
เกษียณไม่ได้
โดย...สมหทัย โมสิกะ [email protected]
โดย...สมหทัย โมสิกะ [email protected]
ช่วง 2-3 เดือนนี้ น่าจะเรียกว่าเป็น “ช่วงเปลี่ยนชีวิต” ของเพื่อนฝูง รุ่นน้อง และคนรอบกายหลายคนของผู้เขียน บางคนเปลี่ยนงานแบบตั้งใจ บางคนต้องย้ายงานแบบไม่ทันตั้งตัว บางคนเลิกทำงานประจำมาทำงานอิสระ และบางคนที่ทำงานอิสระอยู่แล้วก็เริ่มมีปัญหาสภาพคล่องทางการเงิน
การตัดสินใจของแทบทุกคนมีจุดเหมือนสำคัญคือรายได้ และการบริหารจัดการเวลาในชีวิต ทั้งเพื่อชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัว ที่แต่ละคนก็อยากจะมีรายได้เพิ่มขึ้น แต่ก็อยากมีเวลาส่วนตัวมากขึ้นด้วย
เห็นการตัดสินใจเรื่องงานของคนไทยเราแล้ว ก็ได้อ่านข่าวของมาเลเซียพอดี แต่เป็นเรื่องการทำงานของคนวัยเกษียณ ที่พบว่า ตอนนี้มีชาวมาเลเซียอายุ 60 ปีขึ้นไปราว 20% จำเป็นต้องทำงานต่อไป โดยเกือบ 70% ของคนกลุ่มนี้ “จำเป็น” ต้องทำ เพื่อหารายได้เลี้ยงตัวเอง และมีเพียง 11.6% ที่ทำงานเพราะไม่อยากอยู่เฉยๆ หลังเกษียณ
ผลการสำรวจด้านครอบครัวและประชากรมาเลเซียครั้งที่ 5 นี้ สะท้อนชัดเจนถึงแผนออมเงินเพื่อใช้หลังเกษียณที่ย่ำแย่ และการไม่มีความรู้ทางการเงินของคนสูงวัย ซึ่งเป็นอีกตัวชี้วัดที่ทำให้เห็นว่ามาเลเซียยังไม่พร้อมกับการก้าวเข้าสู่การเป็นสังคมสูงอายุ เพราะคนสูงวัยประมาณ 42% ไม่มีเงินออมเลย
โดย 85% ของกลุ่มชาว สว.ที่ไม่มีเงินเก็บ บอกว่า ตอนที่อายุน้อยกว่านี้พวกเขาไม่มีเงินพอจะออม และประมาณ 16% บอกว่าไม่ออม เพราะคิดว่าจะพึ่งพาลูกหลานได้ ซึ่งก็น่าดีใจแทนที่ปัจจุบันคนสูงวัยในมาเลเซียส่วนใหญ่ได้รับการดูแลจากลูกหลาน
ทั้งนี้ ในปี 2573 มีการประเมินว่า ชาวมาเลเซียที่มีอายุมากกว่า 60 ปี จะมีสัดส่วนประมาณ 12.6% โดยปัจจุบันมาเลเซียมีประชากร 30.4 ล้านคน
ขณะที่ฝั่งของไทยเรา บทความของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า ในปี 2573 สว.ไทยจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็น 23.5% หรือประมาณ 1 ใน 4 ของประชากรทั้งประเทศ ซึ่งธนาคารโลกประเมินว่าตอนนี้ไทยมีประชากรราว 67 ล้านคน
มองผลวิจัยมาเลเซียย้อนมาดูเมืองไทย เห็นชัดว่าตอนนี้คนนิยมทำงานอิสระมากขึ้น ซึ่งเม็ดเงินบางอย่างอาจสูงหรือต่ำกว่างานประจำ แต่ไม่ว่าจะทำงานแบบไหนต้องบริหารรายได้ให้เป็น ไม่ว่าจะหาเงินได้มากแค่ไหน สิ่งสำคัญที่สุด คือ เงินที่สามารถเก็บออมได้ และนำไปต่อยอดให้งอกเงย เพื่อเอาไว้ใช้ในอนาคตที่อาจเจอ “จุดเปลี่ยนชีวิต” เหนือความคาดหมาย







