
เอสซีจีชี้รายได้ครึ่งปีแรกหด10%แต่กำไรพุ่ง
เอสซีจีแจงผลประกอบการครึ่งปีแรกหดตัว 10% หลังราคาปิโตรเลียมลด 30% แต่มั่นใจสิ้นปียังได้ตามเป้า 4.8 แสนล้านบาท ส่วนกำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 48%
เอสซีจีแจงผลประกอบการครึ่งปีแรกหดตัว 10% หลังราคาปิโตรเลียมลด 30% แต่มั่นใจสิ้นปียังได้ตามเป้า 4.8 แสนล้านบาท ส่วนกำไรครึ่งปีแรกพุ่ง 48%
นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ เอสซีจี เปิดเผยว่า ผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2558 เอสซีจี มีรายได้จากการขาย 223,094 ล้านบาท ลดลง 10% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่มีกำไร 24,950 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 48% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยปัจจัยที่ทำให้รายได้หดตัวลง เป็นผลจากกลุ่มธุรกิจเอสซีจี เคมิคอลส์ ที่มีรายได้จากการขาย 101,592 ล้านบาท ลดลงมากถึง 19% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งเป็นเพราะราคาปิโตรเลียมลดลงมากถึง 30% แม้ปริมาณการขยายเคมีคอลส์ของเอสซีจีจะเพิ่มขึ้น 10% แต่เมื่อราคาลดลงมาก จึงมีผลให้รายได้ลดลง ขณะที่กำไรในกลุ่มเคมิคอลส์กลับเพิ่มขึ้น 198% หรือมีกำไร 14,120 ล้านบาท
ทั้งนี้ ธุรกิจเคมิคอลส์จะยังมีอนาคตที่ดี จากการที่ราคามีโอกาสปรับตัวในอนาคต เนื่องจากซัพพลายปิโตรเลียมที่เข้าสู่ตลาดในอีก 4 ปีนับจากนี้ จะมีซัพพลายใหม่น้อยมาก เพิ่มขึ้นประมาณ 3-4% เท่านั้น ขณะที่ความต้องการปิโตรเลียม จะเพิ่มขึ้น 4-5%
สำหรับธุรกิจเอสซีจี ซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ครึ่งปีแรกของปี 2558 มีรายได้จากการขาย 92,774 ล้านบาท ลดลง 1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่วนกำไร 6,454 ล้านบาท ลดลง 15% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยภาพรวมความต้องการซิเมนต์ในไทย ครึ่งปีแรกไม่เติบโต เป็นผลจากความต้องการในไตรมาสแรกของปีนี้ หดตัวลง 2% จากการภาคที่อยู่อาศัยความต้องการ ติดลบ 7% ภาคอาคารพาณิชย์และโรงงาน ติดลบ 6% ส่วนความต้องการภาครัฐ เพิ่มขึ้น 10% ส่วนไตรมาส 2 ปรับตัวดีขึ้น ความต้องการเพิ่มขึ้น 2% ซึ่งผลจากการลงทุนต่อเนื่องของภาครัฐ โดยความต้องการจากภาครัฐ เติบโต 11% ภาคอาคารพาณิชย์และโรงงาน เพิ่มขึ้น 1% ส่วนภาคที่อยู่อาศัย ยังลดลง 3%
อย่างไรก็ตาม เอสซีจี คาดว่าความต้องการในครึ่งปีหลังจะปรับตัวดีขึ้น และจะขยายตัว 5-6% จึงคาดว่าความต้องการซิเมนต์ทั้งปี 2558 จะขยายตัว 3% โดยแม้ว่าจะมีการเลื่อนประมูลโครงการรถไฟฟ้า 4 เส้นทาง แต่ไม่มีผลกระทบกับความต้องการซิเมนต์ เพราะแม้ว่าจะมีการประมูลรถไฟฟ้าเกิดขึ้นในปีนี้ ก็ยังไม่ได้ส่งผลให้มีความต้องการซิเมนต์เพิ่มขึ้นมากในครึ่งปีหลัง เพราะช่วงแรกๆ ของโครงการรถไฟฟ้าส่วนใหญ่ยังไม่ได้ใช้ซิเมนต์
