
อคส.ซื้อปาล์มเก็บ รัฐ ‘จ่าย’ ทั้งขึ้นทั้งล่อง
แม้ว่าล่าสุดกระทรวงพาณิชย์จะยืนยันว่าชาวสวนปาล์มจะยังขายผลผลิตปาล์มสด เปอร์เซ็นต์น้ำมันที่ 17% ให้โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบที่ 4.20 บาท/กก. และโรงกลั่นน้ำมันปาล์มต้องรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบที่ 26.20 บาท/กก.ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)
แม้ว่าล่าสุดกระทรวงพาณิชย์จะยืนยันว่าชาวสวนปาล์มจะยังขายผลผลิตปาล์มสด เปอร์เซ็นต์น้ำมันที่ 17% ให้โรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบที่ 4.20 บาท/กก. และโรงกลั่นน้ำมันปาล์มต้องรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบที่ 26.20 บาท/กก.ตามประกาศคณะกรรมการกลางว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ (กกร.)
แต่สถานการณ์ในขณะนี้กลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อโรงกลั่นปฏิเสธรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัด โดยระบุว่าไม่มีที่เก็บและที่ผ่านมาได้เก็บน้ำมันปาล์มดิบเข้าสต๊อกเป็นจำนวนมาก และหากจะรับซื้อก็จะซื้อในราคาต่ำกว่า 26.20 บาท/กก. ส่งผลให้โรงสกัดกดราคารับซื้อผลปาล์มจากชาวสวนต่ำกว่า 4.20 บาท/กก.แล้ว
“ตอนนี้โรงกลั่นส่วนใหญ่ปฏิเสธรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัด โดยให้เหตุผลว่าสต๊อกเต็มแล้ว และหากรับซื้อก็จะซื้อน้ำมันปาล์มดิบเกรดเอที่ 23.50 บาท/กก. และเกรดบีที่ 21 บาท/กก. ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาที่กระทรวงพาณิชย์กำหนด ผลที่ตามมา คือ ชาวสวนขายผลปาล์มได้ที่ราคา 3.60-3.80 บาท/กก.เท่านั้น แต่ก็มีโรงสกัดน้ำมันปาล์มดิบบางโรงที่ จ.กระบี่ รับซื้อผลปาล์มที่ราคา 4-4.20 บาท/กก.” สุคนธ์ เฉลิมพิพัฒน์ นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดสุราษฎร์ธานี ให้ข้อมูล
สุคนธ์ ตั้งข้อสังเกตว่า สาเหตุที่โรงกลั่นไม่รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัด เป็นเพราะน้ำมันปาล์มดิบในประเทศมีราคาสูงเกินไป เมื่อเทียบกับน้ำมันปาล์มดิบที่ลักลอบนำเข้าจากประเทศเพื่อนบ้านที่มีราคาเพียง 19-20 บาท/กก.
“หากกระทรวงพาณิชย์ต้องการให้ชาวสวนขายปาล์มได้ในราคา 4.20 บาท/กก. จะต้องให้องค์การคลังสินค้า (อคส.) เข้ามารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดฯ ที่ 26.20 บาท/กก. ตามมติคณะกรรมการนโยบายและมาตรการช่วยเหลือเกษตรกร (คชก.) ที่อนุมัติเงินให้ อคส. 2,620 ล้านบาท เข้ารับซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 1 แสนตัน มาเก็บในสต๊อก” สุคนธ์ กล่าว
ในขณะที่ กฤษดา ชวนะนันท์ นายกสมาคมโรงงานสกัดปาล์มน้ำมัน ระบุว่า “ตอนนี้โรงกลั่นชะลอการรับซื้อบ้าง โดยเขาบอกว่าตลาดไม่ดี และมีการซื้อน้ำมันปาล์มล่วงหน้ามาแล้วก่อนหน้านี้ แต่โรงสกัดก็ยังรับซื้อผลปาล์มเหมือนเดิม อาจ มีบ้างบางโรงที่แท็งก์เก็บเต็ม”
สอดคล้องกับแหล่งข่าวจากผู้ประกอบการโรงกลั่นที่ยืนยันว่า ขณะนี้โรงกลั่นไม่สามารถรับซื้อน้ำมันปาล์มดิบได้ เพราะแม้ว่าจะนำไปกลั่นเพื่อการบริโภคแล้ว แต่สต๊อกน้ำมันก็ยังอยู่ในระดับที่สูงมาก เพราะปีนี้ไทยไม่สามารถส่งออกน้ำมันปาล์มไปต่างประเทศได้ เพราะราคาน้ำมันปาล์มมาเลเซียมีราคาเพียง 20 บาท/กก.
ดังนั้น การแก้ปัญหาราคาผลปาล์มเฉพาะหน้า จึงถูกโยนกลับมายังกระทรวงพาณิชย์ และมีความเสี่ยงสูงที่ อคส.จะขาดทุนจากการเข้าซื้อน้ำมันปาล์มดิบ 1 แสนตัน ทั้งในแง่ต้นทุนค่าซื้อและการขาดทุนหากต้องส่งออกน้ำมันปาล์มไปต่างประเทศที่ราคาไม่เกิน 20 บาท/กก. เพื่อแข่งกับน้ำมันปาล์มดิบจากมาเลเซีย
จินตนา ชัยยวรรณาการ ประธานคณะกรรมการองค์การคลังสินค้า (บอร์ด อคส.) ยอมรับว่า แม้ว่า อคส.รับซื้อน้ำมันปาล์มดิบจากโรงสกัดที่ 26.20 บาท/กก. แต่หากรวมต้นทุนค่าใช้ต่างๆ และค่าเก็บสต๊อกต้นทุนจะอยู่ที่ 28.88 บาท/กก. แต่ตอนนี้ยังบอกไม่ได้ว่า อคส.จะขาดทุนหรือไม่ เพราะยังต้องรอดูว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบในช่วงปลายปีจะมีราคาเป็นอย่างไร
แต่จากข้อมูลล่าสุดมีการคาดการณ์ว่า อคส.จะขาดทุนจากการขายน้ำมันปาล์มล็อตนี้พอสมควร หากมีการส่งออกน้ำมันปาล์ม
นั่นเพราะในการประชุมคณะกรรมการนโยบายปาล์มน้ำมันแห่งชาติ (กนป.) เมื่อวันที่ 13 ก.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงพาณิชย์ประเมินว่า หากจำเป็นต้องมีการส่งออกน้ำมันปาล์มจะมีค่าใช้จ่ายในการขนย้ายน้ำมันปาล์ม 1 แสนตัน 50 ล้านบาท และมีข่าวว่ากระทรวงพาณิชย์มีแผนส่งออกน้ำมันปาล์มล็อตนี้ให้อินเดียที่ 20-21 บาท/กก.
เรียกว่างานนี้รัฐบาลเจ็บทั้งขึ้นทั้งล่องก็ว่าได้







