า ทานข้าว ช็อปปิ้ง ดูหนัง รอจนค่ำแล้วก็ขับรถกลับบ้าน เพราะสวนหรือพื้นที่สีเขียวในกรุงเทพฯ มีน้อยจริงๆ ต้นไม้ใหญ่แทบหาไม่เจอ  มีแต่ป้ายโฆษณายักษ์มากกว่าต้นไม้เสียอีก กรุงเทพฯ จึงเป็นเมืองกระด้าง ใครอยู่ก็ค่อนข้างเครียด

จากการศึกษาพบว่า กรุงเทพฯ มีพื้นที่สีเขียวอยู่เพียง 4 ตารางเมตรต่อประชากรหนึ่งคน น้อยกว่าสิงคโปร์ที่มีพื้นที่สีเขียว 66 ตารางเมตรต่อคน และกรุงกัวลาลัมเปอร์ 44 ตารางเมตรต่อคน ยิ่งประเทศในทวีปยุโรปมีพื้นที่สีเขียวมากกว่ากรุงเทพฯ หลายสิบเท่า เพราะเขาต้องการสร้างสมดุลให้เมืองน่าอยู่และเป็นที่พักผ่อนหย่อนใจของชาวเมือง

สวนสาธารณะในกรุงเทพฯ ยังถือว่าน้อยมาก เมื่อเปรียบเทียบกับประชากรที่มีมากกว่าสิบล้านคน แม้ว่าเรามีสวนลุมพินี สวนรถไฟ สวนหลวง ก็ยังไม่พอ ดังนั้นหาก กทม.มุ่งมั่นที่จะทำกรุงเทพฯ ให้เป็นเมืองสีเขียว เมืองแห่งธรรมชาติก็ทำได้ เพราะปัจจุบันกรุงเทพฯ มีพื้นที่ของรัฐที่ไม่ได้ใช้ประโยชน์จำนวนมาก ทั้งที่เป็นพื้นที่ว่างเปล่า เขตพื้นที่ที่ใช้งานไม่เต็มที่ เช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน พื้นที่เขตรถไฟที่ไม่ใช้ในการเดินรถ และพื้นที่ภายในหน่วยงานราชการ หากทุกคนสนับสนุนให้ปลูกต้นไม้ ปลูกดอกไม้ ทำสวนสวย นอกจากจะสร้างความสวยงามให้กับหน่วยงานราชการนั้นแล้ว ชาวกรุงเทพฯ จะได้ใช้พื้นที่นี้ด้วย

นอกจากนี้ การที่ปัจจุบันกรุงเทพฯ ได้เปลี่ยนเป็นเมืองของตึกสูงไปแล้ว มีคอนโดมิเนียมมากกว่าบ้านเดี่ยวไปหลายปีแล้ว และมีตึกใหม่ขึ้นเต็มไปหมด ซึ่งที่จริงตึกสูงก็สามารถมีพื้นที่สีเขียวได้ เพราะมีเทคโนโลยีการปลูกพืชในเมือง (Urban Agriculture) ที่สามารถเนรมิตพื้นที่โล่งบนดาดฟ้าให้เป็นทั้งสวนเกษตรได้สบายมาก ปลูกผักปลอดสารพิษก็ได้ และยังทำสวนแนวดิ่งได้ด้วย การเพิ่มพื้นที่สีเขียวบนตึกสูงยังจะช่วยส่งเสริมการขายพื้นที่ได้ด้วย เพราะทุกคนก็อยากสัมผัสกับธรรมชาติ อยากเห็นต้นไม้

ขณะที่รัฐน่าจะมีระบบการลดภาษีให้เอกชนที่มีพื้นที่สีเขียวบริเวณอาคาร ยิ่งมีพื้นที่สีเขียวมากเท่าไหร่ ก็สามารถนำมาเป็นส่วนลดภาษีได้เท่านั้น จะเป็นการเร่งส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนเร่งปลูกต้นไม้ เพิ่มพื้นที่สีเขียว สร้างความร่มเย็นให้กับกรุงเทพฯ

ผมฝันว่าวันหนึ่งข้างหน้าในอนาคต กรุงเทพฯ ของเราก็คงจะสวยงามน่าอยู่ ร่มรื่นไม่แพ้มหานครใดๆ ในโลกนี้

ข่าวล่าสุด

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69

LIVE ถ่ายทอดสด มวยวัน ลุมพินี 175 ONE Championship วันนี้ 16 ต.ค.69