
‘ทาคาโกะ อิชิมิซึ’ สตรีสู้ชีวิต เบื้องหลังคาเฟ่แมวแห่งแรกกรุงเวียนนา
ทาคาโกะ อิชิมิซึ สตรีญี่ปุ่นวัย 50 ปี เดินทางไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ดินแดนแห่งดนตรีคลาสสิก
โดย...ชญานิศ ส่งเสริมสวัสดิ์
ทาคาโกะ อิชิมิซึ สตรีญี่ปุ่นวัย 50 ปี เดินทางไปยังกรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย ดินแดนแห่งดนตรีคลาสสิก เมื่อปี 1989 ด้วยความตั้งใจที่จะเข้าโรงเรียนดนตรี และเป็นนักเปียโนได้สักวันหนึ่ง อย่างไรก็ตามทางโรงเรียนดนตรีกลับไม่ให้ทุนการศึกษากับอิชิมิซึในนาทีสุดท้าย
หลังจากความผิดหวังและล้มเหลวครั้งใหญ่สำคัญหญิงเอเชียที่ใช้ชีวิตวัยเด็กไปกับเปียโน อิชิมิซึต้องพบกับความผิดหวังที่มาพร้อมความเศร้าโศกอีกครั้ง เมื่อสามีได้เสียชีวิตลงด้วยอาการเจ็บป่วย หลังแต่งงานได้ 8 ปี ส่งผลให้สตรีชาวญี่ปุ่นผู้นี้ต้องพาลูก 2 คน เดินทางกลับญี่ปุ่น
อย่างไรก็ตาม ญี่ปุ่นในขณะนั้นยังไม่มีสวัสดิการที่สนับสนุนคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว ต่างกับที่ออสเตรียที่จะมีเงินบำนาญสำหรับครอบครัวและสวัสดิการต่างๆ สำหรับเด็ก ซึ่งหมายรวมถึงค่าเลี้ยงดู ส่งผลให้อิชิมิซึต้องทำงานอย่างหนักเพื่อที่จะหาเงินมาเลี้ยงดูครอบครัว ด้วยการทำงานครึ่งวัน รวมถึงงานพาร์ตไทม์อื่นๆ
หลังจากที่ลูกๆ เริ่มโตกันจนไม่ต้องใช้เวลาดูแล 24 ชั่วโมง อิชิมิซึจึงได้ริเริ่มที่จะเปิดธุรกิจคาเฟ่ที่ออสเตรีย ซึ่งมีวัฒนธรรมร้านคาเฟ่มายาวนานกว่า 300 ปี และมีคาเฟ่มากกว่า 2,000 ร้าน โดยตั้งใจที่จะนำวัฒนธรรมญี่ปุ่นผสมผสานเข้ากับธุรกิจที่กำลังจะเปิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งที่จะตอบแทนประเทศบ้านเกิดได้ ก่อเกิดเป็นการเปิด “แคทคาเฟ่” หรือที่เรียกกันในภาษาง่ายๆ ว่า “คาเฟ่แมว” แห่งแรกในกรุงเวียนนา
“มีคนรักแมวอยู่ทั่วโลก และสักวัน คาเฟ่แมวเองก็จะกลายเป็นสิ่งที่พบเห็นได้ทั่วไปเหมือนร้านเบเกอรี่” อิชิมิซึ กล่าว
นอกจากจะเป็นคาเฟ่แมว ซึ่งได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น อาหารที่เสิร์ฟภายในร้านยังคงมีความเป็นญี่ปุ่นผสมผสานเข้าไปอีกด้วย เช่น ไอศกรีมมัทฉะหรือชาเขียว ร่วมกับเครื่องดื่มในกระแสหลักอื่นๆ เช่น คาปูชิโน