"ปัจจัยดังกล่าวทำให้เอสซีจียังมั่นใจว่าปีนี้จะยังมีรายได้จาการขายรวมทั้งปีตามเป้าหมายที่ 4.8 แสนล้านบาททรงตัวจากปีที่แล้ว แต่มีกำไรดีขึ้นกว่าปีที่แล้ว ส่วนการลงทุนของเอสซีจีในปีนี้ ยังคงเดินหน้าตามเผนเดิมด้วยมูลค่า 5-6 หมื่นล้านบาท โดยในครึ่งปีแรก ใช้เม็ดเงินลงทุนไปแล้ว 2.43 หมื่นล้านบาท " นายกานต์ กล่าว
ด้านธุรกิจเอสซีจี แพคเกจจิ้ง มีรายได้จากการขาย ครึ่งปีแรก 34,283 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน จากการขายที่เพิ่มขึ้นจากสายธุรกิจบรรจุภัณฑ์และสายธุรกิจเยื่อและกระดาษ มีกำไร 1,642 ล้านบาท ลดลง 23% จากค่าเสื่อมราคาและต้นทุนทางการเงินที่เพิ่มขึ้น
ธุรกิจของเอสซีจีในอาเซียน รวมรายได้จากฐานการผลิตและการส่งออก ครึ่งปีแรก มีรายได้ 49,846 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 23% ของรายได้ เพิ่มขึ้น 21% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยตลาดต่างประเทศในไตรมาสสองที่ผ่านมา พบว่า ความต้องการปูนซิเมนต์เพิ่มขึ้น โดยเฉพาะเมียนมา เพิ่มขึ้น 19% และกัมพูชา เพิ่มขึ้น 12% ซึ่งเพิ่มขึ้นจากงานก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานของรัฐเป็นหลัก
ส่วนการลงทุนของเอสซีจีในอาเซียน ยังคงเดินหน้าตามแผน โดยขณะนี้โรงงานปูนซิเมนต์ในกัมพูชาเริ่มเดินเครื่องในสายการผลิตที่สองแล้ว และโรงงานปูนซิเมนต์ในอินโดนีเซียเริ่มผลิตในปลายปีนี้ ส่วนโรงงานในเมียนมาจะแล้วเสร็จในปีหน้า และสปป.ลาวในปี 2560
ทั้งนี้ ผลประกอบการไตรมาส 2/2558 เอสซีจีมีรายได้จากการขาย 113,818 ล้านบาท ลดลง 9% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 4% จากไตรมาสก่อน มีกำไร 13,877 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 63% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 25% จากไตรมาสก่อน ซึ่งเป็นผลจากธุรกิจเคมีภัณฑ์ที่มีกำไรในตลาดโลกสูงขึ้น เนื่องจากการปรับลดของราคาวัตถุดิบและราคาน้ำมัน แม้ว่าการดำเนินงานธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง และธุรกิจบรรจุภัณฑ์ในประเทศยังคงชะลอตัว แต่ก็เริ่มมีสัญญาณของการฟื้นตัวในครึ่งปีหลังจากโครงการของรัฐ
รายได้จากการขายในไตรมาส 2/2558 ดังกล่าว แบ่งเป็น รายได้จากธุรกิจซิเมนต์-ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง 45,663 ล้านบาท ลดลง 2% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 3% จากไตรมาสก่อน มีกำไร 2,896 ล้านบาท ลดลง 16% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และลดลง 19% จากไตรมาสก่อน
ธุรกิจเคมีคอลส์ รายได้ไตรมาส 2/2558 อยู่ที่ 53,636 ล้านบาท ลดลง 17% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 12% จากไตรมาสก่อน มีกำไร 9,182 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 306% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และเพิ่มขึ้น 86% จากไตรมาสก่อน
ธุรกิจแพคเกจจิ้ง รายได้ไตรมาส 2/2558 อยู่ที่ 17,172 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน มีกำไร 764 ล้านบาท ลดลง 14% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนและลดลง 13% จากไตรมาสก่อน