อย่างไรก็ตาม อิชิมิซึก็ต้องประสบปัญหาในการเข้าถึงเงินทุนที่ต้องใช้มากถึง 20 ล้านเยน (ราว 5.66 ล้านบาท) เนื่องจากคาเฟ่แมวเป็นธุรกิจที่แปลกใหม่สำหรับสถาบันการเงินในออสเตรียขณะนั้น และกว่าจะหาสถาบันการเงินที่ให้สินเชื่อได้ ก็ผ่านไปถึง 10 แห่ง ก่อนที่อิชิมิซึจะเปิดคาเฟ่แมวในชื่อ “เนโกะ” หรือ “แมว” ในภาษาญี่ปุ่นได้ในปี 2012 ซึ่งนับเป็นคาเฟ่แมวแห่งแรกในกรุงเวียนนาอีกด้วย
โธมัส บาเชอร์ วัย 42 ปี นายธนาคารที่ให้สินเชื่อกับอิชิมิซึ เปิดเผยว่า คอนเซ็ปต์ในการบริหารคาเฟ่ของอิชิมิซีมีความเข้มแข็ง และอิชิมิซึมีความตั้งใจที่จะพาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้
ในปัจจุบัน อิชิมิซึ ระบุว่า “คาเฟ่ เนโกะ” มีรายได้ต่อเดือนราว 1.5 หมื่นยูโร (ราว 5.8 แสนบาท) มากพอที่จะจ่ายค่าจ้างสำหรับพนักงาน 6 คน และชำระหนี้ธนาคารเล็กน้อย อย่างไรก็ตามอิชิมิซึเชื่อมั่นว่า ธุรกิจคาเฟ่แมวยังมีโอกาสโตได้อีก เนื่องจากผู้คนที่ต้องการเปิดคาเฟ่ในยุโรปและสหรัฐต่างเดินทางมาเพื่อชมงานที่ “คาเฟ่ เนโกะ”
เจน ราดิก ลูกค้าวัย 51 ปี ที่เดินทางมาจากรัฐฟรอลิดา สหรัฐ เปิดเผยว่า คาเฟ่แมวนับเป็นสวรรค์สำหรับคนรักแมว แต่ไม่สามารถเลี้ยงแมวไว้ที่บ้านได้
“หวังว่าที่ใกล้บ้านของฉันจะมีคาเฟ่แมวบ้าง” ราดิก กล่าว
ในขณะเดียวกัน อุปสรรคสำคัญอีกประการที่อิชิมิซึต้องเผชิญก่อนเปิดคาเฟ่แมว นั่นคือ ข้อเรียกร้องของเจ้าหน้าที่รัฐก่อนที่จะอนุมัติให้เปิดธุรกิจ คือ คาเฟ่แมวต้องมีสุขอนามัยที่ดี และแมวเองก็ต้องไม่เครียดด้วย เนื่องจากออสเตรียมีกฎหมายคุ้มครองสัตว์ ที่ระบุว่า ห้ามไม่ให้ผสมพันธ์ุสัตว์หรือใช้วิธีการอื่นๆ ที่ส่งผลให้สัตว์เครียดจนนำไปสู่การต่อสู้กันระหว่างสัตว์
อิชิมิซึจึงตอบรับข้อเรียกร้องของเจ้าหน้าที่ ด้วยการพาแมวทั้ง 6 ตัวไปตรวจสุขภาพเป็นประจำทุก 6 เดือน นอกจากนี้ก่อนที่จะรับแมวมาจากสถานรับเลี้ยงสัตว์จรจัดท้องถิ่นหรือเชลเตอร์ ได้คัดเลือกแมวที่ทนต่อสภาวะกดดันและมีลักษณะนิสัยที่เหมาะกับคาเฟ่แมวมากที่สุด
ดังนั้น จุดเด่นอีกประการสำหรับ “คาเฟ่ เนโกะ” ที่แตกต่างจากคาเฟ่แมวทั่วฟ้าเมืองไทย คือ การใช้แมวจากเชลเตอร์ท้องถิ่น ที่อาสาดูแลแมวจรจัดมากกว่า 500 ตัว และเมื่อใดก็ตามที่เจ้าหน้าที่พบความสงสัยว่าแมวจะเครียดหรือสงสัยว่าอาจเกิดการทารุณกรรมสัตว์ อิชิมิซึก็เปิดกว้างให้ทางเจ้าหน้าที่ตรวจสอบได้เสมอ







